หยุดกายภาพแล้วเดินแย่ลง เกิดจากอะไร
สัญญาณถดถอยที่ญาติสังเกตได้ และวิธีฝึกต่อที่บ้าน
ถดถอยค่อย ๆ เป็น ส่วนอ่อนแรงฉับพลันคือเรื่องฉุกเฉิน
งานวิจัย 11 คน พ.ศ. 2551
ผลชัดกว่าในวัยเกิน 65 ปี
คำแนะนำ WHO ผู้สูงอายุ
โทร 1669 ทันที
ตอนอยู่ศูนย์ฟื้นฟู คุณพ่อเดินได้ไกลขึ้น กลับบ้านไม่กี่สัปดาห์กลับลุกช้าลง ก้าวสั้นลง หลายครอบครัวคิดว่าโรคแย่ลง การใช้งานร่างกายน้อยลงอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่ยังอาจเกิดจากโรคใหม่ การติดเชื้อ ขาดน้ำ ผลจากยา ความดันตก ปวด หรือภาวะซึมเศร้า จึงควรประเมินสาเหตุ ไม่ควรสรุปว่าเป็นภาวะถดถอยจากการใช้น้อยเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่โปรแกรมฝึกรายบุคคล
เนื้อหาในบทความนี้
1. หยุดกายภาพแล้วเดินแย่ลง เกิดจากอะไร
คำตอบสั้น: สาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยคือภาวะถดถอยเมื่อใช้ร่างกายน้อยลง (deconditioning) และในผู้ป่วยสโตรกคือการเลิกใช้ข้างที่อ่อนแรง (learned non-use) แต่ต้องแยกโรคใหม่ การติดเชื้อ ขาดน้ำ ยา ความดันตก ปวด และซึมเศร้าด้วย
- นอนหรือนั่งมากขึ้น งานใน J Gerontol (พ.ศ. 2551) ให้อาสาสมัครสูงอายุสุขภาพดี 11 คนนอนพัก 10 วัน แรงเหยียดเข่าแบบ isotonic ลดเฉลี่ย 13.2% แต่แบบทดสอบสมรรถนะทางกายในงานนี้ไม่เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ข้อจำกัดคือกลุ่มเล็กและเป็นคนแข็งแรง จึงไม่ใช่ค่าทำนายว่าผู้ป่วยทุกคนจะเดินลดลงเท่ากัน
- หยุดฝึก งานทบทวน 103 การศึกษา (พ.ศ. 2556) ศึกษาการหยุดฝึกแรงต้าน พบว่าระยะหยุดที่นานขึ้นและอายุที่มากขึ้นสัมพันธ์กับการสูญเสียกำลังมากขึ้น แต่หลายงานคัดผู้มีโรคออก จึงใช้สนับสนุนหลักการ detraining ได้ ไม่ใช่ตัวทำนายเฉพาะผู้ป่วยสโตรก
- เลิกใช้ข้างที่อ่อนแรง ผู้ป่วยสโตรกอาจขยับข้างนั้นได้เมื่อมีคนบอก แต่ในชีวิตจริงใช้ข้างดีแทน ข้างที่อ่อนแรงจึงถูกใช้น้อยลงเรื่อย ๆ (Taub และคณะ พ.ศ. 2549)
ถดถอยไม่ใช่เรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ งานติดตามผู้ป่วยสโตรก 148 รายที่ผ่านการฟื้นฟูแบบผู้ป่วยใน (พ.ศ. 2549) ในปีที่ 2 มี 12% ที่คะแนน Rivermead Mobility Index ลดอย่างน้อย 2 จุด ภาวะซึมเศร้าเป็นตัวทำนายที่มีนัยสำคัญเพียงตัวเดียว (OR 4.2, 95% CI 1.3–13.2)

นั่งนานขึ้นทีละนิด
2. อ่อนแรงลงฉับพลัน อาจไม่ใช่ถดถอย แต่เป็นสโตรกซ้ำ
คำตอบสั้น: ถดถอยจากการใช้น้อยมักค่อย ๆ เห็นชัดในหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ถ้าอ่อนแรงลงทันที โดยเฉพาะข้างเดียว หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด เวียนหัวเดินเซ หรือตามัว ให้โทร 1669 ทันที อย่ารอดูอาการ
โทร 1669 ทันที
• แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชาลงทันที โดยเฉพาะข้างเดียว
• หน้าเบี้ยว ปากตก พูดไม่ชัด หรือฟังไม่เข้าใจ
• เวียนหัว เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ หรือตามัวทันที
• ปวดศีรษะรุนแรงแบบไม่เคยเป็น หรือซึมลง
อ่านอาการเตือนเพิ่มที่ BEFAST สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
เดินแย่ลงเร็วร่วมกับไข้ ซึม สับสน กินดื่มได้น้อย ปัสสาวะน้อย หรือเพิ่งล้ม ให้แพทย์ประเมินภายในวันนั้น อย่ารอนัดนักกายภาพ สาเหตุอื่น เช่น ยาบางชนิด อ่าน ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว และความอ่อนล้าหลังสโตรก อ่าน เหนื่อยง่ายหลังสโตรก
3. สัญญาณถดถอยที่ญาติสังเกตได้ที่บ้าน
คำตอบสั้น: ลุกจากเก้าอี้ช้าลง ก้าวสั้นลง ต้องมีคนพยุงมากขึ้น เกือบล้มบ่อยขึ้น หรือนั่งนอนนานขึ้น ควรจดเทียบกับตัวเองทุกสัปดาห์
- ลุกยืน ต้องโยกตัวหลายครั้ง ดันแขนเก้าอี้มากขึ้น
- เดินและทรงตัว ก้าวสั้น ลากเท้า เกาะผนังมากขึ้น เกือบล้มบ่อยขึ้น
- กิจวัตรและอารมณ์ ต้องช่วยมากขึ้น ไม่อยากลุก ซึมเศร้า
วิธีจดง่าย ๆ ทุกสัปดาห์ เฉพาะผู้ที่นักกายภาพเคยประเมินและสอนท่านี้แล้ว: จับเวลาลุกนั่ง 5 ครั้งจากเก้าอี้มั่นคงชิดผนัง พื้นไม่ลื่น มีคนยืนข้าง หยุดทันทีเมื่อเสียการทรงตัว เทียบกับสัปดาห์ก่อน ช้าลงต่อเนื่องให้ปรึกษานักกายภาพ
4. ญาติช่วยมากเกินความจำเป็น อาจลดโอกาสที่ผู้ป่วยได้ฝึก
คำตอบสั้น: การช่วยทุกอย่างทำให้ผู้ป่วยได้ใช้ร่างกายน้อยลง ควรให้ทำเองในสิ่งที่ปลอดภัย โดยญาติคอยดูอยู่ข้าง ๆ
บริบท: บทความทบทวนใน JAMA (พ.ศ. 2554) ระบุว่าผู้ป่วยอายุเกิน 70 ปีราว 1 ใน 3 ทำกิจวัตรได้น้อยลงหลังนอนโรงพยาบาล งานนี้ไม่ได้ศึกษาพฤติกรรมญาติ แต่ชี้ว่าช่วงกลับบ้านใหม่ ๆ ร่างกายเปราะบาง
- ให้ทำเองก่อน ลุกนั่ง ล้างหน้า ญาติช่วยเฉพาะส่วนที่ทำไม่ได้
- ใช้ข้างที่อ่อนแรง ในงานง่ายที่ปลอดภัย ตามที่นักกายภาพสอน

ให้ทำเองในสิ่งที่ปลอดภัย
5. แนวทางฝึกต่อที่บ้านหลังหยุดกายภาพ (แบบทั่วไป)
คำตอบสั้น: ขยับทุกวัน ลดการนั่งนาน ทำกิจกรรมเน้นทรงตัวและกำลังอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ค่อย ๆ เพิ่มการเดินตามที่ทำได้ ท่าและความหนักต้องให้นักกายภาพกำหนดตามสภาพผู้ป่วย
| ความถี่ | สิ่งที่ทำ | ที่มา |
|---|---|---|
| ทุกวัน | ลุกเปลี่ยนท่า ลดนั่งนาน ทำกิจวัตรเองเท่าที่ปลอดภัย | WHO 2563 |
| อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ | กิจกรรมหลายองค์ประกอบ ระดับปานกลางขึ้นไป เน้นทรงตัวและกำลัง | WHO 2563 (ผู้สูงอายุ) |
| อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ | เสริมกำลังกล้ามเนื้อมัดหลักทุกส่วน | WHO 2563 |
| สะสมทั้งสัปดาห์ | เดินหรือออกแรงเบาถึงปานกลาง ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินหรือมีคนประคองตามที่นักกายภาพแนะนำ | WHO 2563 · AHA 2557 |
เป็นกรอบทั่วไป ไม่ใช่โปรแกรมรายบุคคล ผู้ป่วยหลังสโตรกควรให้นักกายภาพปรับท่าและความหนัก
หยุดฝึกทันที เจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลำบาก เป็นลม หมดสติ หรืออาการไม่ทุเลาเมื่อพัก หรือมีอาการในหัวข้อ 2 โทร 1669 ทันที อาการเล็กน้อยที่หายเมื่อพัก เช่น ใจสั่นเล็กน้อย ปวดข้อ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนกลับไปฝึก
ต้องฝึกมากแค่ไหนจึงพอ อ่านต่อที่ กายภาพบำบัดวันละกี่ชั่วโมงถึงจะพอ

ท่าและความหนักให้นักกายภาพกำหนด
6. เมื่อไรควรให้นักกายภาพประเมินใหม่
คำตอบสั้น: เมื่อแย่ลงต่อเนื่อง เกือบล้มหรือล้ม ต้องมีคนช่วยมากขึ้น หรือปวดใหม่ ผู้ป่วยสโตรกที่เป็นมานานยังมีโอกาสฝึกให้ดีขึ้น จึงไม่ควรรอจนเดินไม่ได้
งานปี 2569 (Physiother Res Int) เป็นงานนำร่องแบบกลุ่มเดียว ผู้จบโปรแกรม 59 ราย เป็นสโตรกมาเฉลี่ย 41.87 เดือน หลังโปรแกรม 8 สัปดาห์ การเดิน 10 เมตรและลุกนั่ง 5 ครั้งเปลี่ยนในระดับใกล้เคียงหรือเกิน MCID ที่ผู้วิจัยอ้าง แต่ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าโปรแกรมเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง

“กลับบ้านแล้วไม่ได้แปลว่าการฟื้นฟูจบ ขยับทุกวันทีละนิดครับ”
KIN ช่วยผู้ป่วยที่กลับบ้านแล้วเดินแย่ลงได้อย่างไร
นักกายภาพของ KIN HomeCare ประเมิน วางแผนรายบุคคล และติดตามผล ตามมาตรฐานการฟื้นฟูที่ พญ.ธัญชนก ชูธรรมสถิตย์ วางไว้
- กายภาพบำบัดที่บ้าน เฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประเมินและวางโปรแกรมตามสภาพผู้ป่วย ติดตามผล
- ผู้ดูแลที่บ้าน กะ 12 หรือ 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ ช่วยดูแลกิจวัตรประจำวัน
- เช่าอุปกรณ์การแพทย์ เช่น รถเข็น และเตียงผู้ป่วย
- อยากพบแพทย์ นัดตรวจผู้ป่วยนอกวันพุธ ที่โรงพยาบาลคิน สุขุมวิท 107
ปรึกษา KIN HomeCare | กลับบ้านแล้วเดินแย่ลง
กายภาพที่บ้านเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล · ผู้ดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ
KIN HomeCare
บริการดูแลถึงบ้านทั่วประเทศ · กายภาพบำบัดที่บ้านเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล
กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307
ดูแลที่บ้าน · พยาบาล · เช่าอุปกรณ์ 061-881-9399
ศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้สูงอายุของ KIN Rehabilitation
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
หยุดกายภาพแล้วเดินแย่ลง เป็นเพราะอะไร
สาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยคือภาวะถดถอยเมื่อร่างกายถูกใช้น้อยลง แต่ต้องแยกการติดเชื้อ ขาดน้ำ และยาด้วยครับ แต่ถ้าแย่ลงฉับพลันหรือเป็นข้างเดียว ต้องคิดถึงสโตรกซ้ำและโทร 1669 ครับ
หยุดทำกายภาพกี่วัน กล้ามเนื้อถึงจะอ่อนแรง
แต่ละคนต่างกันครับ ในอาสาสมัครสูงอายุสุขภาพดี 11 คนที่นอนพัก 10 วัน แรงเหยียดเข่าแบบ isotonic ลดเฉลี่ย 13.2% แต่ผลนี้ไม่ใช่ค่าทำนายของผู้ป่วยทุกคนครับ
ผู้ป่วยสโตรกกลับบ้านแล้วอ่อนแรงข้างเดิมมากขึ้น ทำอย่างไร
เป็นทันที หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด โทร 1669 ครับ แย่ลงเร็วร่วมกับไข้ ซึม หรือเพิ่งล้ม พบแพทย์ภายในวันนั้น ถ้าค่อย ๆ แย่ลงหลายสัปดาห์ ให้นักกายภาพประเมินใหม่ครับ
ฝึกเดินเองที่บ้านได้ไหม หรือต้องมีนักกายภาพ
ได้ในท่าที่นักกายภาพประเมินและสอนแล้วครับ มีคนยืนข้าง และให้ประเมินใหม่เมื่อแย่ลงหรือเกือบล้มครับ
ผู้ป่วยสโตรกต้องทำกายภาพไปตลอดชีวิตไหม
ไม่จำเป็นต้องพบนักกายภาพตลอดครับ แต่ควรออกกำลังกายต่อเนื่องระยะยาว (AHA) ก่อนหยุดหรือลดความถี่ ให้นักกายภาพปรับเป็นโปรแกรมที่ทำเองที่บ้านได้ครับ
KIN HomeCare มีกายภาพบำบัดที่บ้านพื้นที่ไหน
เฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑลครับ ส่วนผู้ดูแลถึงบ้านมีทั่วประเทศ ปรึกษา 095-767-6307 ครับ
- Functional impact of 10 days of bed rest in healthy older adults — พ.ศ. 2551
- Effect of training cessation on muscular performance — พ.ศ. 2556
- The learned nonuse phenomenon — Taub E และคณะ Eura Medicophys พ.ศ. 2549
- Change in mobility activity in the second year after stroke — พ.ศ. 2549
- Hospitalization-associated disability — JAMA พ.ศ. 2554
- WHO 2020 guidelines on physical activity — Br J Sports Med พ.ศ. 2563
- Exercise recommendations for stroke survivors — AHA พ.ศ. 2557
- Rehabilitation programme for chronic stroke — Physiother Res Int พ.ศ. 2569

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.ธัญชนก ชูธรรมสถิตย์ ว.62998 ผู้อำนวยการการแพทย์ ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่โปรแกรมฝึกรายบุคคล อาการอ่อนแรงฉับพลันโทร 1669 ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ใช้บริการ KIN