เส้นเลือดในสมองตีบ อาการเตือน สาเหตุ การรักษา และการฟื้นฟูให้กลับมาใช้ชีวิตได้
รู้ทันอาการ BEFAST · ถึงโรงพยาบาลใน 4.5 ชั่วโมง · ฟื้นฟูเข้มข้นช่วง Golden Period 3–6 เดือนแรก — ศูนย์ฟื้นฟูครบวงจร 6 สาขา กทม.-พัทยา-สามพราน

80%
ของโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมดเป็นชนิดตีบ/อุดตัน
4.5 ชม.
กรอบเวลายาละลายลิ่มเลือดหลังเริ่มมีอาการ
3–6 เดือน
Golden Period ช่วงฟื้นฟูที่ได้ผลที่สุด
24 ชม.
ระบบพยาบาลวิชาชีพดูแลผู้ที่พักค้าง
9,999 บาท
ทดลองฟื้นฟู 7 วันก่อนตัดสินใจระยะยาว
สโตรก "ฟื้นฟู" กับ "พักฟื้นเฉย ๆ" ต่างกันอย่างไร — โดยทีมศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN
1. เส้นเลือดในสมองตีบคืออะไร
เส้นเลือดในสมองตีบ (Ischemic Stroke รหัสโรค ICD-10: I63) คือภาวะที่หลอดเลือดแดงซึ่งนำเลือดไปเลี้ยงสมองตีบแคบหรืออุดตัน จนเนื้อสมองส่วนนั้นขาดเลือดและขาดออกซิเจน พบราว 80% ของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ทั้งหมด ส่วนอีกราว 20% เป็นชนิดเส้นเลือดในสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) ซึ่งเลือดออกในเนื้อสมองโดยตรง ทั้งสองชนิดจัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์เหมือนกัน แต่แนวทางการรักษาในโรงพยาบาลต่างกันโดยสิ้นเชิง
ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขปี 2566 ระบุว่าคนไทยป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองปีละกว่า 350,000 ราย และเสียชีวิตกว่า 36,000 ราย นับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตและความพิการอันดับต้นของประเทศ ที่สำคัญคือสมองที่ขาดเลือดทุก 1 นาที มีเซลล์ประสาทเสียหายราว 1.9 ล้านเซลล์ การมาถึงโรงพยาบาลเร็วและการเริ่มโปรแกรมฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองเร็ว จึงเป็น 2 ปัจจัยที่ชี้ขาดว่าจะกลับมาใช้ชีวิตได้มากแค่ไหน
1) หลอดเลือดตีบจากผนังหนาตัว (Thrombosis) — ไขมันและหินปูนเกาะผนังหลอดเลือดสะสมนานหลายปี จนรูหลอดเลือดแคบลงเรื่อย ๆ พบมากในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และผู้สูบบุหรี่
2) ลิ่มเลือดหลุดมาอุดตัน (Embolism) — ลิ่มเลือดก่อตัวที่อื่น เช่น หัวใจที่เต้นผิดจังหวะชนิด AF แล้วหลุดลอยมาอุดหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน อาการจึงมักเกิดทันทีทันใด
2. อาการเตือนเส้นเลือดในสมองตีบ — จำหลัก BEFAST
อาการเตือนที่พบบ่อยที่สุดคือ ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ซึ่งเกิดขึ้นทันทีทันใด หากพบข้อใดข้อหนึ่งต้องโทร 1669 ภายในทันที เพราะยาละลายลิ่มเลือดให้ได้ผลดีเฉพาะภายใน 4.5 ชั่วโมงแรกเท่านั้น หลักจำสากล BEFAST ครอบคลุมอาการเตือน 6 ด้านดังนี้
เวียนศีรษะ เดินเซ ทรงตัวไม่ได้เฉียบพลัน
ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็นข้างเดียวทันที
ปากเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มแล้วใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน
แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ยกแขนสองข้างแล้วข้างหนึ่งตก
พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง นึกคำไม่ออก ฟังคำสั่งไม่เข้าใจ
จับเวลาที่เริ่มมีอาการ แล้วโทร 1669 ทันที ทุกนาทีคือเนื้อสมอง
บางรายมีอาการชั่วคราวแล้วหายเองใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA หรือ Mini-Stroke) ห้ามวางใจเด็ดขาด เพราะราว 1 ใน 3 ของผู้ที่เคยมี TIA จะเกิดโรคหลอดเลือดสมองเต็มรูปแบบตามมา TIA คือสัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายที่ร่างกายให้โอกาสไปพบแพทย์ก่อนเกิดความเสียหายถาวร
3. สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของเส้นเลือดในสมองตีบ
ปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 คือความดันโลหิตสูง (เกิน 140/90 mmHg) รองลงมาคือเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด AF โดยความเสี่ยงเพิ่มขึ้นชัดเจนตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป ปัจจัยเหล่านี้ทำลายผนังหลอดเลือดทีละน้อยโดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้านานหลายปี
| กลุ่มปัจจัยเสี่ยง | รายละเอียด | จัดการได้หรือไม่ |
|---|---|---|
| โรคประจำตัว | ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ (AF) เคยมี TIA | ได้ — คุมด้วยยาและติดตามแพทย์สม่ำเสมอ |
| พฤติกรรม | สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์หนัก อาหารเค็ม-มันจัด ขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน เครียดเรื้อรัง | ได้ — ปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยงได้มาก |
| ปัจจัยคงที่ | อายุ 45 ปีขึ้นไป เพศชายเสี่ยงสูงกว่า มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมอง | ไม่ได้ — แต่ตรวจสุขภาพประจำปีช่วยจับสัญญาณก่อน |
ผู้ที่มีโรคประจำตัวข้างต้นตั้งแต่ 2 โรคขึ้นไปจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ควรตรวจสุขภาพและพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุในการดูแลแบบ Nursing Home ควรเฝ้าสังเกตอาการ BEFAST อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นวัยที่ความเสี่ยงสูงที่สุด
4. การวินิจฉัยและการรักษาระยะเฉียบพลันในโรงพยาบาล
โรงพยาบาลจะทำ CT Scan หรือ MRI สมองทันทีเพื่อแยกชนิดตีบหรือแตก หากเป็นชนิดตีบและมาถึงภายใน 4.5 ชั่วโมง แพทย์สามารถให้ยาละลายลิ่มเลือด (rtPA) ทางหลอดเลือดดำ และบางรายที่หลอดเลือดใหญ่อุดตันอาจใส่สายสวนลากลิ่มเลือด (Mechanical Thrombectomy) ได้ภายใน 6–24 ชั่วโมง ตามเกณฑ์ข้อบ่งชี้ของแพทย์ผู้ประเมิน
หลังพ้นระยะวิกฤต แพทย์จะให้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือดระยะยาว ควบคุมความดัน น้ำตาล และไขมัน เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ โดยทั่วไปผู้ที่มีอาการคงที่จะออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 3–7 วัน คำถามสำคัญที่ครอบครัวส่วนใหญ่ยังไม่ทันได้เตรียมคือ "ออกจากโรงพยาบาลแล้วไปต่อที่ไหน" เพราะการรักษาในโรงพยาบาลช่วยให้รอดชีวิต แต่การกลับมาเดิน พูด และช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องอาศัยการฟื้นฟูเข้มข้นต่อเนื่องทันทีในช่วง Golden Period ซึ่งเป็นบทบาทของศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองโดยเฉพาะ ที่มีทีมสหวิชาชีพครบและฝึกได้ทุกวัน
5. ผลกระทบหลังสมองขาดเลือด — ฟื้นฟูอะไรได้บ้าง
ผลกระทบที่พบบ่อยที่สุด 5 ด้านคือ อัมพฤกษ์-อัมพาตครึ่งซีก กลืนลำบาก พูดไม่ชัดหรือสื่อสารไม่ได้ การทรงตัวบกพร่อง และภาวะซึมเศร้าหลังสโตรก ทุกด้านฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้ด้วยโปรแกรมที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ ระดับการฟื้นตัวขึ้นกับตำแหน่งและขนาดของสมองที่เสียหาย ความเร็วในการเริ่มฟื้นฟู และความเข้มข้นของการฝึก
กรณีที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยหรือมีสายให้อาหาร ครอบครัวไม่ต้องรอให้ "ดีก่อนแล้วค่อยฟื้นฟู" — การดูแลผู้ที่อยู่ในภาวะติดเตียงอย่างถูกวิธีตั้งแต่แรกคือการฟื้นฟูขั้นแรก ทั้งการพลิกตัวป้องกันแผลกดทับทุก 2 ชั่วโมง การจัดท่า และการขยับข้อต่อเพื่อกันข้อติด
6. Golden Period — 3–6 เดือนแรกที่ชี้ชะตาการฟื้นตัว
Golden Period คือช่วง 3–6 เดือนแรกหลังเกิดเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งสมองมีความสามารถปรับโครงข่ายประสาททดแทนส่วนที่เสียหาย (Neuroplasticity) สูงที่สุด การฝึกเข้มข้นในช่วงนี้จึงให้ผลมากกว่าการเริ่มช้าอย่างชัดเจน หลังพ้น 6 เดือนสมองยังพัฒนาได้ แต่อัตราการฟื้นตัวจะช้าลงมาก ทุกสัปดาห์ที่ปล่อยให้ "นอนพักเฉย ๆ" คือโอกาสที่เสียไปโดยไม่มีวันเรียกคืน อ่านเชิงลึกเรื่องช่วงเวลาทองได้ที่หน้า Golden Period การฟื้นตัวหลังสโตรก
การฟื้นฟูใน Golden Period ให้ได้ผลต้องมี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความถี่ (ฝึกทุกวัน ไม่ใช่สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง) ความเข้มข้นที่ปลอดภัย (มีทีมแพทย์เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน) และความหลากหลาย (กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน ฝึกพูด ครบทุกด้านที่บกพร่อง) ซึ่งเป็นเหตุผลที่การฟื้นฟูแบบพักค้างในศูนย์เฉพาะทางให้ผลต่างจากการนัดกายภาพเป็นครั้ง ๆ — ดูรายละเอียดในโปรแกรมฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง KIN และโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล
7. โปรแกรมฟื้นฟูเส้นเลือดในสมองตีบที่ KIN — ทีมและเทคโนโลยี
KIN เปิดดำเนินการมา 9 ปี (ก่อตั้ง พ.ศ. 2561) เป็นศูนย์ฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมองครบวงจร 6 สาขา ดูแลโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพคิน ครอบคลุมแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด และพยาบาลวิชาชีพ ผู้เข้ารับบริการแบบพักค้างอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพตลอด 24 ชั่วโมง ทุกเคสเริ่มจากแพทย์ประเมินและออกแบบแผนรายบุคคล ฝึกจริงทุกวัน พร้อมรายงานความคืบหน้าให้ครอบครัวทุก session
.webp)
.webp)
| เทคโนโลยีฟื้นฟู | ช่วยอะไร | มีที่สาขา |
|---|---|---|
| ลู่วิ่งใต้น้ำ (Aquatic Treadmill) | ฝึกเดินโดยน้ำพยุงน้ำหนัก ลดแรงกระแทก เริ่มฝึกเดินได้เร็วกว่ารอเดินบนบก | ลาดพร้าว 71 (นาคนิวาส 18) |
| ธาราบำบัดลงสระ (Hydrotherapy) | ออกกำลังในน้ำอุ่นทั้งตัว เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อและการทรงตัว | แบริ่ง (สุขุมวิท 107) |
| TMS (กระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก) | กระตุ้นการทำงานของเซลล์สมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวและการพูด | ลาดพร้าว 71 (นาคนิวาส 18) |
| PMS (กระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยคลื่นแม่เหล็ก) | กระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง ลดเกร็ง | ลาดพร้าว 71 (นาคนิวาส 18) |
| HBOT (ออกซิเจนความกดบรรยากาศสูง) | เพิ่มออกซิเจนในเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อสมอง ครั้งละ 1,500–2,500 บาท (คอร์ส 10 ครั้งลด 15%) | สอบถามสาขาที่สะดวก |
| Brain Booster (Cerebrolysin) | โปรแกรมเสริมการฟื้นตัวของสมอง 3,000–5,000 บาท/ครั้ง ตามแผนแพทย์ | ทุกสาขา ตามดุลยพินิจแพทย์ |
เคสจริง: ปลดล็อกการเดินด้วยลู่วิ่งในน้ำ หลังภาวะโรคหลอดเลือดสมอง
8. ราคาแพ็กเกจฟื้นฟูเส้นเลือดในสมองตีบ พ.ศ. 2569
โปรแกรมฟื้นฟูแบบพักค้างเริ่มต้น 19,999 บาท/สัปดาห์ มีแพ็กเกจทดลอง 7 วัน 9,999 บาท สำหรับครอบครัวที่อยากให้ลองก่อนตัดสินใจ และแพทย์ตรวจประเมินครั้งแรก 1,000 บาท (ปรึกษาทางโทรศัพท์และ LINE ฟรี) ราคารวมที่พัก อาหาร กิจกรรมฟื้นฟูตามแผน และการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
9,999.-
เหมาะกับครอบครัวที่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองปรับตัวก่อน
ดูรายละเอียดโปรทดลอง 7 วัน
19,999.-/สัปดาห์
โปรแกรมพักค้างฟื้นฟูเข้มข้นทุกวัน แผนรายบุคคลโดยแพทย์
ดูโปรโมชัน Stroke ปัจจุบัน
71,000.-
แพ็กเกจฟื้นฟูต่อเนื่องรายเดือน (ไม่รวม TMS)
สอบถามรายละเอียดและห้องว่าง
ดูประเภทห้องพักทุกสาขาประกอบการตัดสินใจ ทุกแพ็กเกจสอบถามและเช็คห้องว่างได้ที่ 091-803-3071 หรือเบอร์กลาง 02-096-4996
9. เปรียบเทียบทางเลือกฟื้นฟูหลังเส้นเลือดในสมองตีบ
ครอบครัวส่วนใหญ่มี 3 ทางเลือกหลังออกจากโรงพยาบาล คือ ฟื้นฟูแบบพักค้างที่ศูนย์เฉพาะทาง นัดกายภาพที่โรงพยาบาลเป็นครั้ง ๆ หรือดูแลกันเองที่บ้าน ตารางนี้เทียบข้อแตกต่างตามเกณฑ์ที่มีผลต่อการฟื้นตัวจริงในช่วง Golden Period
| เกณฑ์เปรียบเทียบ | ศูนย์ฟื้นฟู KIN (พักค้าง) | นัดกายภาพ รพ. เป็นครั้ง | ดูแลกันเองที่บ้าน |
|---|---|---|---|
| ความถี่การฝึก | ทุกวัน ตามแผนรายบุคคล | 1–2 ครั้ง/สัปดาห์ ตามคิว | ขึ้นกับความรู้และเวลาของครอบครัว |
| ทีมดูแล | แพทย์ + สหวิชาชีพครบ เฝ้าระวัง 24 ชม. | นักกายภาพเฉพาะชั่วโมงนัด | ไม่มีวิชาชีพประจำ |
| เทคโนโลยี | ลู่วิ่งใต้น้ำ ธาราบำบัด TMS PMS HBOT | ตามอุปกรณ์ของแต่ละ รพ. | ไม่มี |
| ภาวะแทรกซ้อน | เฝ้าระวังโดยพยาบาลวิชาชีพ + ระบบส่งต่อโรงพยาบาล 24 ชม. | ครอบครัวเฝ้าระวังเองระหว่างนัด | เสี่ยงแผลกดทับ สำลัก ปอดอักเสบ หากดูแลไม่ถูกวิธี |
| ภาระครอบครัว | ทำงานต่อได้ปกติ รับรายงานทุก session | ต้องพาไป-กลับทุกนัด | ต้องมีคนอยู่ด้วยตลอด มักต้องลาออกจากงาน |
| ค่าใช้จ่ายโดยรวม | เริ่ม 19,999 บาท/สัปดาห์ (รวมที่พัก อาหาร โปรแกรม) | ค่าคอร์สรายครั้ง + เดินทาง | ดูเหมือนถูก แต่มีต้นทุนแฝงจากรายได้ที่หายและภาวะแทรกซ้อน |
10. ขั้นตอนเข้ารับบริการฟื้นฟูที่ KIN — 6 ขั้นตอน
เริ่มจากปรึกษาฟรีทางโทรศัพท์หรือ LINE ได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่จำเป็นต้องรอออกจากโรงพยาบาลก่อน ครอบครัวจำนวนมากวางแผนล่วงหน้าระหว่างที่คุณพ่อคุณแม่ยังพักรักษาตัวอยู่ เพื่อให้ย้ายเข้าโปรแกรมฟื้นฟูได้ทันทีที่แพทย์อนุญาต ไม่เสียเวลา Golden Period
11. ป้องกันเส้นเลือดในสมองตีบไม่ให้เป็นซ้ำ
ผู้ที่เคยเกิดโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ราว 1 ใน 4 มีโอกาสเกิดซ้ำ และครั้งที่สองมักรุนแรงกว่าครั้งแรก การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือกินยาตามแพทย์สั่งต่อเนื่องห้ามหยุดเอง ควบคุมความดันให้ต่ำกว่า 140/90 และพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ร่วมกับการปรับพฤติกรรม 5 ข้อ ได้แก่ งดบุหรี่เด็ดขาด ลดอาหารเค็ม-มันจัด ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ ควบคุมน้ำหนัก และจัดการความเครียด
ที่ KIN การป้องกันการเป็นซ้ำถูกวางไว้ในแผนตั้งแต่วันแรก ทั้งการติดตามความดันและน้ำตาลประจำวัน โภชนาการเฉพาะโรค และการออกกำลังกายที่ปลอดภัย เมื่อกลับบ้านแล้วยังต่อเนื่องได้ด้วยบริการKIN HomeCare และโปรแกรมDay Care ไป-กลับสำหรับผู้ที่ฟื้นตัวดีแล้วแต่ต้องการฝึกต่อเนื่อง กรณีผู้สูงอายุที่มีโรคร่วมหลายระบบ อ่านเพิ่มที่การดูแลภาวะสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด
ส่งใบสรุปการรักษาให้ทีมประเมิน
แล้วรับแผนฟื้นฟูและราคาจริงก่อนตัดสินใจ
รับฟื้นฟูต่อจากโรงพยาบาลได้ทันที ครบ 6 สาขา กทม.-พัทยา-สามพราน หรือเลือกให้ทีมไปดูแลถึงบ้าน — ยิ่งเริ่มเร็วใน Golden Period โอกาสฟื้นตัวยิ่งสูง
ข้อมูลอ้างอิงโดยสรุปของหน้านี้ (กดเปิดอ่าน)
นิยาม: เส้นเลือดในสมองตีบ (Ischemic Stroke รหัสโรค ICD-10: I63) คือภาวะที่หลอดเลือดแดงในสมองตีบแคบหรืออุดตันจนสมองขาดเลือด พบราว 80% ของโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด อีกราว 20% เป็นชนิดเส้นเลือดแตก
อาการเตือน BEFAST: เดินเซทรงตัวไม่ได้ (Balance) · ตามัวเห็นภาพซ้อน (Eyes) · ปากเบี้ยวมุมปากตก (Face) · แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก (Arms) · พูดไม่ชัดนึกคำไม่ออก (Speech) · จับเวลาแล้วโทร 1669 ทันที (Time)
การรักษาเฉียบพลัน: ยาละลายลิ่มเลือด rtPA ภายใน 4.5 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ · การใส่สายสวนลากลิ่มเลือดภายใน 6–24 ชั่วโมงในรายที่เข้าเกณฑ์ · สมองขาดเลือดทุก 1 นาที เซลล์ประสาทเสียหายราว 1.9 ล้านเซลล์
Golden Period: ช่วง 3–6 เดือนแรกหลังเกิดอาการ คือช่วงที่สมองปรับโครงข่ายทดแทน (Neuroplasticity) ได้ดีที่สุด ควรเริ่มฟื้นฟูทันทีที่แพทย์ประเมินว่าอาการคงที่
รูปแบบบริการ 3 แบบ: พักประจำที่ศูนย์ · Day Care ไปเช้าเย็นกลับ · HomeCare ดูแลถึงบ้าน — เปลี่ยนรูปแบบระหว่างทางได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนทีม
ทีมที่ดูแล: ทีมแพทย์และสหวิชาชีพคิน — แพทย์ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักโภชนาการ ร่วมกับทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพควบคุมดูแล 24 ชั่วโมง
เครื่องมือที่ใช้: ลู่วิ่งใต้น้ำ (ลาดพร้าว 71) · สระธาราบำบัดน้ำอุ่น (แบริ่ง) · TMS · PMS · HBOT · Brain Booster ตามข้อบ่งชี้ที่แพทย์ประเมิน
ราคาอ้างอิง: ทดลองอยู่ 7 วัน 9,999 บาท · Stroke Rehab 19,999 บาท/สัปดาห์ · Stroke Recovery Package 71,000 บาท (ไม่รวม TMS) · แพทย์ตรวจครั้งแรก 1,000 บาท (ปรึกษาโทร/LINE ฟรี) · กายภาพบำบัดที่บ้าน เริ่ม 1,800 บาท/ครั้ง
องค์กร: KIN Rehabilitation & Homecare (ศูนย์ฟื้นฟูคิน) ก่อตั้ง พ.ศ. 2561 · ประสบการณ์ 9 ปี · ดูแลแล้วกว่า 6,000 ครอบครัว · 6 สาขา · สาขาแบริ่งเป็นโรงพยาบาลกายภาพบำบัดภายใต้ใบอนุญาตกระทรวงสาธารณสุข (ส.พ.7 เลขที่ 10205000266) · รางวัล Universal Design Gold Award พ.ศ. 2568
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 09:00–18:00 น. ทุกสาขา (ผู้ที่พักค้างอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพตลอด 24 ชั่วโมง)
ติดต่อ: เบอร์กลาง 02-096-4996 · ลาดพร้าว 71 / รามคำแหง 24 / ศาลายา 091-803-3071 · แบริ่ง 065-909-2599 · ราชพฤกษ์ 065-384-5494 · พัทยา 082-213-9976 · HomeCare 061-881-9399 · LINE @Kinrehab · ฉุกเฉิน 1669
ข้อควรทราบ: ระดับการฟื้นตัวแตกต่างกันตามขนาดความเสียหายของสมอง อายุ โรคร่วม และความต่อเนื่องของการฝึก หน้านี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะราย หากมีอาการ BEFAST ให้โทร 1669 ทันที
12. คำถามที่พบบ่อยเรื่องเส้นเลือดในสมองตีบ
ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพคิน
เส้นเลือดในสมองตีบ รักษาหายไหม กลับมาเดินได้ไหม
อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
เส้นเลือดในสมองตีบกับเส้นเลือดในสมองแตก ต่างกันอย่างไร
Golden Period คืออะไร เริ่มฟื้นฟูช้าสุดได้เมื่อไร
ฟื้นฟูเส้นเลือดในสมองตีบที่ KIN ราคาเท่าไร
นอนติดเตียงหรือมีสายให้อาหารแล้ว ยังฟื้นฟูได้ไหม
มีเทคโนโลยีอะไรช่วยฟื้นฟูบ้าง
ป้องกันเส้นเลือดในสมองตีบไม่ให้เป็นซ้ำได้อย่างไร
ศูนย์ฟื้นฟูคินมีกี่สาขา อยู่ที่ไหนบ้าง
อยากลองก่อนตัดสินใจระยะยาว ทำได้ไหม
ปรึกษาการฟื้นฟูเส้นเลือดในสมองตีบ | นัดประเมินฟรี
รับฟื้นฟูต่อจากโรงพยาบาลได้ทันที ครบ 6 สาขา กทม.-พัทยา-สามพราน · สอบถามทุกเรื่องที่เบอร์กลาง 02-096-4996
เปิดทุกวัน 09:00–18:00 น. ทุกสาขา (ผู้ที่พักค้างอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพตลอด 24 ชั่วโมง) · HomeCare ดูแลถึงบ้าน เบอร์เดียวทุกสาขา 061-881-9399 · คลินิกสุขภาพจิต 095-884-2233
บริการและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ฟื้นฟูสโตรกและบริการทางการแพทย์: โปรแกรมฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง · คู่มือการฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง · Golden Period · TMS และเทคโนโลยีฟื้นฟูสมอง · KIN Stroke Clinic · ธาราบำบัด 2 รูปแบบ · ลู่วิ่งใต้น้ำ · HBOT · คลินิกกายภาพบำบัด · แพทย์แผนจีน · คลินิกสุขภาพจิต · โปรแกรมเฉพาะบุคคล · ฟื้นฟูหลังผ่าตัด
ดูแลระยะยาวและที่บ้าน: Nursing Home ดูแลผู้สูงอายุ · ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว · ดูแลภาวะติดเตียง · ดูแลอัลไซเมอร์และสมองเสื่อม · Day Care ไปเช้าเย็นกลับ · Palliative Care · KIN HomeCare · กายภาพบำบัดที่บ้าน · พยาบาลดูแลที่บ้าน · ผู้ดูแลที่บ้าน
สาขาและห้องพัก: ลาดพร้าว 71 · แบริ่ง สุขุมวิท 107 · ราชพฤกษ์ · พัทยา · KIN Wellness · ห้องพักทุกสาขา · ห้องพักลาดพร้าว · ห้องพักแบริ่ง · ห้องพักราชพฤกษ์ · ห้องพักพัทยา
แพ็กเกจและข้อมูลศูนย์: รวมโปรโมชั่นทั้งหมด · ทดลองอยู่ 7 วัน 9,999 · ฟื้นฟูรายสัปดาห์ 19,999 · ดูแลรายเดือน 35,000 · Brain Booster · Cerebrolysin · รีวิวผู้เข้ารับบริการจริง · บริการทั้งหมด · ทีมแพทย์และสหวิชาชีพ · เกี่ยวกับศูนย์ฟื้นฟูคิน · ติดต่อเรา
เกี่ยวกับหน้านี้

เรียบเรียงโดย: พว.อรฤทัย บุญตวง พยาบาลวิชาชีพ ผู้จัดการโรงพยาบาลกายภาพบำบัด KIN สาขาแบริ่ง (สุขุมวิท 107)
ประสบการณ์ 18 ปี — หอผู้ป่วยอายุรกรรม ระบบประสาท และหัวใจและหลอดเลือด
ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย: พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ (ว.40854) แพทย์ดูแลผู้สูงอายุ KIN ร่วมกับทีมแพทย์และสหวิชาชีพคิน
กำกับดูแลโดย: ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร · ก่อตั้ง พ.ศ. 2561 · ประสบการณ์ 9 ปี · ดูแลแล้วกว่า 6,000 ครอบครัว
อัปเดตล่าสุด: 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะราย หากมีอาการเตือน BEFAST ให้โทร 1669 ทันที · ราคาในหน้านี้เป็นราคาเริ่มต้น ราคาจริงขึ้นกับระดับการดูแลที่ทีมประเมิน · ติดต่อเรา