มองไม่เห็นซีกซ้ายหลังสโตรก
อาจเป็นภาวะละเลยซีกหนึ่ง ญาติช่วยฝึกอย่างไร
ผู้ป่วยกินข้าวเหลือครึ่งจานด้านซ้าย ไม่หันมาเมื่อเรียกจากทางซ้าย เดินชนขอบประตู บทความนี้อธิบายว่าอาการนี้คืออะไร และจะช่วยฝึกอย่างไร
งานรวม 41 การศึกษา 6,324 ราย
สมองซีกซ้ายบาดเจ็บราว 18%
ในกิจวัตรจริงทุกวัน
อาจเป็นสโตรกซ้ำ
ญาติหลายบ้านเล่าว่า “คุณพ่อโกนหนวดแค่ครึ่งหน้า ใส่เสื้อแขนเดียว แต่บอกว่าเสร็จแล้ว” อาการแบบนี้อาจเป็นภาวะละเลยซีกหนึ่ง (unilateral spatial neglect) ซึ่งกระทบทั้งพื้นที่รอบตัวและร่างกายซีกนั้น ผู้ป่วยไม่ได้แกล้งหรือดื้อ สมองไม่รับรู้สิ่งที่อยู่ด้านหนึ่ง และบางคนไม่รู้ตัวว่าพลาดไป
บทความนี้เน้นผู้ป่วยที่ละเลยด้านซ้าย ซึ่งพบบ่อยกว่า ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาพูดหรือเข้าใจคำพูดร่วมด้วย อ่านต่อที่ พูดไม่ได้หลังสโตรก ฝึกพูดอย่างไร
เนื้อหาในบทความนี้
1. มองไม่เห็นซีกซ้ายหลังสโตรก ภาวะละเลยซีกซ้ายคืออะไร
คำตอบสั้น: คือภาวะที่สมองไม่ใส่ใจหรือไม่รับรู้สิ่งที่อยู่ทางด้านซ้าย ทั้งของรอบตัวและร่างกายซีกซ้ายของตัวเอง เกิดได้แม้ตาและลานสายตาปกติ แต่อาการคล้ายกันอาจมาจากลานสายตาครึ่งซีกหายไป จึงต้องตรวจแยก
เมื่อสโตรกทำให้สมองซีกขวาบาดเจ็บ ความสนใจจะเทไปทางขวา Stroke Foundation ของออสเตรเลียอธิบายอาการนี้ว่า ไม่เห็นหรือไม่รู้สึกถึงสิ่งที่อยู่ด้านที่ได้รับผลกระทบ และอาจรวมถึงจำส่วนของร่างกายตัวเองไม่ได้

กินข้าวเหลือฝั่งซ้ายของจานเป็นสัญญาณที่ญาติเห็นบ่อย
2. ภาวะละเลยซีกซ้ายพบบ่อยแค่ไหน ใครมีโอกาสเป็น
คำตอบสั้น: งานรวม 41 การศึกษา ผู้ป่วย 6,324 ราย ปี 2564 ประมาณว่าพบราว 30% หลังสโตรกข้างเดียว พบบ่อยกว่าเมื่อสมองซีกขวาบาดเจ็บ (ราว 38%) แต่สมองซีกซ้ายบาดเจ็บก็พบได้ (ราว 18%) และมักลดลงเมื่อพ้นระยะเฉียบพลัน
อ่านตัวเลขนี้อย่างไร ตัวเลขต่างกันมากตามวิธีตรวจ การประเมินจากกิจวัตรจริงพบสูงกว่าการทำแบบทดสอบบนกระดาษ (53% เทียบ 24%) ระยะยาวยังประมาณไม่ได้ และไม่ใช่ข้อมูลผู้ป่วย KIN
3. สังเกตอาการละเลยซีกซ้ายที่บ้านได้อย่างไร ต่างจากตาบอดครึ่งซีกไหม
คำตอบสั้น: สังเกตจากกิจวัตร เช่น กินข้าวเหลือฝั่งซ้าย ชนสิ่งของด้านซ้าย แต่งตัวครึ่งเดียว อาการคล้ายตาบอดครึ่งซีกและเกิดร่วมกันได้ ต้องให้แพทย์และทีมฟื้นฟูตรวจแยก
- กินข้าว เหลืออาหารฝั่งซ้ายของจาน หมุนจานแล้วกินต่อได้
- การเคลื่อนที่ เดินหรือเข็นรถเข็นชนขอบประตูด้านซ้าย
- ดูแลตัวเอง โกนหนวด หวีผม หรือใส่เสื้อแค่ด้านขวา
- แขนขาซ้าย ปล่อยแขนซ้ายห้อยตกข้างเตียงโดยไม่รู้ตัว
- การสื่อสาร ไม่หันมาเมื่อเรียกจากทางซ้าย อ่านแค่ครึ่งบรรทัดขวา
| ละเลยซีกซ้าย | ตาบอดครึ่งซีก | |
|---|---|---|
| คืออะไร | สมองไม่ใส่ใจสิ่งที่อยู่ด้านซ้าย | ลานสายตาครึ่งหนึ่งของตาแต่ละข้างหายไป |
| ร่างกายตัวเอง | อาจไม่รู้สึกหรือจำแขนขาซ้ายไม่ได้ | กระทบการมองเห็นเป็นหลัก |
| ตรวจอย่างไร | แบบทดสอบหลายชนิด (ขีดเป้า แบ่งครึ่งเส้น วาดภาพ) ร่วมกับสังเกตกิจวัตร | ตรวจลานสายตาโดยทีมด้านการมองเห็น แบบทดสอบภาวะละเลยใช้แทนไม่ได้ |
นิยามจาก Stroke Foundation ออสเตรเลีย · แบบทดสอบเดียวตัดภาวะละเลยไม่ได้ (European Academy of Neurology 2565) · สองภาวะเกิดร่วมกันได้ (Kerkhoff 2540) ต้องให้แพทย์ตรวจ
4. งานวิจัยบอกอะไร ฝึกภาวะละเลยซีกซ้ายได้ผลไหม
คำตอบสั้น: งานรวม Cochrane ปี 2564 รวม 65 การทดลอง ผู้ป่วย 1,951 ราย สรุปว่ายังพิสูจน์ไม่ได้ว่าวิธีฝึกเฉพาะแบบใดช่วยกิจวัตรประจำวันได้แน่นอน เพราะการทดลองยังเล็ก แต่แนะนำให้ทีมฟื้นฟูฝึกต่อตามเป้าหมายของผู้ป่วยแต่ละคน
วิธีที่ใช้กันมีหลายแบบ เช่น ฝึกกวาดสายตาไปทางซ้ายอย่างเป็นระบบ (visual scanning) ฝึกให้รับรู้ร่างกายซีกซ้าย และเลนส์ปริซึม Stroke Foundation ระบุว่าอาจได้ฝึกกวาดสายตาเพื่อช่วยตอนเดินและอ่านหนังสือ และ ความคิดและการรับรู้ดีขึ้นได้ด้วยการฝึกซ้ำ แต่จะแย่ลงเมื่อเครียดหรือเหนื่อย
ข้อจำกัด ทุกงานมีผู้ป่วยน้อยกว่า 50 คนต่อกลุ่ม และไม่มีงานไหนวัดเรื่องการล้ม ข้อสรุปจึงเป็น “ยังไม่รู้แน่” ไม่ใช่ “ฝึกไม่ได้ผล”

ฝึกกวาดสายตาและเอื้อมไปทางซ้ายซ้ำ ๆ ในกิจกรรมที่ผู้ป่วยใช้จริง
5. ญาติช่วยฝึกผู้ป่วยที่มองไม่เห็นซีกซ้ายอย่างไร
คำตอบสั้น: ช่วยด้วยการเตือนให้หันมองซ้ายซ้ำ ๆ ในกิจวัตรจริง พูดสั้น ครั้งละ 1–2 คำสั่ง ลดเสียงรบกวน และจัดบ้านให้ปลอดภัยก่อน แล้วค่อยเพิ่มความท้าทายตามที่นักกายภาพหรือนักกิจกรรมบำบัดแนะนำ
- เตือนเป็นคำเดิม เช่น “มองซ้าย” ทุกครั้งก่อนกินข้าว แต่งตัว หรือเดินผ่านประตู
- ใช้จุดสังเกต ติดแถบสีสดที่ขอบซ้ายของโต๊ะหรือจาน ให้ผู้ป่วยหาให้เจอก่อนเริ่ม
- พูดสั้นและชัด Stroke Foundation แนะนำไม่เกินราว 6 คำต่อประโยค ครั้งละ 1–2 คำสั่ง และปิดทีวีขณะคุย
- ชวนใช้ร่างกายซีกซ้าย ให้มองและสัมผัสแขนซ้ายตอนแต่งตัว จัดแขนซ้ายให้อยู่ในสายตาเวลานั่ง
- วางของจำเป็นให้หยิบถึงเสมอ น้ำ โทรศัพท์ กริ่งเรียก ไม่ให้ต้องลุกหาเอง
ชมเมื่อทำได้ ไม่ตำหนิเมื่อพลาด ชี้ชวนอย่างใจเย็น ชมทันทีเมื่อหันไปเจอ และฝึกช่วงที่ไม่เหนื่อย

ช่วยแต่งตัวจากด้านซ้ายและชวนให้มองแขนซ้าย ทำให้กิจวัตรทุกวันเป็นการฝึกไปในตัว

“ภาวะละเลยซีกซ้ายไม่ใช่ความดื้อ ญาติที่เตือนด้วยคำเดิมทุกวันอย่างใจเย็น คือผู้ช่วยฝึกคนสำคัญนอกเวลากายภาพ”
6. ความปลอดภัยของผู้ป่วยที่ละเลยซีกซ้าย และสัญญาณอันตราย
คำตอบสั้น: ภาวะนี้เพิ่มโอกาสชนและล้ม ไม่ควรให้เดิน ใช้เตา ข้ามถนน หรือขับรถเองจนกว่าทีมรักษาจะประเมินว่าปลอดภัย ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นใหม่หรือแย่ลงทันที ให้โทร 1669 เพราะอาจเป็นสโตรกซ้ำ
Stroke Foundation ระบุว่าปัญหาการรับรู้อาจทำให้ใช้เตาหรือกินยาผิด และแนะนำให้ประเมินบ้านหาจุดเสี่ยง เรื่องอ่อนแรงซีกเดียว อ่านต่อที่ แขนขาอ่อนแรง อาการของโรคหลอดเลือดสมอง
พบข้อใดข้อหนึ่ง โทร 1669 ทันที
• จู่ ๆ ไม่สนใจด้านใดด้านหนึ่ง หรือแย่ลงกว่าเดิมชัดเจน
• แขนขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียวขึ้นมาใหม่
• หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด ตามัว เห็นภาพซ้อนทันที
• ซึมลง สับสนทันที หรือปวดหัวรุนแรงทันที
จดเวลาที่เห็นผู้ป่วยปกติครั้งสุดท้าย · อ่านเพิ่ม BE FAST สัญญาณเตือนสโตรก
ที่ KIN ราชพฤกษ์ ช่วยผู้ป่วยที่ละเลยซีกซ้ายอย่างไร
KIN ราชพฤกษ์ (นนทบุรี) เป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและดูแลผู้สูงอายุแบบพักค้าง เหมาะกับครอบครัวที่ผู้ป่วยเสี่ยงชนและล้มจนต้องมีคนอยู่ข้าง ๆ แทบตลอดเวลา
- เลือกโปรแกรมฟื้นฟูที่มีกายภาพบำบัดได้ตามแผน สำหรับผู้ป่วยที่พักฟื้นในศูนย์ ฝึกหันมองและใช้ร่างกายซีกซ้ายในท่าที่ใช้จริง
- พยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เตือนด้วยวิธีเดียวกันทุกกะ และช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนที่อย่างปลอดภัย
- ทีมแพทย์ของ KIN Rehabilitation แพทย์ 5 ท่าน ครอบคลุม 5 สาขา · 8 สาขาวิชาชีพ ช่วยประเมินปัญหาการรับรู้และการมองเห็น
- เยี่ยมชมศูนย์และปรึกษาได้ฟรี ทุกวัน 09:00–18:00 น. นัดล่วงหน้าหรือเดินทางมาเองก็ได้
ดูข้อมูลสาขาเพิ่มที่ หน้าสาขา KIN ราชพฤกษ์ และ โปรแกรมฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของ KIN
ติดต่อ KIN ราชพฤกษ์ | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ปรึกษาเรื่องผู้ป่วยสโตรกที่ไม่สนใจด้านซ้าย ชนและล้มบ่อย และการพักฟื้นในศูนย์ · เยี่ยมชมได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.
สาขาอื่นของ KIN Rehabilitation
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
มองไม่เห็นซีกซ้ายหลังสโตรก หายได้ไหม
งานวิจัยพบว่าอาการมักลดลงเมื่อพ้นระยะเฉียบพลันค่ะ แต่บางคนยังเหลืออาการ การฝึกต่อเนื่องและจัดบ้านให้ปลอดภัยจึงสำคัญค่ะ
ผู้ป่วยกินข้าวเหลือครึ่งจาน เป็นเพราะอะไร
ถ้าเหลือฝั่งเดิมทุกครั้งและหมุนจานแล้วกินต่อได้ อาจเป็นภาวะละเลยซีกหนึ่งค่ะ ควรแจ้งแพทย์หรือทีมฟื้นฟูให้ตรวจ ระหว่างนี้ให้เตือนมองซ้ายหรือหมุนจานช่วยค่ะ
ภาวะละเลยซีกซ้ายต่างจากตาบอดครึ่งซีกอย่างไร
ตาบอดครึ่งซีกคือลานสายตาครึ่งหนึ่งหายไป ส่วนภาวะละเลยคือสมองไม่ใส่ใจด้านนั้น และอาจลืมร่างกายซีกนั้นด้วยค่ะ สองภาวะเกิดร่วมกันได้ ต้องให้แพทย์ตรวจแยกค่ะ
ควรวางของไว้ด้านซ้ายหรือด้านขวาของผู้ป่วย
ของจำเป็นอย่างน้ำ โทรศัพท์ และกริ่งเรียก ควรอยู่ในจุดที่ผู้ป่วยหาเจอและหยิบถึงเสมอค่ะ ส่วนการวางของเพื่อฝึกให้หันมองซ้าย ให้ทำตามที่ทีมฟื้นฟูกำหนดเป็นรายคนค่ะ
ผู้ป่วยที่ละเลยซีกซ้าย ขับรถได้ไหม
ไม่ควรขับจนกว่าแพทย์และทีมฟื้นฟูประเมินว่าปลอดภัยค่ะ เพราะอาจไม่เห็นรถหรือคนทางด้านซ้าย
ฝึกที่บ้านทุกวันต้องทำอะไรบ้าง
ใช้กิจวัตรเป็นการฝึกค่ะ เตือนมองซ้ายก่อนกินข้าวและแต่งตัว พูดสั้น ชมเมื่อทำได้ ฝึกช่วงที่ไม่เหนื่อยค่ะ
- Prevalence of spatial neglect post-stroke: A systematic review — Esposito E และคณะ วารสาร Annals of Physical and Rehabilitation Medicine พ.ศ. 2564 (DOI 10.1016/j.rehab.2020.10.010)
- Non-pharmacological interventions for spatial neglect or inattention following stroke and other non-progressive brain injury — Longley V และคณะ Cochrane Database of Systematic Reviews พ.ศ. 2564 (DOI 10.1002/14651858.CD003586.pub4)
- Thinking and perception after stroke fact sheet — Stroke Foundation (ออสเตรเลีย)
- Rapid screening for neglect following stroke: European Academy of Neurology recommendations — Moore M และคณะ วารสาร European Journal of Neurology พ.ศ. 2565 (DOI 10.1111/ene.15381)
- Hemi-neglect versus hemianopia. Differential diagnosis — Kerkhoff G, Schindler I วารสาร Fortschritte der Neurologie Psychiatrie พ.ศ. 2540 (DOI 10.1055/s-2007-996332 · ภาษาเยอรมัน อ้างจากบทคัดย่อ)

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.ธัญชนก ชูธรรมสถิตย์ ว.62998 ผู้อำนวยการการแพทย์ ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การวินิจฉัยและแผนฝึกต้องให้แพทย์และทีมฟื้นฟูประเมิน ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN