ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว เสี่ยงอะไร
จัดยาให้ปลอดภัยอย่างไร คู่มือสำหรับญาติ
พ่อแม่ได้ยาจากหลายแผนก บวกยาซื้อเองและอาหารเสริม บทความนี้สรุปความเสี่ยง สัญญาณเตือน และวิธีจัดยาที่บ้าน
นับรวมยาซื้อเองและสมุนไพร · WHO
งานที่ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป · ผลแต่ละงานต่างกันมาก
ความผิดพลาดในการสั่งหรือติดตามยา ยา 5 ตัว เทียบ 10 ตัวขึ้นไป · ข้อมูลอังกฤษ
ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
ญาติมักถามพยาบาลว่า คุณแม่กินยาวันละสิบกว่าเม็ด อันตรายไหม จำนวนยาอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ ปัญหาเกิดเมื่อมียาที่ไม่จำเป็นแล้ว ยาซ้ำ ยาตีกัน หรือกินผิดเวลา ซึ่งญาติช่วยลดได้ด้วยการรวบรวมยาให้แพทย์ดูและจัดระบบที่บ้าน
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับผู้ดูแล เรื่องยาหลังโรคหลอดเลือดสมองโดยเฉพาะ อ่านที่ ยา Stroke หยุดกินได้ไหม
เนื้อหาในบทความนี้
1. ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว นับเท่าไรจึงเรียกว่ายาหลายขนาน
คำตอบสั้น: องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุในรายงานปี 2562 ว่ายังไม่มีนิยามมาตรฐาน แต่มักนับเมื่อใช้ยาเป็นประจำตั้งแต่ 5 ชนิดขึ้นไป โดยนับรวมยาที่แพทย์สั่ง ยาซื้อเอง และยาแผนโบราณหรือสมุนไพร สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนคือยาแต่ละตัวยังจำเป็นและเหมาะกับผู้สูงอายุคนนั้นหรือไม่
รายงานแยก ยาหลายขนานที่เหมาะสม (ยาทุกตัวมีเป้าหมาย ได้ผล และปรับให้เสี่ยงผลข้างเคียงน้อยลงแล้ว) ออกจาก ยาหลายขนานที่ไม่เหมาะสม (มียาที่หมดข้อบ่งชี้ ไม่ได้ผล ก่อผลข้างเคียง หรือผู้ป่วยกินตามสั่งไม่ได้) เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่ลดจำนวนเม็ด แต่ให้ยาทุกตัวมีเหตุผล
พบบ่อยแค่ไหน งานรวม 54 การศึกษาในวารสาร BMC Geriatrics ปี 2565 ประเมินว่าผู้ใหญ่ทุกวัยราว 37% ใช้ยาหลายขนาน และในงานที่ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปสูงถึงราว 45% (ช่วงความเชื่อมั่น 37–54%) ข้อจำกัดคือแต่ละงานใช้เกณฑ์และกลุ่มตัวอย่างต่างกันมาก ผลจึงกระจายสูง และไม่ใช่ตัวเลขผู้สูงอายุไทย

ขั้นแรก รวบรวมยาทุกตัวในบ้านมาไว้ที่เดียว
2. ผู้สูงอายุกินยาหลายตัวเสี่ยงอะไรบ้าง
คำตอบสั้น: องค์การอนามัยโลกระบุว่าผู้มีอายุเกิน 65 ปีและผู้อยู่ในสถานดูแลเสี่ยงยาตีกัน หกล้ม ผลข้างเคียงจากยา ความจำแย่ลง กินยาไม่ครบ และขาดสารอาหาร ยิ่งยามากตัวยิ่งผิดพลาดง่าย
| ความเสี่ยง | ตัวอย่างที่ญาติเห็นได้ |
|---|---|
| ยาตีกัน | ยาแก้ปวดกลุ่มลดการอักเสบ (NSAIDs) ร่วมกับยาที่มีแอสไพริน อาจเพิ่มโอกาสเลือดออกในทางเดินอาหาร |
| หกล้ม | ยาที่ทำให้ง่วงหรือมึนงง โดยเฉพาะตอนลุกเข้าห้องน้ำกลางคืน |
| สับสน ความจำแย่ลง | พูดจาสับสนหรือซึมลงไม่นานหลังได้ยาตัวใหม่ |
| กินยาผิด | ลืมกิน กินซ้ำ หรือกินยาต่างชื่อแต่ตัวยาเดียวกัน |
ตัวอย่างยาตีกันมาจากกรณีศึกษาในรายงาน WHO ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้คู่นี้เสมอ
รายงาน WHO ยกงานวิจัยในอังกฤษที่พบว่า ผู้ใช้ยา 5 ชนิดขึ้นไปพบความผิดพลาดในการสั่งหรือติดตามยา 30.1% ในรอบ 12 เดือน และ 47% เมื่อใช้ยา 10 ชนิดขึ้นไป (ข้อมูลอังกฤษ นับความผิดพลาดฝั่งการสั่งและติดตามยา ไม่ใช่การกินยาผิดเอง และบอกความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าจำนวนยาเป็นสาเหตุเดียว) ฝั่งไทย บทความแนวปฏิบัติพยาบาลปี 2564 ระบุว่ายาหลายขนานทำให้เกิดความจำบกพร่อง สับสนเฉียบพลัน กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หกล้ม และขาดสารอาหาร ซึ่งญาติมักคิดว่าเป็นเรื่องของอายุ
3. กินยาวันละ 8–10 เม็ด ไตพังไหม
คำตอบสั้น: จำนวนเม็ดอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ไตเสีย สิ่งที่ต้องดูคือชนิดยาและการทำงานของไตของแต่ละคน ยาบางกลุ่มต้องระวังมากขึ้นเมื่อไตทำงานลดลงหรือเมื่อขาดน้ำ จึงควรให้แพทย์ทบทวนยาเป็นระยะ ไม่ควรหยุดยาเองเพราะกลัวไตพัง
ตัวอย่างในรายงาน WHO คือผู้ใช้ยาขับปัสสาวะที่ขาดน้ำจากท้องเสียหรือกินน้ำน้อย อาจเสี่ยงไตบาดเจ็บเฉียบพลัน ผู้ดูแลจึงควรถามแพทย์ไว้ก่อนว่าถ้าผู้ป่วยขาดน้ำต้องทำอย่างไรกับยาแต่ละตัว และแจ้งยาแก้ปวดที่ซื้อกินเองทุกครั้ง
4. สัญญาณไหนที่อาจมาจากยา และเมื่อไรต้องรีบพบแพทย์
คำตอบสั้น: อาการใหม่ที่เกิดไม่นานหลังได้ยาตัวใหม่ เปลี่ยนขนาดยา หรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ให้นึกถึงยาไว้ก่อน จดอาการและเวลา แจ้งแพทย์โดยไม่หยุดยาเอง แต่ถ้าสับสนหรือซึมลงทันที อย่ารอสรุปว่าเป็นจากยา เพราะอาจเกิดจากสโตรก ติดเชื้อ หรือน้ำตาลต่ำได้ ให้โทร 1669
อาการที่ควรแจ้งแพทย์โดยเร็ว
• ง่วงหรือมึนกว่าปกติ ตอบช้าลง หลังเริ่มยาใหม่หรือเปลี่ยนขนาดยา
• เวียนศีรษะ ลุกแล้วหน้ามืด หรือเพิ่งหกล้ม
• อุจจาระดำ อาเจียนเป็นเลือด มีจ้ำเลือดง่ายผิดปกติ
• ปัสสาวะออกน้อย ผื่นขึ้นทั่วตัว ปากบวม
สับสนหรือซึมลงทันที ปลุกยาก แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หายใจลำบาก หมดสติ หรืออาเจียนเป็นเลือดมาก โทร 1669 ทันที แล้วนำถุงยาไปด้วย · สับสนเฉียบพลันอ่านที่ ภาวะเพ้อในผู้สูงอายุ

ดูยาทุกตัวพร้อมกัน ช่วยให้เห็นยาซ้ำและยาตีกัน
5. จัดยาผู้สูงอายุที่บ้านอย่างไรให้ปลอดภัย
คำตอบสั้น: ทำบัญชียาฉบับเดียวที่เป็นปัจจุบัน ใช้ตลับยาแบ่งวันและมื้อ มีผู้รับผิดชอบหลัก 1 คน และนำยาทุกตัวไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูทุกครั้งที่ยาเปลี่ยน
4 ขั้นจัดยาที่บ้าน
ห้ามทำเอง ห้ามหยุด ลด เพิ่มยา หรือแบ่งยาของคนอื่นมาให้กินเอง ถ้าสงสัยว่ายาตัวไหนไม่จำเป็น ให้นำบัญชียาไปถามแพทย์

ตลับยาแบ่งช่องบอกได้ทันทีว่ากินแล้วหรือยัง
6. เมื่อไรควรขอแพทย์หรือเภสัชกรทบทวนยา
คำตอบสั้น: องค์การอนามัยโลกแนะนำการทบทวนยา (medication review) โดยทีมหลายวิชาชีพร่วมกับผู้ป่วยและผู้ดูแล ควรขอเมื่อมียาใหม่ เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ย้ายที่ดูแล หกล้ม หรือสับสน
| สถานการณ์ | ควรทำอะไร |
|---|---|
| เพิ่งได้ยาใหม่ หรือแพทย์เปลี่ยนขนาดยา | ถามว่ายาใหม่ซ้ำหรือตีกับยาเดิมไหม แล้วแก้บัญชียาทันที |
| เพิ่งออกจากโรงพยาบาล หรือย้ายมาอยู่ศูนย์ดูแล | เทียบยาก่อนนอนโรงพยาบาลกับยาที่ได้กลับบ้าน ตัวไหนหยุด ตัวไหนเพิ่ม |
| กลืนยายาก หรือไม่ยอมกินยา | ถามเภสัชกรเรื่องรูปแบบยาอื่น ห้ามบดหรือแกะแคปซูลเอง |
แพทย์อาจใช้ Beers Criteria 2566 ของสมาคมผู้สูงอายุอเมริกันช่วยทบทวน รายการนี้ออกแบบสำหรับสหรัฐฯ และไม่ใช่รายการให้ญาติตัดยาเอง

“ยาหลายตัวไม่ได้ผิดเสมอไป แต่ทุกตัวต้องมีคนรู้ว่ากินเพื่ออะไร บัญชียาฉบับล่าสุดในมือญาติ ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจเรื่องยาได้ปลอดภัยขึ้นค่ะ”
ที่ KIN ลาดพร้าว 71 ดูแลเรื่องยาของผู้สูงอายุร่วมกับครอบครัวอย่างไร
KIN ลาดพร้าว 71 ซอยนาคนิวาส 18 เป็นศูนย์ฟื้นฟูแบบพักค้างและที่ตั้งของ Nursing Home ลาดพร้าว การดูแลเรื่องยาของผู้พักอาศัยมีดังนี้
- พยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สังเกตอาการ เช่น ง่วงซึม เวียนศีรษะ สับสน แล้วประสานแพทย์
- แพทย์ 5 ท่าน ทีมแพทย์ครอบคลุม 5 สาขา · 8 สาขาวิชาชีพ รวมอายุรศาสตร์ผู้สูงอายุที่ดูแลเรื่องโรคร่วม ยา และภาวะแทรกซ้อน (ดูทีมแพทย์และสหวิชาชีพ)
- ยาประจำตัวครอบครัวเป็นผู้เตรียม นำยาทุกตัวพร้อมบัญชียาล่าสุดมาในวันแรก
- อยากดูแลที่บ้าน มีพยาบาลวิชาชีพดูแลที่บ้านของ KIN HomeCare
ติดต่อ KIN ลาดพร้าว 71 | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ปรึกษาการดูแลผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายตัว · เยี่ยมชมศูนย์ได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.
สาขาอื่นของ KIN Rehabilitation
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ผู้สูงอายุกินยากี่ตัวถึงเรียกว่ากินยาหลายตัว
มักนับเมื่อใช้ยาประจำตั้งแต่ 5 ชนิดขึ้นไป รวมยาซื้อเองและสมุนไพร ตามรายงานองค์การอนามัยโลกปี 2562 แต่สำคัญกว่าจำนวนคือยาทุกตัวยังจำเป็นหรือไม่ค่ะ
ผู้สูงอายุกินยาวันละ 8–10 เม็ด ไตจะพังไหม
จำนวนเม็ดอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ไตเสียค่ะ ขึ้นกับชนิดยาและการทำงานของไต ให้แพทย์ทบทวนยาเป็นระยะ และอย่าหยุดยาเองค่ะ
กินสมุนไพรหรืออาหารเสริมร่วมกับยาหมอได้ไหม
ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนค่ะ สมุนไพรอาจตีกับยาแผนปัจจุบันได้ และควรจดไว้ในบัญชียาด้วยค่ะ
ผู้สูงอายุลืมกินยา ควรกินเพิ่มเป็นสองเท่าในมื้อถัดไปไหม
ไม่ควรเพิ่มเองค่ะ ยาแต่ละชนิดจัดการต่างกัน ให้ดูฉลากหรือโทรถามเภสัชกร ถ้าลืมบ่อยลองใช้ตลับยารายสัปดาห์ค่ะ
พ่อแม่หาหมอหลายโรงพยาบาล ต้องทำอย่างไรไม่ให้ยาซ้ำซ้อน
นำบัญชียาและถุงยาจริงทุกตัวไปให้แพทย์และเภสัชกรดูทุกที่ค่ะ ยาชื่อการค้าต่างกันอาจเป็นตัวยาเดียวกันค่ะ
อาการดีขึ้นแล้ว หยุดยาบางตัวเองได้ไหม
ไม่ควรหยุดเองค่ะ ยาบางตัวหยุดทันทีแล้วอันตราย ให้นำบัญชียาไปขอแพทย์ทบทวน แพทย์จะตัดสินว่าควรหยุดหรือค่อย ๆ ลดค่ะ
- Medication Safety in Polypharmacy: technical report (WHO/UHC/SDS/2019.11) — องค์การอนามัยโลก พ.ศ. 2562
- Prevalence and factors associated with polypharmacy: a systematic review and meta-analysis — Delara M และคณะ วารสาร BMC Geriatrics พ.ศ. 2565
- American Geriatrics Society 2023 updated AGS Beers Criteria for potentially inappropriate medication use in older adults — วารสาร Journal of the American Geriatrics Society พ.ศ. 2566
- การส่งเสริมการใช้ยาอย่างปลอดภัยในผู้สูงอายุ: แนวปฏิบัติสำหรับพยาบาล — จิริยา อินทนา และคณะ วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี พ.ศ. 2564

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 แพทย์ประจำคิน | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การหยุด ลด หรือเพิ่มยาต้องให้แพทย์ตัดสิน ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN