ตื่นนอนแล้วแขนขาอ่อนแรง เกิดจากอะไร
อาการแบบไหนห้ามรอ และญาติต้องทำอะไรทันที
แยกสาเหตุที่พบบ่อยตอนเช้า สิ่งที่ควรทำและห้ามทำใน 10 นาทีแรก และการเตรียมบ้านไว้ล่วงหน้า
ถือว่าเป็นสโตรกไว้ก่อน
ของผู้ที่สงสัยสโตรก
ห้ามให้น้ำ อาหาร ยา
อาจเป็นสัญญาณเตือน
เช้าวันหนึ่งคุณแม่ตื่นมาแล้วยกแขนขวาไม่ขึ้น ญาติมักลังเลว่า นอนทับแขนหรือเปล่า รอดูอีกสักพักดีไหม บทความนี้อธิบายว่าอาการตอนตื่นนอนเกิดจากอะไรได้บ้าง และทำไมคำตอบที่ปลอดภัยคือโทร 1669 ก่อน
ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยด้วยตนเอง การแยกโรคต้องใช้การตรวจร่างกาย น้ำตาลในเลือด และภาพสมองที่โรงพยาบาล
เนื้อหาในบทความนี้
1. ตื่นนอนแล้วแขนขาอ่อนแรง ต้องทำอะไรก่อน
คำตอบสั้น: ถ้าอ่อนแรงซีกเดียว หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด มองเห็นผิดปกติ หรือเดินเซ ให้โทร 1669 ทันที แล้วนึกให้ได้ว่าเห็นผู้ป่วยปกติครั้งสุดท้ายกี่โมง ไม่ต้องรอดูว่าจะหายเองไหม
ตรวจเร็ว 30 วินาที — พบข้อใดข้อหนึ่ง โทร 1669
• ให้ยิ้ม — มุมปากข้างหนึ่งตก
• ให้ยกแขนสองข้างค้างไว้ — แขนข้างหนึ่งตกหรือยกไม่ขึ้น
• ให้พูดประโยคง่าย ๆ — พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือฟังไม่เข้าใจ
• เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ หรือตามัวข้างเดียวขึ้นทันที

ตรวจเร็วด้วยการให้ยิ้ม ยกแขน และพูด ใช้เวลาไม่ถึงนาที
2. ตื่นนอนแล้วแขนขาอ่อนแรง เกิดจากอะไรได้บ้าง
คำตอบสั้น: สาเหตุที่พบได้มีทั้งโรคหลอดเลือดสมอง เส้นประสาทแขนถูกกดทับจากท่านอน น้ำตาลในเลือดต่ำ และอ่อนแรงหลังชัก หลายสาเหตุมีอาการคล้ายกันจนแพทย์ต้องตรวจจึงแยกได้ จึงไม่ควรเดาเองแล้วรอ
| สาเหตุ | ลักษณะที่อาจพบ | ทำอย่างไร |
|---|---|---|
| โรคหลอดเลือดสมอง | อ่อนแรงหรือชาซีกเดียว มักมีหน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือเดินเซร่วม | โทร 1669 |
| เส้นประสาทแขนถูกกดทับจากท่านอน | กระดกข้อมือหรือนิ้วไม่ขึ้น ชาหลังมือ มักเป็นแขนข้างเดียว ไม่มีอาการที่หน้าหรือการพูด | ถ้าไม่แน่ใจ โทร 1669 · ถ้าแพทย์ยืนยันแล้ว นัดตรวจต่อ |
| น้ำตาลในเลือดต่ำ | พบในผู้ใช้ยาเบาหวาน อาจมีเหงื่อออก ใจสั่น สับสน และอ่อนแรงคล้ายสโตรก | โทร 1669 แจ้งว่าใช้ยาเบาหวาน |
| อ่อนแรงหลังชักขณะหลับ | อ่อนแรงซีกเดียวชั่วคราว 30 นาทีถึง 36 ชั่วโมง อาจพูดหรือมองผิดปกติ | โทร 1669 ต้องแยกจากสโตรก |
ที่มา: MedlinePlus · NINDS · งานทบทวนโรคเลียนแบบสโตรก (2545, 2557)
งานทบทวนในวารสารประสาทรังสีวิทยา (พ.ศ. 2557) ระบุว่าโรคที่เลียนแบบสโตรกพบได้ถึง 1 ใน 3 ของผู้ที่สงสัยสโตรก สาเหตุหลักคืออาการหลังชัก ไมเกรนชนิดมีออรา และน้ำตาลต่ำ อีกงานเน้นว่าน้ำตาลต่ำพบบ่อยและตรวจง่าย ตัวเลขนี้มาจากผู้ป่วยที่ถึงโรงพยาบาลแล้ว จึงไม่ได้แปลว่าญาติแยกเองที่บ้านได้ อ่านอาการสโตรกแบบละเอียดที่ แขนขาอ่อนแรงแบบไหนคือสโตรก
3. ทำไมเวลาเริ่มอาการจึงสำคัญ เมื่อพบอาการตอนตื่นนอน
คำตอบสั้น: การรักษาสโตรกตีบระยะเฉียบพลันผูกกับเวลา แพทย์นับจากเวลาที่เห็นว่ายังปกติครั้งสุดท้าย ไม่ใช่เวลาที่ตื่นมาพบอาการ ข้อมูลเวลาที่แม่นจากญาติจึงช่วยทีมแพทย์ตัดสินใจได้เร็วขึ้น
ถ้าผู้ป่วยเข้านอนสามทุ่มและตื่นมาหกโมงเช้าพร้อมอาการ เวลาที่แพทย์ใช้ตั้งต้นคือสามทุ่ม หรือเวลาที่มีคนเห็นว่ายังปกติหลังจากนั้น เช่น ลุกเข้าห้องน้ำตอนตีสามแล้วยังพูดคุยได้ ช่วยกันนึกเหตุการณ์ที่จำง่าย เช่น ละครจบ กินยามื้อสุดท้าย หรือคุยโทรศัพท์ รายละเอียดหลักการนับเวลาและงานวิจัยอยู่ที่ ตื่นมาแขนอ่อนแรง นับเวลาอย่างไร ยังรักษาทันไหม
4. ระหว่างรอรถพยาบาล ญาติทำอะไรได้ และห้ามทำอะไร
คำตอบสั้น: ให้ผู้ป่วยนอนหรือนั่งในท่าปลอดภัย เตรียมรายการยาและเวลาปกติครั้งสุดท้าย ห้ามให้น้ำ อาหาร หรือยาทุกชนิดทางปาก รวมถึงยาแอสไพริน เพราะยังไม่รู้ว่าเป็นสโตรกตีบหรือแตก และอาจสำลักได้
| ควรทำ | ห้ามทำ |
|---|---|
| โทร 1669 แจ้งอาการ เวลาปกติครั้งสุดท้าย และที่อยู่ให้ชัด | ให้ดื่มน้ำ กินข้าว หรือกินยาใด ๆ ทางปาก |
| จัดท่านอนตะแคงถ้าอาเจียนหรือซึม คลายเสื้อผ้าที่รัด | ให้ยาแอสไพรินหรือยาละลายลิ่มเลือดเอง |
| รวบรวมยาประจำตัวทั้งหมด โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาเบาหวาน | บีบนวด หยอดยา หรือเจาะปลายนิ้วให้เลือดออกตามความเชื่อ |
| ถ้ามีเครื่องวัดน้ำตาลและทำเป็น วัดระหว่างรอได้ แจ้งค่าแก่ทีม 1669 แต่ห้ามรอผลก่อนโทร | ปล่อยให้นอนต่อเพื่อดูว่าจะดีขึ้นไหม หรือให้ผู้มีอาการขับรถไปเอง |
แนวทาง NICE ของสหราชอาณาจักรกำหนดให้ตรวจการกลืนก่อนให้อาหาร น้ำ หรือยาทางปาก และให้ตรวจแยกภาวะน้ำตาลต่ำในทุกคนที่มีอาการทางสมองเฉียบพลัน ญาติห้ามเริ่มแอสไพรินเอง ผู้ที่ยังมีอาการ แพทย์จะให้หลังภาพสมองยืนยันว่าไม่มีเลือดออก ส่วนผู้ที่อาการหายแล้วและสงสัยภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว แพทย์เป็นผู้พิจารณาสั่งยาตามแนวทาง ผู้ใช้ยาเบาหวานที่วัดน้ำตาลได้ต่ำ ให้แจ้ง 1669 และทำตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ถ้าซึมหรือกลืนลำบาก ห้ามป้อนอะไรทางปาก ให้นอนตะแคง

นำยาประจำตัวทั้งหมดไปด้วย
5. อาการหายเองภายในไม่กี่นาที ยังต้องไปโรงพยาบาลไหม
คำตอบสั้น: ต้องไป เพราะอาจเป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ซึ่ง NHS ระบุว่าเป็นสัญญาณเตือนของสโตรกจริงที่อาจตามมาในเร็ว ๆ นี้ แม้อาการหายระหว่างรอรถพยาบาล ก็ยังต้องได้รับการประเมินที่โรงพยาบาล
อาการของภาวะนี้อยู่ได้ตั้งแต่ไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง และหายสนิทภายใน 24 ชั่วโมง การหายเองไม่ได้แปลว่าปลอดภัย แพทย์ต้องหาสาเหตุ เช่น หลอดเลือดคอตีบหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ เพื่อป้องกันสโตรกที่อาจตามมา
6. เตรียมบ้านของผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า
คำตอบสั้น: ผู้ที่มีความดันสูง เบาหวาน หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเคยเป็นสโตรก ควรมีแผนตอนเช้าที่ทุกคนในบ้านรู้ เช่น ใครโทรเช็ก และยาอยู่ที่ไหน
- ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว ตกลงเวลาโทรเช็กทุกเช้า ถ้าไม่รับสาย ให้มีคนไปดูหรือขอความช่วยเหลือ
- วัดความดันรอบเช้า ภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นตามแนวทางไทย จดไว้ให้แพทย์ดู
- เก็บรายการยาและโรคประจำตัว ไว้จุดเดียวใกล้ประตู พร้อมเบอร์ญาติ
- กินยาตามแพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาความดันและยาต้านการแข็งตัวของเลือด ไม่หยุดเอง
- ผู้ที่ใจสั่นหรือชีพจรไม่สม่ำเสมอ อ่านหัวใจเต้นผิดจังหวะกับสโตรก

หลังพ้นระยะเฉียบพลัน ฝึกฟื้นฟูต่อเนื่องกับทีม

“ตอนเช้าที่พบอาการ ญาติไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเป็นโรคอะไร หน้าที่ของเราคือโทร 1669 และจำเวลาให้ได้ค่ะ”
หลังพ้นระยะเฉียบพลัน ฟื้นฟูต่อที่โรงพยาบาลคิน สุขุมวิท 107
โรงพยาบาลคิน สุขุมวิท 107 ในซอยแบริ่ง 10 ใกล้ BTS แบริ่ง จดทะเบียนเป็นโรงพยาบาลกายภาพบำบัด ไม่ใช่ห้องฉุกเฉิน อาการที่สงสัยสโตรกให้โทร 1669 ก่อนเสมอ เมื่อพ้นระยะเฉียบพลันแล้ว แพทย์ 5 ท่าน ทีมแพทย์ครอบคลุม 5 สาขา · 8 สาขาวิชาชีพ ร่วมวางแผนฟื้นฟูเป็นรายคน
- ฟื้นฟูสโตรกแบบไปกลับ และ Day Care เน้นฟื้นฟู
- TMS กระตุ้นสมอง ใช้เสริมการฝึกกายภาพ เมื่อแพทย์ประเมินแล้วเห็นว่าเหมาะ
- ศูนย์หลอดเลือด KIN × CHARNN ตรวจหลอดเลือดคอ ประกอบแผนป้องกันสโตรกซ้ำกับแพทย์
- อ่านฟื้นฟูสมองหลังสโตรกที่มีหลักฐานรองรับ · ดูโปรแกรมฟื้นฟูสโตรก และทีมแพทย์และสหวิชาชีพ
ติดต่อ โรงพยาบาลคิน สุขุมวิท 107 | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ปรึกษาแผนฟื้นฟูหลังสโตรก · อาการสงสัยสโตรกโทร 1669 ก่อนเสมอ
สาขาอื่นของ KIN Rehabilitation
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ตื่นนอนแล้วแขนขาอ่อนแรง ต้องทำอย่างไร
ถ้าอ่อนแรงหรือชาซีกเดียว แม้ยังยกแขนได้ หรือหน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินเซ ให้โทร 1669 ทันทีค่ะ และนึกเวลาที่เห็นว่ายังปกติครั้งสุดท้าย ไม่ต้องรอดูอาการ และอย่าให้ผู้มีอาการขับรถไปเองค่ะ
นอนทับแขนแล้วอ่อนแรง ต่างจากสโตรกอย่างไร
เส้นประสาทแขนถูกกดมักทำให้กระดกข้อมือหรือนิ้วไม่ขึ้นและชาหลังมือ โดยไม่มีอาการที่หน้าหรือการพูด แต่บางครั้งแยกยาก ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทร 1669 ค่ะ
สงสัยสโตรก ให้กินยาแอสไพรินก่อนได้ไหม
ไม่ควรค่ะ ญาติห้ามเริ่มเอง ยังไม่รู้ว่าตีบหรือแตก และอาจสำลัก ผู้ที่ยังมีอาการ แพทย์จะให้หลังภาพสมองยืนยันว่าไม่มีเลือดออก ส่วนผู้ที่อาการหายแล้ว แพทย์เป็นผู้พิจารณาสั่งยาตามแนวทางค่ะ
ระหว่างรอรถพยาบาล ให้ดื่มน้ำหรือกินข้าวได้ไหม
ไม่ควรให้อะไรทางปากเลยค่ะ ผู้ป่วยสโตรกอาจกลืนลำบากและสำลักได้ ต้องให้ทีมแพทย์ตรวจการกลืนก่อนค่ะ
อาการอ่อนแรงหายเองแล้ว ยังต้องไปโรงพยาบาลไหม
ต้องไปค่ะ อาจเป็นภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของสโตรกที่อาจตามมา แพทย์ต้องหาสาเหตุเพื่อป้องกันค่ะ
ไม่รู้ว่าอาการเริ่มกี่โมง ยังรักษาได้ไหม
แพทย์นับจากเวลาที่เห็นว่ายังปกติครั้งสุดท้าย บางรายยังรักษาได้หากภาพสมองผ่านเกณฑ์ จึงควรรีบไปโรงพยาบาลเสมอค่ะ
- MR screening of candidates for thrombolysis: How to identify stroke mimics? — Danière F และคณะ Journal of Neuroradiology พ.ศ. 2557
- Stroke mimics and chameleons — Huff JS วารสาร Emergency Medicine Clinics of North America พ.ศ. 2545
- Radial nerve dysfunction — MedlinePlus (ตรวจล่าสุด พ.ค. 2569)
- Todd's paralysis — National Institute of Neurological Disorders and Stroke (NINDS)
- Stroke and transient ischaemic attack in over 16s (NG128) — NICE
- Transient ischaemic attack (TIA) — NHS (ตรวจล่าสุด 28 มิ.ย. 2566)
- Stroke: symptoms — NHS (ตรวจล่าสุด 12 ก.ย. 2567)


ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.กฤชฐา พึ่งเจริญ ว.40781 แพทย์ประสาทวิทยา ระบบสมองและระบบประสาท | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยด้วยตนเอง อาการสงสัยสโตรกโทร 1669 การรักษาและยาของแต่ละคนแพทย์ผู้ดูแลเป็นผู้กำหนด