หน้าเบี้ยว เป็นอัมพฤกษ์ (สโตรก) หรือ Bell's palsy
แยกอย่างไร เมื่อไรต้องไปโรงพยาบาลทันที
ไปโรงพยาบาลก่อน แยกโรคทีหลัง เพราะเวลามีผลกับการรักษาสโตรก
ไปโรงพยาบาลก่อน แยกโรคทีหลัง
กรอบมาตรฐานยาละลายลิ่มเลือด ผู้เข้าเกณฑ์
การรักษาได้ผลดีเมื่อเริ่มเร็ว
AAO-HNS แนะนำทุกราย
ตื่นมาแล้วมุมปากตก ยิ้มไม่เท่ากัน หลายคนนึกถึงทั้งอัมพฤกษ์และ Bell's palsy สองโรคนี้ดูคล้ายกันในชั่วโมงแรก แต่ความเร่งด่วนต่างกันมาก
บทความนี้ไม่แนะนำยาหรือขนาดยาใด ๆ การรักษาเป็นการตัดสินใจของแพทย์
เนื้อหาในบทความนี้
1. หน้าเบี้ยว อัมพฤกษ์ หรือ Bell's palsy ก็ตาม เจอหน้าเบี้ยวฉับพลันต้องทำอะไรก่อน
คำตอบสั้น: ถือเป็นเหตุฉุกเฉินไว้ก่อน โทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลที่รักษาโรคหลอดเลือดสมองได้ทันที จดเวลาที่เห็นอาการครั้งแรกหรือเวลาสุดท้ายที่ยังปกติ ไม่ต้องทดสอบเองที่บ้าน
แนวทางยุโรป ESO (พ.ศ. 2564) แนะนำยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำในสโตรกตีบภายใน 4.5 ชั่วโมงหลังเริ่มอาการ สำหรับผู้เข้าเกณฑ์ ผู้ที่มาช้าหรือตื่นมาพบอาการบางรายอาจยังรักษาได้ตามผลภาพสมอง แต่ยิ่งเร็วยิ่งดี NHS ย้ำว่าแม้อาการหายเองระหว่างรอรถ ก็ยังต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล ทวนสัญญาณเตือนที่ BEFAST สัญญาณเตือนสโตรก
โทร 1669 ทันที ถ้าหน้าเบี้ยวร่วมกับข้อใดข้อหนึ่ง
• แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาซีกใดซีกหนึ่ง
• พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือฟังไม่เข้าใจ
• เดินเซ เวียนศีรษะ ตามัว หรือเห็นภาพซ้อน
• ปวดศีรษะรุนแรงทันที สับสน หรือซึมลง
ตื่นนอนแล้วเจออาการ ให้นับจากเวลาสุดท้ายที่เห็นว่าปกติ อ่าน สโตรกตอนตื่นนอน
ไม่ขับรถไปเอง ไม่ให้กินยา อาหาร หรือน้ำ จนกว่าแพทย์ประเมินการกลืน และจดรายการยาที่กินอยู่ไปให้แพทย์

โทร 1669 ก่อน แล้วจดเวลาเริ่มอาการ
2. Bell's palsy คืออะไร ต่างจากอัมพฤกษ์ตรงไหน
คำตอบสั้น: Bell's palsy คือเส้นประสาทใบหน้าส่วนปลาย (คู่ที่ 7) อ่อนแรงอย่างรวดเร็วโดยไม่พบสาเหตุอื่น เชื่อว่าเกี่ยวกับการอักเสบและบวมของเส้นประสาท ส่วนอัมพฤกษ์ใบหน้าจากสโตรกเกิดจากสมองขาดเลือดหรือเลือดออก
แนวทางสมาคมแพทย์หู คอ จมูกอเมริกัน (AAO-HNS พ.ศ. 2556) ระบุว่า Bell's palsy เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก แต่ใบหน้าอ่อนแรงไม่ใช่ Bell's palsy ทุกราย อาการที่พบคือ ยักคิ้วข้างที่เป็นไม่ได้ หลับตาไม่สนิท มุมปากตก บางคนรับรสลดลงหรือปวดหลังหู (คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล)
3. จุดที่แพทย์ใช้แยก Bell's palsy กับสโตรก หน้าผาก ตา และอาการร่วม
คำตอบสั้น: Bell's palsy มักย่นหน้าผากข้างที่เป็นไม่ได้และหลับตาไม่สนิท สโตรกมักยังย่นหน้าผากได้เพราะหน้าผากรับสัญญาณจากสมองทั้งสองซีก และมักมีแขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดร่วม แต่เป็นเบาะแสให้แพทย์ ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินที่บ้าน
| ลักษณะ | Bell's palsy (เส้นประสาทใบหน้า) | อัมพฤกษ์จากสโตรก (สมอง) |
|---|---|---|
| หน้าผาก ยักคิ้ว | ข้างที่เป็นย่นไม่ได้ | มักยังย่นได้ |
| หลับตา | มักปิดไม่สนิท | มักปิดได้ |
| แขน ขา การพูด | ปกติ | มักอ่อนแรง ชา พูดไม่ชัด หรือสับสนร่วม |
| อาการอื่น | รับรสลดลง ปวดหลังหู | เดินเซ ตามัว ปวดศีรษะรุนแรงได้ |
| ทำอะไร | พบแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมง | โทร 1669 ทันที |
ที่มา: คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล · AAO-HNS · NHS · เป็นเบาะแสของแพทย์ ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยเอง

ยักคิ้วเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจ
4. ทำไมห้ามแยกเองที่บ้าน แม้ยักคิ้วได้หรือไม่ได้
คำตอบสั้น: เพราะสโตรกบางแบบทำให้หน้าเบี้ยวคล้าย Bell's palsy ได้ และแพทย์ต้องหาสาเหตุอื่น เช่น งูสวัด หูอักเสบ หรือเนื้องอก การยักคิ้วจึงตัดโรคใดทิ้งไม่ได้
งานจากแคลิฟอร์เนีย (Fahimi และคณะ พ.ศ. 2557) ติดตามผู้ป่วย 43,979 รายที่ห้องฉุกเฉินวินิจฉัยว่าเป็น Bell's palsy พบว่า 0.8% มีการวินิจฉัยโรคอื่นภายใน 90 วัน โดยสโตรกเป็นหนึ่งในโรคหลัก ซึ่งอาจสะท้อนการวินิจฉัยคลาดเคลื่อนบางส่วน (ข้อมูลย้อนหลัง) งานทบทวนใน American Family Physician (พ.ศ. 2566) ให้หาสาเหตุอื่นเมื่อหน้าผากไม่อ่อนแรง เป็นสองข้าง ค่อย ๆ เป็น ได้ยินลดลง เสียงในหู เวียนศีรษะ หรือแขนขาอ่อนแรง
บทเรียนจากคดีจริง รายงาน 4 คดีในสหรัฐฯ (Lindor และ Ghaith พ.ศ. 2568) มีผู้ป่วยสโตรกที่ถูกบอกว่าเป็น Bell's palsy ผู้เขียนเตือนว่าแขนขาปกติก็ยังตัดสโตรกไม่ได้ในคนที่มีความเสี่ยง

“หน้าเบี้ยวครั้งแรก อย่าเดาเองค่ะ ไปโรงพยาบาลก่อน แล้วค่อยฟื้นฟูตามที่แพทย์วินิจฉัยค่ะ”
5. ตาปิดไม่สนิทจาก Bell's palsy ดูแลอย่างไรไม่ให้กระจกตาเป็นแผล
คำตอบสั้น: ตาที่ปิดไม่สนิทจะแห้งและเสี่ยงบาดเจ็บ แนวทาง AAO-HNS แนะนำให้ป้องกันตาทุกรายที่ปิดตาไม่สนิท ด้วยน้ำตาเทียมหรือขี้ผึ้งป้ายตาตามที่แพทย์สั่ง และปิดตาด้วยเทปตอนนอนตามวิธีที่ทีมสอน
อย่าเลือกยาหยอดตาเอง ให้พยาบาลสาธิตการปิดตาด้วยเทปก่อนทำเอง (NHS) และพบแพทย์เร็วถ้าตาแดง ปวดตา ตามัว หรือแพ้แสง

ป้องกันตาที่ปิดไม่สนิทเสมอ
6. Bell's palsy ฟื้นตัวนานแค่ไหน กายภาพใบหน้าช่วยไหม
คำตอบสั้น: NHS ระบุว่าอาการมักดีขึ้นภายใน 6 เดือน บางคนนานกว่าหรือมีอาการหลงเหลือ ไม่ดีขึ้นใน 3 สัปดาห์หรือฟื้นไม่ครบใน 3 เดือน ควรกลับไปพบแพทย์ กายภาพใบหน้าควรเริ่มหลังแพทย์วินิจฉัยแล้ว
กายภาพใบหน้า หลักฐานว่าอย่างไร Cochrane (Teixeira และคณะ พ.ศ. 2554) ยังไม่พบหลักฐานพอสนับสนุนการกระตุ้นไฟฟ้า งานทบทวนฉบับปรับปรุง (Khan และคณะ Clin Rehabil พ.ศ. 2565) พบหลักฐานใหม่สนับสนุนการฝึกใบหน้ามากขึ้น ทั้งระยะแรกและรายเรื้อรัง แต่วิธีฝึกยังหลากหลาย ดูท่าบริหารพื้นฐานที่ ออกกำลังกายผู้ป่วยอัมพาตใบหน้า
โรงพยาบาลคิน สุขุมวิท 107 ช่วยหลังแพทย์วินิจฉัยแล้วได้อย่างไร
โรงพยาบาลคิน สุขุมวิท 107 ในซอยแบริ่ง 10 ใกล้ BTS แบริ่ง จดทะเบียนเป็นโรงพยาบาลกายภาพบำบัด ไม่ใช่ห้องฉุกเฉิน หน้าเบี้ยวฉับพลันให้โทร 1669 ก่อน เมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้ว ทีมมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูต่อ
- ทีมแพทย์ของสาขา มีแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและแพทย์ประสาทวิทยา ร่วมวางแผนตามนัด ดูรายชื่อทีม
- แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูออกตรวจผู้ป่วยนอกทุกวันพุธ นัดผ่านเบอร์หรือ LINE ของสาขา
