ถ้าวัดความดันตัวบนของแขนซ้ายกับแขนขวาแล้วต่างกันเกิน 10 มม.ปรอท และยังต่างอยู่เมื่อวัดซ้ำ แนวทางเวชปฏิบัติให้ใช้แขนข้างที่สูงกว่าเป็นหลัก และงานวิจัยพบว่าความต่างนี้สัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดและความเสี่ยงหัวใจที่สูงขึ้น ผลที่ต่างกันครั้งเดียวยังไม่ใช่คำวินิจฉัย ต้องวัดให้ถูกวิธีก่อน แล้วนำผลไปให้แพทย์ประเมิน
ความดันแขนซ้าย-ขวาต่างกัน
บอกอะไรเรื่องหลอดเลือด และวัดเองที่บ้านอย่างไร
หลายคนวัดความดันแขนเดียวมาตลอด จนวันหนึ่งลองวัดอีกข้างแล้วพบว่าตัวเลขไม่เท่ากัน บทความนี้อธิบายว่าต่างกันเท่าไรจึงควรใส่ใจ ความต่างนี้บอกอะไรเรื่องหลอดเลือด และวิธีวัดสองแขนที่บ้านให้ได้ตัวเลขที่เชื่อถือได้
ความดันตัวบน ต่างซ้ำหลายครั้ง ไม่ใช่ครั้งเดียว
แล้วใช้แขนข้างที่สูงกว่าในการวัดครั้งต่อไป
อาจมีหลอดเลือดแดงแข็งหรือตีบที่แขน
รอบละอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกัน 1 นาที
ตัวเลขความดันสองแขนที่ไม่เท่ากันเป็นเบาะแสง่าย ๆ ที่หลายคนมองข้ามเพราะวัดแขนเดียวมาตลอด ต่างเล็กน้อยพบได้ปกติ แต่ถ้าต่างมากและต่างทุกครั้ง อาจหมายถึงหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงแขนข้างหนึ่งแคบลง และหลอดเลือดตำแหน่งอื่นควรได้รับการดูแลด้วย
บทความนี้พูดถึงผู้ใหญ่ทั่วไป ไม่ใช้กับแขนข้างที่มีเส้นฟอกไต เคยผ่าตัดเต้านมเลาะต่อมน้ำเหลือง หรือแขนที่แพทย์สั่งห้ามวัด ห้ามปรับหรือหยุดยาความดันเองจากตัวเลขที่วัดได้
เนื้อหาในบทความนี้
1. ต่างกันเท่าไรจึงเรียกว่าผิดปกติ
คำตอบสั้น: แนวทางสากลและแนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยใช้ความดันตัวบนที่ต่างกันเกิน 10 มม.ปรอท และยืนยันด้วยการวัดซ้ำ ถ้าต่างกันคงที่ตั้งแต่ 15 ถึง 20 มม.ปรอทขึ้นไป แนะนำให้ตรวจหาโรคหลอดเลือดแดงของแขนเพิ่มเติม
แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567 ของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ให้วัดความดันทั้งสองแขนในการตรวจครั้งแรก (คำแนะนำระดับ I คุณภาพหลักฐาน A) ถ้าความดันตัวบนต่างกันเกิน 10 มม.ปรอทและยืนยันด้วยการวัดซ้ำ ให้ใช้แขนข้างที่สูงกว่าในการวินิจฉัยและติดตามครั้งต่อไป แนวทางของสมาคมโรคหัวใจอเมริกัน (AHA/ACC 2017) ก็ให้วัดสองแขนในการตรวจครั้งแรกเช่นกัน
| ต่างกัน (ตัวบน วัดซ้ำแล้ว) | ความหมาย | ควรทำอะไร |
|---|---|---|
| น้อยกว่า 10 มม.ปรอท | พบได้ทั่วไป | วัดแขนข้างที่สูงกว่าต่อไป |
| เกิน 10 มม.ปรอท | เกินค่าปกติ สัมพันธ์กับความเสี่ยงหลอดเลือด | ใช้แขนที่สูงกว่า และปรึกษาแพทย์ |
| 15 ถึง 20 มม.ปรอทขึ้นไป คงที่ | อาจมีหลอดเลือดแดงที่แขนแข็งหรือตีบ | พบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ |
ใช้กับค่าที่วัดซ้ำแล้วยังต่างอยู่ ไม่ใช่การวัดครั้งเดียว
2. ความต่างนี้บอกอะไรเรื่องหลอดเลือด
คำตอบสั้น: งานวิเคราะห์รวมหลายการศึกษาพบว่า ผู้ที่ความดันสองแขนต่างกันมาก มีโอกาสพบโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย โรคหลอดเลือดสมอง และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าผู้ที่สองแขนใกล้เคียงกัน ความต่างนี้จึงเป็นเครื่องหมายความเสี่ยง ไม่ใช่โรคในตัวเอง
งานทบทวนอย่างเป็นระบบในวารสาร The Lancet ปี 2555 รวบรวม 28 งานวิจัย และวิเคราะห์รวมได้ 20 งาน พบว่า ความดันตัวบนสองแขนที่ต่างกันตั้งแต่ 15 มม.ปรอทขึ้นไป สัมพันธ์กับการมีโรคหลอดเลือดสมองอยู่ก่อนสูงขึ้นราว 1.6 เท่า การเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้นราว 1.7 เท่า และการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุสูงขึ้นราว 1.6 เท่า ส่วนโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายซึ่งมักเป็นที่ขา สัมพันธ์ตั้งแต่ความต่าง 10 มม.ปรอทขึ้นไป (ราว 2.4 เท่า) และ 15 มม.ปรอทขึ้นไป (ราว 2.5 เท่า)
ต่อมาคณะวิจัย INTERPRESS-IPD นำข้อมูลรายบุคคลจาก 24 การศึกษา รวม 53,827 คน มาวิเคราะห์ใหม่ (วารสาร Hypertension ปี 2564) พบว่า ทุก 5 มม.ปรอทที่ความดันสองแขนต่างกันเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงเสียชีวิตจากทุกสาเหตุเพิ่มราวร้อยละ 5 และเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มราวร้อยละ 6 ส่วนเหตุการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มราวร้อยละ 4 ถึง 12 ต่อทุก 5 มม.ปรอท ขึ้นกับแบบจำลองความเสี่ยงที่ใช้ คณะวิจัยเสนอให้ใช้ 10 มม.ปรอทเป็นขอบบนของค่าปกติ
อ่านตัวเลขเหล่านี้อย่างไร เป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มคนในงานวิจัย บอกว่าสัมพันธ์กัน ไม่ได้ทำนายว่าใครคนหนึ่งจะเป็นโรค แต่เป็นเหตุผลให้ประเมินปัจจัยเสี่ยงและหลอดเลือดส่วนอื่นอย่างจริงจังขึ้น
3. สาเหตุที่สองแขนไม่เท่ากัน
คำตอบสั้น: สิ่งแรกที่ต้องตัดออกคือความคลาดเคลื่อนจากวิธีวัดและความดันที่แกว่งตามเวลา เช่น วัดทีละข้างห่างกันนาน ผ้าพันแขนไม่พอดี ส่วนสาเหตุจริงที่สำคัญคือหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงแขนข้างที่ต่ำกว่าแข็งหรือตีบ ซึ่งแพทย์ต้องตรวจยืนยัน
- วิธีวัดและความดันที่แกว่ง (ต้องตัดออกก่อน) — วัดแขนแรกขณะยังตื่นเต้น ผ้าพันแขนไม่พอดี แขนไม่อยู่ระดับหัวใจ คุยขณะวัด
- หลอดเลือดแดงแข็งหรือตีบ — คราบไขมันที่หลอดเลือดแดงใต้กระดูกไหปลาร้า (subclavian) ทำให้แขนข้างนั้นความดันต่ำกว่า
- โรคหลอดเลือดที่พบน้อย — หลอดเลือดอักเสบ หรือผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน
- สภาพของแขนเอง — เคยผ่าตัด บาดเจ็บ หรือมีเส้นฟอกไตที่แขนข้างนั้น
หลอดเลือดแดงที่แขนแคบลงทำให้แขนข้างนั้นวัดได้ต่ำกว่า แนวทางจึงให้ใช้แขนข้างที่สูงกว่า เพื่อไม่ให้ประเมินความดันต่ำกว่าความจริง ถ้าวัดแต่ข้างที่ต่ำ อาจได้ตัวเลขที่ดูดีเกินจริงและพลาดการคุมความดันที่ควรทำ
4. วัดสองแขนที่บ้านอย่างไรให้ถูก
คำตอบสั้น: ใช้เครื่องวัดอัตโนมัติแบบพันต้นแขนที่ผ่านการรับรองและผ้าพันแขนขนาดพอดี พักนิ่ง 5 นาที นั่งหลังพิง เท้าวางราบ แขนวางบนโต๊ะระดับหัวใจ วัดสลับซ้ายขวาหลายรอบแล้วเทียบค่าเฉลี่ย ไม่ตัดสินจากครั้งเดียว
ขั้นตอนเช็กความต่างของสองแขน (เป็นการสังเกตเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัย)
เมื่อรู้แล้วว่าแขนข้างไหนสูงกว่า การวัดติดตามที่บ้านต่อจากนั้นให้ใช้แขนข้างนั้น ตามแนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ให้วัดวันละ 2 รอบ รอบเช้าภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน หลังปัสสาวะ ก่อนรับประทานยาและอาหารเช้า และรอบก่อนนอน รอบละอย่างน้อย 2 ครั้ง ห่างกัน 1 นาที วัดติดต่อกัน 7 วันเพื่อการวินิจฉัย แล้วนำบันทึกทั้งหมดไปให้แพทย์ดู
| วิธีวัด | ค่าที่ถือว่าความดันสูง (ตัวบน / ตัวล่าง) |
|---|---|
| วัดที่สถานพยาบาล | ตั้งแต่ 140 และ/หรือ ตั้งแต่ 90 มม.ปรอท |
| วัดเองที่บ้าน (ค่าเฉลี่ยเช้าและก่อนนอน) | ตั้งแต่ 135 และ/หรือ ตั้งแต่ 85 มม.ปรอท |
ตามแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567 เป้าหมายการรักษาของแต่ละคนแพทย์เป็นผู้กำหนด
สิ่งที่ไม่ควรทำ ไม่ปรับขนาดยา เพิ่มยา หรือหยุดยาความดันเองจากตัวเลขที่วัดได้ · ไม่ใช้เครื่องวัดที่ข้อมือหรือนิ้วเพื่อเทียบสองแขน · ถ้าการวัดทำให้เครียดมาก แนวทางไทยแนะนำให้พักการวัด
5. พบว่าต่างกันแล้วทำอะไรต่อ
คำตอบสั้น: นำบันทึกการวัดสองแขนไปพบแพทย์ แพทย์จะยืนยันด้วยการวัดซ้ำ ตรวจชีพจรและฟังเสียงหลอดเลือด ประเมินปัจจัยเสี่ยงรวม แล้วพิจารณาว่าควรตรวจหลอดเลือดส่วนใดเพิ่ม ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกอย่างพร้อมกัน
ที่ศูนย์หลอดเลือด KIN × CHARNN สุขุมวิท 107 ผมเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงหลอดเลือด แล้วจึงเลือกการตรวจที่จำเป็นจริง
| แพทย์อยากรู้ | การตรวจที่อาจพิจารณา |
|---|---|
| หลอดเลือดแดงที่คอซึ่งเลี้ยงสมองตีบไหม | อัลตราซาวด์หลอดเลือดแดงที่คอ เมื่อมีเหตุผลเฉพาะราย เช่น อาการทางสมอง เสียงฟู่ที่คอ หรือมีโรคหลอดเลือดเดิม |
| หลอดเลือดแดงที่ขาตีบไหม | ดัชนีความดันข้อเท้าเทียบแขน (ABI) |
| หลอดเลือดที่แขนตีบตรงไหน | อัลตราซาวด์หรือการตรวจภาพอื่นตามข้อบ่งชี้ |
ไม่ใช่ทุกคนที่สองแขนต่างกันต้องตรวจ แพทย์เลือกตามอาการและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน

“ผมขอให้คนไข้ที่มาตรวจหลอดเลือดวัดความดันสองแขนเป็นนิสัย เพราะทำได้ง่าย ไม่เจ็บ และบอกเบาะแสได้มากกว่าที่คิดถ้าต่างกันจริง ผมใช้ตัวเลขนี้เป็นเหตุผลให้คุมปัจจัยเสี่ยงจริงจังขึ้น ไม่ใช่เหตุให้ตกใจ”
ผลตรวจหลอดเลือดที่ออกมาปกติก็ยังต้องดูแลต่อเนื่อง อ่านต่อที่ ผลตรวจหลอดเลือดปกติ ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงเป็นศูนย์ และดูบริการทั้งหมดของศูนย์ได้ที่ KIN Charnn Vascular Center สุขุมวิท 107
6. อาการที่ต้องโทร 1669 ทันที
คำตอบสั้น: ถ้าความดันสองแขนต่างกันร่วมกับอาการเฉียบพลัน เช่น อ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด เจ็บหน้าอกหรือปวดร้าวทะลุหลังรุนแรง หรือแขนข้างหนึ่งเย็นซีด ชา ปวด อ่อนแรงขึ้นมาทันที ไม่ต้องวัดซ้ำ ให้โทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที
พบข้อใดข้อหนึ่ง โทร 1669 ทันที
• หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด เดินเซ เวียนศีรษะรุนแรง หรือตามัวทันที (สัญญาณโรคหลอดเลือดสมอง)
• เจ็บแน่นหน้าอก เหงื่อแตก หายใจไม่อิ่ม หรือปวดร้าวไปแขน กราม
• เจ็บหน้าอกหรือปวดหลังรุนแรงฉับพลันแบบฉีกร้าวทะลุหลัง
• แขนข้างหนึ่งเย็น ซีด ชา ปวด หรืออ่อนแรงขึ้นมาเฉียบพลัน
• ความดันสูงมาก เช่น ตัวบนเกิน 180 หรือตัวล่างเกิน 120 มม.ปรอท ร่วมกับปวดศีรษะรุนแรง ตามัว เจ็บหน้าอก หรือหอบเหนื่อย
อย่ารอให้อาการหายเอง และอย่าขับรถไปโรงพยาบาลเอง
วัดได้เกิน 180/120 แต่ไม่มีอาการ นั่งพักแล้ววัดซ้ำ ถ้ายังสูงให้ติดต่อแพทย์ภายในวันนั้น ห้ามเพิ่มยาเอง ถ้ามีอาการตามกล่องข้างบนให้โทร 1669 ทันที (ตามแนวทาง AHA/ACC 2017)
อ่านสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองแบบละเอียดได้ที่ B.E. FAST สัญญาณเตือนสโตรก และ TIA
ติดต่อสอบถาม | นัดหมายล่วงหน้า
Kin Charnn Vascular Center ตรวจหลอดเลือดที่ KIN สุขุมวิท 107 · โทร 084-003-6655 หรือ 065-909-2599 · LINE @000flhdi · นัดหมายล่วงหน้าทุกกรณี เจ้าหน้าที่แจ้งวันเวลาที่ว่างให้
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ความดันแขนซ้ายกับแขนขวาต่างกันเท่าไรถึงผิดปกติ
ใช้เกณฑ์ความดันตัวบนต่างกันเกิน 10 มม.ปรอท ที่ยังต่างอยู่เมื่อวัดซ้ำ แนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 ให้ใช้แขนข้างที่สูงกว่าในการติดตาม และถ้าต่างกันคงที่ตั้งแต่ 15 ถึง 20 มม.ปรอทขึ้นไป แนะนำให้ตรวจหาโรคหลอดเลือดแดงของแขนเพิ่ม
ควรวัดความดันแขนซ้ายหรือแขนขวา
ครั้งแรกควรวัดทั้งสองแขน แล้วใช้แขนข้างที่ได้ค่าสูงกว่าในการวัดครั้งต่อไป เพื่อไม่ให้ประเมินความดันต่ำกว่าความจริง ยกเว้นแขนที่มีเส้นฟอกไตหรือแขนที่แพทย์สั่งห้ามวัด
ความดันสองแขนต่างกันอันตรายไหม
ถ้าต่างเกิน 10 มม.ปรอทซ้ำหลายครั้ง สัมพันธ์กับความเสี่ยงหลอดเลือดและหัวใจที่สูงขึ้น ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคแน่นอน แต่ควรให้แพทย์ประเมิน
วัดครั้งเดียวแล้วต่างกัน 15 มม.ปรอท ต้องรีบไปโรงพยาบาลไหม
ถ้าไม่มีอาการ ให้พักแล้ววัดสลับข้างอีกหลายรอบ ยังต่างอยู่ให้นัดพบแพทย์ ถ้ามีอาการอ่อนแรง พูดไม่ชัด เจ็บหน้าอก หรือแขนเย็นซีดชาเฉียบพลัน ให้โทร 1669 ทันที
หัวใจเต้นผิดจังหวะ (AF) วัดเองเชื่อถือได้ไหม
เครื่องอัตโนมัติอาจคลาดเคลื่อนเมื่อหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ให้วัดหลายครั้งแล้วดูค่าเฉลี่ย และให้สถานพยาบาลวัดยืนยัน
สองแขนต่างกันแล้ว ควรเปลี่ยนยาความดันเองไหม
ไม่ควรปรับหรือหยุดยาเอง ให้วัดต่อด้วยแขนข้างที่สูงกว่า จดค่าทั้งหมด แล้วให้แพทย์ผู้ดูแลพิจารณา
- Association of a difference in systolic blood pressure between arms with vascular disease and mortality: a systematic review and meta-analysis วารสาร The Lancet ปี 2555
- INTERPRESS-IPD: Systolic Interarm Differences in Blood Pressure and Cardiovascular Outcomes and Mortality วารสาร Hypertension ปี 2564
- 2024 Thai guidelines on the treatment of hypertension (สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย) วารสาร Asian Biomedicine ปี 2568
- 2017 ACC/AHA High Blood Pressure Guideline: Executive Summary วารสาร Hypertension
- 2024 ESC Guidelines for the management of elevated blood pressure and hypertension วารสาร European Heart Journal ปี 2567

เขียนและตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431 แพทย์เฉพาะทางรังสีร่วมรักษา ผู้ผ่านการรับรอง RENEW™ NCP-5 Operator Training | เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ KIN | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้นตามแนวทางเวชปฏิบัติ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะราย การตรวจและการรักษาของแต่ละคนต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา หากมีอาการฉุกเฉินโทร 1669