สภาผู้แทนราษฎรเชิญ KIN ร่วมเวที Thailand Care Economy Forum
เสนอทางออกการดูแลผู้สูงอายุไทย
ภาคเอกชนร่วมให้ข้อมูลต่อฝ่ายนิติบัญญัติ ในหัวข้อ “โอกาสและอุปสรรคที่แท้จริงของธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมไทย”
สภาผู้แทนราษฎร
อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ
1 ใน 3 ผู้ประกอบการบนเวทีเสวนา
พร้อมข้อเสนอประกอบ 20 รายการ
เวทีนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อฟังบรรยาย แต่จัดเพื่อรับฟังข้อมูลจากคนที่ทำงานดูแลผู้สูงอายุอยู่จริง หนังสือเชิญของคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่าจะนำความคิดเห็นจากเวทีไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและข้อเสนอเชิงกฎหมาย ประสบการณ์ 9 ปีของ KIN ในการฟื้นฟูผู้ป่วยและดูแลผู้สูงอายุ จึงเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ฝ่ายนิติบัญญัติใช้ออกแบบระบบการดูแลของประเทศ
สรุปจากการเสวนาบนเวที คลิปบันทึกภาพ และเอกสารข้อเสนอที่ KIN ยื่นต่อคณะกรรมาธิการฯ

เวทีเสวนา “โอกาสและอุปสรรคที่แท้จริงของธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมไทย” ณ อาคารรัฐสภา 23 ก.ย. 2569 (ดร.ธงชัย ผูกเนกไทสีม่วง ที่สองจากซ้าย)
เนื้อหาในบทความนี้
1. ทำไมสภาผู้แทนราษฎรเชิญผู้ประกอบการภาคเอกชนขึ้นเวที
คำตอบสั้น: เพราะคณะกรรมาธิการฯ ต้องการข้อมูลจากผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุอยู่จริง เพื่อนำไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและข้อเสนอเชิงกฎหมาย KIN ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในช่วงเสวนาเรื่องธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมไทย ร่วมกับผู้บริหารธุรกิจดูแลผู้สูงอายุอีก 2 ราย
งาน Thailand Care Economy Forum : จากภาระ สู่โอกาส สร้างมาตรฐานการดูแลที่ยั่งยืน จัดโดยคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายน 2569 มีทั้งการอภิปรายนโยบาย การเสวนากับภาคเอกชน และนิทรรศการด้านสวัสดิการการดูแลผู้สูงอายุ
ช่วงเวลา 13.00–14.00 น. เป็นการเสวนาหัวข้อ “โอกาสและอุปสรรคที่แท้จริงของธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมไทย” ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ เชิญผู้ประกอบการ 3 รายขึ้นให้ข้อมูล หนึ่งในนั้นคือ ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KIN Rehabilitation & Homecare โดยคณะกรรมาธิการฯ มอบประเด็นให้ตอบ 3 เรื่อง คือ ความแตกต่างของกลุ่มลูกค้าไทยกับต่างชาติ มาตรฐานคุณภาพที่ควบคุมยาก และกฎระเบียบหรือใบอนุญาตที่เป็นอุปสรรค
ความหมายของการได้รับเชิญครั้งนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการพูดและยื่นเป็นลายลักษณ์อักษรบนเวทีนี้ อยู่ในข้อมูลที่คณะกรรมาธิการฯ ใช้พิจารณาข้อเสนอต่อรัฐบาลและการแก้ไขกฎหมาย การได้รับเชิญจึงเป็นทั้งเกียรติ และความรับผิดชอบที่ต้องนำข้อมูลจากหน้างานจริงไปให้ผู้กำหนดนโยบาย
2. ภาพใหญ่ ทำไมการดูแลผู้สูงอายุกลายเป็นวาระของประเทศ
คำตอบสั้น: ไทยมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 14.49 ล้านคน หรือร้อยละ 22.4 ของประชากร ขณะที่เงินทุน กำลังคน และสถานดูแลที่ได้รับอนุญาตยังเติบโตไม่ทันความต้องการ
| เรื่อง | ตัวเลขล่าสุด | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|
| ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป | 14.49 ล้านคน (ร้อยละ 22.4) ณ 31 ส.ค. 2569 | กรมกิจการผู้สูงอายุ |
| ผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป | 1.97 ล้านคน | กรมกิจการผู้สูงอายุ |
| ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว | ร้อยละ 12.9 | สำนักงานสถิติแห่งชาติ 2567 |
| สถานดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับอนุญาต | 1,188 แห่ง — ร้อยละ 56 อยู่ใน กทม. และปริมณฑล · 16 จังหวัดยังไม่มีเลย | ทะเบียน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ณ 21 ก.ย. 2569 (นับโดย KIN) |
| ผู้ดูแลที่ประเทศต้องการเพิ่ม | กว่า 250,000 คน ภายในปี 2580 | องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) |
| ผู้ป่วยสโตรกที่ได้กายภาพบำบัดตามเกณฑ์ | ราวร้อยละ 30 | สภากายภาพบำบัด 2 ก.ย. 2569 |
ด้านเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ประเมินว่าในปี 2566 มีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคสำหรับผู้สูงอายุราว 2.18 ล้านล้านบาท โดยเป็นรายจ่ายจากภาครัฐราว 6.6 แสนล้านบาท และรายจ่ายที่ผู้สูงอายุและครอบครัวจ่ายเองราว 1.52 ล้านล้านบาท ตัวเลขนี้คือเหตุผลที่เวทีใช้ชื่อว่า Care Economy การดูแลผู้สูงอายุจึงไม่ใช่เรื่องสวัสดิการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาคเศรษฐกิจที่ต้องมีมาตรฐาน มีคน และมีระบบการเงินรองรับ

ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลโดยตรงจากนโยบายที่อภิปรายกันในวันนั้น
3. สิ่งที่ ดร.ธงชัย พูดบนเวที
คำตอบสั้น: ดร.ธงชัย ชี้ว่าโจทย์ใหญ่ของธุรกิจนี้มี 2 เรื่อง คือ แรงงานผู้ดูแลที่ขาดแคลน และผู้สูงอายุหนึ่งคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายถึง 3 ฉบับ จึงเสนอให้รัฐทำระบบอนุญาตแบบจุดเดียว (One Stop)
KIN เริ่มเมื่อ 9 ปีก่อนที่ลาดพร้าว ด้วยศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีคลินิกเวชกรรมในที่เดียวกัน ให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้ทั้งการดูแลและแพทย์ ต่อมาพัฒนาเป็นโรงพยาบาลกายภาพบำบัดที่สุขุมวิท 107
ไทยมีผู้สูงอายุราว 15 ล้านคน คนเกิดน้อยลง คนเสียชีวิตมากขึ้น แต่งานผู้ดูแลในสถานประกอบการยังไม่มีช่องทางที่ชัดเจนสำหรับแรงงานข้ามชาติ สถานดูแลที่คิดค่าบริการไม่แพงจึงเติบโตได้ยากมาก เพราะสุดท้ายจะติดเรื่องคน
ผู้สูงอายุหนึ่งคนที่ต้องการทั้งการดูแลและการฟื้นฟู ผู้ให้บริการต้องขออนุญาตทั้งตามกฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และกฎหมายสถานพยาบาล เมื่อกลับไปดูแลต่อที่บ้านยังต้องขออนุญาตจากท้องถิ่นอีกฉบับ ดร.ธงชัยจึงเสนอให้ลดขั้นตอนเป็นระบบจุดเดียว ซึ่งจะลดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาของผู้ประกอบการ
การดึงผู้สูงอายุต่างชาติมารับการดูแลในไทย ต้องมีวีซ่าที่ของ่าย ขั้นตอนชัดเจน ชำระเงินสะดวก และระบบประกันรองรับ
“ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ สิ่งที่เราต้องเตรียมไม่ใช่เพียง ‘จำนวนเตียง’ แต่คือระบบการดูแลที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้จริง ผมเชื่อว่าอนาคตของ Care Economy ไทย ต้องก้าวจาก ‘ดูแล’ ไปสู่ ‘ดูแล + ฟื้นฟู + ป้องกันการพึ่งพิง’ และต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างจริงจัง”

ดร.ธงชัย ตอบคำถามผู้ดำเนินรายการบนเวที ต่อหน้าผู้เข้าร่วมงาน
4. ข้อเสนอ 4 ข้อที่ KIN ยื่นต่อคณะกรรมาธิการฯ
คำตอบสั้น: KIN มองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวสถานดูแล แต่อยู่ที่รอยต่อ 3 จุด คือ ใครจ่าย ใครดูแล และกฎอะไรกำกับ จึงยื่นข้อเสนอ 4 ข้อเป็นลายลักษณ์อักษร โดยข้อแรกทำได้ภายใน 12 เดือนโดยไม่ต้องแก้ไขพระราชบัญญัติ
ให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง บาดเจ็บที่สมอง บาดเจ็บที่ไขสันหลัง และกระดูกสะโพกหัก เลือกรับการฟื้นฟูจากเอกชนที่ได้รับอนุญาตได้ ปิดช่องว่างที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังได้กายภาพบำบัดไม่ถึงเกณฑ์
ทุกแห่งแสดงข้อมูลชุดเดียวกัน คือ อัตราผู้ดูแลแยกกลางวันกลางคืน ชั่วโมงพยาบาล ความถี่แพทย์เยี่ยม รายการที่รวมและไม่รวมในค่าบริการ และผลตรวจประเมินล่าสุด ให้ครอบครัวเทียบคุณภาพได้จริง
เชื่อมคุณวุฒิวิชาชีพผู้ดูแลกับหลักสูตรและค่าจ้างอ้างอิง ทำทะเบียนผู้ดูแลที่ประชาชนตรวจสอบได้ และเปิดช่องทางถูกกฎหมายให้แรงงานข้ามชาติทำงานผู้ดูแล พร้อมอบรมและทดสอบภาษาไทย
เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ เริ่มระบบนี้ก่อนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปจะถึงร้อยละ 20 ไทยควรเริ่มศึกษาตั้งแต่วันนี้ ไม่ให้ภาระทั้งหมดตกอยู่กับครอบครัว
สิ่งที่ KIN พร้อมทำก่อน ไม่ต้องรอกฎหมาย ในเอกสารข้อเสนอ KIN แจ้งต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่ายินดีเป็นพื้นที่นำร่องของข้อเสนอที่ 1 และเปิดข้อมูลผลลัพธ์ให้ผู้ประเมิน ยินดีเปิดเผยฉลากบริการตามข้อเสนอที่ 2 ก่อนจะมีข้อบังคับ ยินดีให้สถานประกอบการในเครือเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติของผู้ดูแลตามโครงการของภาครัฐ และยินดีให้คณะกรรมาธิการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน
5. บทบาทของ KIN ใน Care Ecosystem ของประเทศ
คำตอบสั้น: KIN เป็นผู้ให้บริการภาคเอกชนที่ดูแลครบ 4 ช่วงของการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยฟื้นฟู ตั้งแต่การฟื้นฟูทางการแพทย์ไปจนถึงการดูแลที่บ้าน ข้อเสนอจึงมาจากการเห็นรอยต่อจริงทุกช่วง
โรงพยาบาลกายภาพบำบัด KIN สุขุมวิท 107 ฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกและหลังผ่าตัด
ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง →
พักในศูนย์พร้อมพยาบาลและนักกายภาพบำบัด ในช่วงที่ฟื้นฟูได้ผลที่สุด
ดูแลและฟื้นฟูหลังผ่าตัด →
KIN ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุมา 9 ปี (จดทะเบียนบริษัท พ.ศ. 2561) ปัจจุบันมี ทีมแพทย์ครอบคลุม 5 สาขา ทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ 8 สาขา และถือใบอนุญาตประกอบกิจการ 7 ฉบับภายใต้กฎหมาย 2 ฉบับ ซึ่งประชาชนตรวจสอบได้ที่หน้า ใบอนุญาตประกอบกิจการของ KIN ให้บริการที่สาขาลาดพร้าว 71 แบริ่ง (สุขุมวิท 107) ราชพฤกษ์ และพัทยา และกำลังเปิดเพิ่มที่รามคำแหง 24 ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 และศาลายาในวันที่ 15 ธันวาคม 2569
ใน Care Ecosystem ผู้ป่วยหนึ่งคนเดินผ่านโรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟู สถานดูแล ไปจนถึงบ้าน ผู้ให้บริการที่อยู่ครบทุกช่วงจึงเห็นว่าผู้ป่วยตกหล่นที่รอยต่อตรงไหน ข้อเสนอของ KIN จึงมาจากหน้างานจริงของทั้งสายการดูแล
6. คลิปช่วงเสวนาและภาพบรรยากาศ
คำตอบสั้น: คลิปช่วงที่ ดร.ธงชัย ตอบคำถามบนเวทีราว 4 นาที และภาพบรรยากาศจากงาน
คลิปช่วงเสวนา “โอกาสและอุปสรรคที่แท้จริงของธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมไทย” 23 ก.ย. 2569

ดร.ธงชัย ร่วมรับฟังการอภิปรายในงานร่วมกับผู้แทนหน่วยงานและผู้เข้าร่วมงาน
ปรึกษาเรื่องการดูแลผู้สูงอายุและการฟื้นฟูกับ KIN
ปรึกษาฟรี · เยี่ยมชมสถานที่จริงฟรี · แพทย์ตรวจประเมินครั้งแรก 1,000 บาท · ทดลองอยู่ 7 วัน 9,999 บาท (ห้องพัก ผู้ดูแล อาหาร และพยาบาลดูแล 24 ชั่วโมง ไม่รวมกายภาพบำบัด)
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเวที Thailand Care Economy Forum
Thailand Care Economy Forum คืออะไร
เป็นงานสัมมนาที่คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร จัดเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา ภายใต้หัวข้อ จากภาระ สู่โอกาส สร้างมาตรฐานการดูแลที่ยั่งยืน เพื่อรับฟังความเห็นจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ไปจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและข้อเสนอเชิงกฎหมายด้านการดูแลผู้สูงอายุ
KIN มีบทบาทอะไรในงานนี้
ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KIN Rehabilitation & Homecare ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในช่วงเสวนา โอกาสและอุปสรรคที่แท้จริงของธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมไทย ร่วมกับผู้ประกอบการอีก 2 ราย และยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย 4 ข้อ พร้อมข้อเสนอประกอบ 20 รายการเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมาธิการฯ
ทำไมธุรกิจดูแลผู้สูงอายุต้องใช้ใบอนุญาตหลายฉบับ
ผู้สูงอายุหนึ่งคนที่ต้องการทั้งการดูแล การฟื้นฟู และการดูแลต่อที่บ้าน อาจอยู่ใต้กฎหมาย 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งอนุญาตและตรวจแยกกัน KIN จึงเสนอใบอนุญาตแบบต่อเนื่อง หรือตรวจครั้งเดียวสำหรับทั้งสองระบบ
ครอบครัวตรวจสอบใบอนุญาตของสถานดูแลผู้สูงอายุได้อย่างไร
ตรวจได้ที่ทะเบียนสาธารณะของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ที่ esta.hss.moph.go.th โดยค้นจากชื่อสถานประกอบการหรือจังหวัด ไม่ต้องล็อกอิน ส่วนใบอนุญาตของ KIN ดูได้ที่หน้า kinrehab.com/licenses
- กรมกิจการผู้สูงอายุ — สถิติผู้สูงอายุ ณ 31 สิงหาคม 2569
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ — การสำรวจประชากรสูงอายุ พ.ศ. 2567
- กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ — ทะเบียนกิจการดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับอนุญาต
- ILO — Thailand faces shortfall of 250,000 care workers by 2037
- สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย — เปลี่ยนโลกสูงวัยผ่านเลนส์ Silver Economy
- มติชน — สภากายภาพบำบัด: ผู้ป่วยสโตรกกว่า 70% ยังไม่ได้กายภาพตามเกณฑ์
อัปเดตล่าสุด: 25 ก.ย. พ.ศ. 2569 | ตัวเลขสถิติอ้างอิงจากหน่วยงานต้นทางตามรายการด้านบน ณ วันที่เผยแพร่