- กายภาพบำบัดแบบไปกลับ และฟื้นฟูสโตรกแบบไปกลับ ตามแผนเฉพาะบุคคล
- สอบถามข้อมูลบริการและเยี่ยมชมสถานที่ฟรีทุกวัน 09:00–18:00 น. (ไม่รวมการตรวจรักษา)
ติดต่อ โรงพยาบาลคิน สุขุมวิท 107 | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ฟื้นฟูหลังแพทย์วินิจฉัย Bell's palsy หรือสโตรกแล้ว · อาการฉับพลันโทร 1669 ก่อน
สาขาอื่นของ KIN Rehabilitation
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
หน้าเบี้ยวแต่ยังยักคิ้วได้ แปลว่าเป็นสโตรกใช่ไหม
เป็นเบาะแสที่ทำให้แพทย์นึกถึงสาเหตุจากสมองค่ะ แต่ใช้ตัดสินเองไม่ได้ทั้งสองทาง หน้าเบี้ยวฉับพลันให้โทร 1669 ทันทีค่ะ
หน้าเบี้ยวอย่างเดียว แขนขาปกติ รอดูอาการก่อนได้ไหม
ไม่ควรรอค่ะ สโตรกบางแบบมีหน้าเบี้ยวเด่นกว่าอาการอื่น และการรักษาสโตรกยิ่งเร็วยิ่งมีทางเลือกมาก ไปโรงพยาบาลก่อนปลอดภัยกว่าค่ะ
Bell's palsy ต้องพบแพทย์ภายในกี่ชั่วโมง
ควรพบแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมงหลังเริ่มอาการค่ะ เพราะการรักษาได้ผลดีเมื่อเริ่มเร็ว ยาและขนาดยาแพทย์เป็นผู้ตัดสิน ห้ามซื้อยากินเองค่ะ
หน้าเบี้ยวแล้วหายเองในไม่กี่นาที ยังต้องไปโรงพยาบาลไหม
ต้องไปค่ะ อาจเป็นสโตรกชั่วคราว (TIA) ซึ่งเตือนว่าเสี่ยงสโตรกตามมา NHS ระบุว่าแม้อาการหายระหว่างรอรถ ก็ยังต้องได้รับการตรวจที่โรงพยาบาล ให้โทร 1669 ค่ะ
Bell's palsy หายเองไหม ใช้เวลานานแค่ไหน
อาการมักดีขึ้นภายใน 6 เดือนค่ะ บางคนนานกว่าหรือมีอาการหลงเหลือ ถ้าไม่ดีขึ้นใน 3 สัปดาห์หรือฟื้นไม่ครบใน 3 เดือน ควรกลับไปพบแพทย์ค่ะ
กายภาพหรือกระตุ้นไฟฟ้าช่วย Bell's palsy ไหม
ยังไม่มีหลักฐานพอสนับสนุนการกระตุ้นไฟฟ้าเป็นประจำค่ะ ส่วนการฝึกใบหน้ามีหลักฐานสนับสนุนมากขึ้น ควรให้นักกายภาพประเมินหลังแพทย์วินิจฉัยแล้วค่ะ
- Clinical practice guideline: Bell's palsy — Baugh RF และคณะ (AAO-HNS) Otolaryngol Head Neck Surg พ.ศ. 2556
- European Stroke Organisation (ESO) guidelines on intravenous thrombolysis for acute ischaemic stroke — Berge E และคณะ European Stroke Journal พ.ศ. 2564
- Potential misdiagnoses of Bell's palsy in the emergency department — Fahimi J และคณะ Ann Emerg Med พ.ศ. 2557
- Bell Palsy Mimics: Lessons from Four Malpractice Cases — Lindor R, Ghaith S Clin Pract Cases Emerg Med พ.ศ. 2568
- Physical therapy for Bell's palsy (idiopathic facial paralysis) — Teixeira LJ และคณะ Cochrane พ.ศ. 2554
- Physical therapy for facial nerve paralysis (Bell's palsy): An updated and extended systematic review — Khan AJ และคณะ Clin Rehabil พ.ศ. 2565
- Bell Palsy: Rapid Evidence Review — Dalrymple SN และคณะ American Family Physician พ.ศ. 2566
- Bell's palsy — NHS (ทบทวน ก.ค. 2566)
- Transient ischaemic attack (TIA) — NHS (ทบทวน มิ.ย. 2566)
- ทำความเข้าใจ Bell's Palsy — ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.กฤชฐา พึ่งเจริญ ว.40781 แพทย์ประสาทวิทยา | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย ไม่แนะนำยาหรือขนาดยาใด หน้าเบี้ยวฉับพลันโทร 1669 ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ป่วยที่ใช้บริการ KIN
▶︎▶︎ แตะดูคลิป 46 วินาที