หัวใจเต้นผิดจังหวะ (AF) ต้นเหตุอัมพาตที่ไม่มีอาการ
นาฬิกาอัจฉริยะจับได้จริงไหม
โรคที่หลายคนไม่รู้ว่าเป็น จนวันที่ลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดสมอง และคำตอบจากงานวิจัยว่าอุปกรณ์บนข้อมือช่วยได้แค่ไหน
เมื่อมี AF เทียบกับคนไม่มี
มาจาก AF (เทียบ 1.5% ในวัย 50–59)
ของผู้ป่วยสโตรกที่เกิดจาก AF
จากงานวิจัยผู้ใช้กว่า 4 แสนคน 2 ชิ้น
AF (Atrial Fibrillation) หรือภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว เป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดที่พบบ่อยที่สุด และพบมากขึ้นตามอายุ ปัญหาคือหลายคนไม่มีอาการเลย ขณะที่ AF ทำให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจ ซึ่งหลุดไปอุดหลอดเลือดสมองได้ บทความนี้อธิบายกลไก กลุ่มเสี่ยง และสรุปงานวิจัยนาฬิกาอัจฉริยะ 2 ชิ้นใหญ่ พร้อมข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา
เนื้อหาเพื่อความรู้ การวินิจฉัยและการใช้ยาต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินเท่านั้น
เนื้อหาในบทความนี้
1. AF คืออะไร ทำไมทำให้เป็นอัมพาต
คำตอบสั้น: AF คือภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้วไม่เป็นจังหวะ เลือดจึงไหลวนช้าและจับตัวเป็นลิ่มในหัวใจ เมื่อลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดสมองจะเกิดสโตรกชนิดตีบตัน การศึกษา Framingham พบว่าผู้ที่มี AF เกิดสโตรกมากกว่าคนที่ไม่มีเกือบ 5 เท่า
ปกติหัวใจห้องบนจะบีบตัวเป็นจังหวะเพื่อส่งเลือดลงห้องล่าง แต่ใน AF สัญญาณไฟฟ้าในห้องบนยุ่งเหยิง ห้องบนจึงสั่นแทนการบีบ เลือดที่ค้างอยู่ในกระเปาะเล็ก ๆ ของหัวใจห้องบนซ้ายมีโอกาสจับตัวเป็นลิ่ม และลิ่มเลือดจากหัวใจอาจใหญ่พอจะอุดหลอดเลือดสมองเส้นใหญ่ได้
ในการศึกษา Framingham ที่ติดตามผู้เข้าร่วม 5,070 คนนาน 34 ปี ความดันโลหิตสูงทำให้สโตรกเพิ่มมากกว่า 3 เท่า หัวใจล้มเหลวมากกว่า 4 เท่า และ AF เพิ่มเกือบ 5 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีภาวะเหล่านี้

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นวิธีมาตรฐานในการยืนยันว่าเป็น AF
2. AF เงียบ ไม่มีอาการ รู้ตัวอีกทีตอนเกิดสโตรก
คำตอบสั้น: AF จำนวนมากไม่มีอาการหรือเป็น ๆ หาย ๆ คณะทำงาน USPSTF ระบุว่าราว 20% ของผู้ป่วยสโตรกที่สัมพันธ์กับ AF เพิ่งได้รับการวินิจฉัย AF ตอนเกิดสโตรกหรือหลังจากนั้นไม่นาน
| ถ้ามีอาการ มักเป็นแบบนี้ | ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยง AF |
|---|---|
| ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ | อายุมากขึ้น โดยเฉพาะ 65 ปีขึ้นไป |
| เหนื่อยง่ายกว่าเดิม หอบเวลาออกแรง | ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อ้วน |
| เวียนศีรษะ หน้ามืด | หัวใจล้มเหลว โรคลิ้นหัวใจ หลอดเลือดหัวใจตีบ |
| แน่นหน้าอก | ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไทรอยด์เป็นพิษ ดื่มแอลกอฮอล์มาก |
ไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่มี AF ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงควรคุยกับแพทย์เรื่องการตรวจ
AF แบบเป็น ๆ หาย ๆ ทำให้การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจครั้งเดียวในวันที่หัวใจเต้นปกติอาจไม่พบความผิดปกติ เรื่องนี้อธิบายละเอียดใน ผล EKG ปกติ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย 100%
3. ทำไมผู้สูงอายุเสี่ยงที่สุด
คำตอบสั้น: AF พบน้อยกว่า 0.2% ในคนอายุต่ำกว่า 55 ปี แต่พบราว 10% ในคนอายุ 85 ปีขึ้นไป และในวัย 80–89 ปี สัดส่วนสโตรกที่มาจาก AF สูงถึง 23.5% หรือเกือบ 1 ใน 4
| ช่วงอายุ | สัดส่วนสโตรกที่มาจาก AF (Framingham) |
|---|---|
| 50–59 ปี | 1.5% |
| 80–89 ปี | 23.5% และเป็นโรคหัวใจชนิดเดียวที่ยังเพิ่มความเสี่ยงสโตรกอย่างมีนัยสำคัญ |
งานวิจัยพบว่าเมื่ออายุมากขึ้น ผลของความดัน โรคหลอดเลือดหัวใจ และหัวใจล้มเหลวต่อความเสี่ยงสโตรกอ่อนลง แต่ผลของ AF ไม่ลดลงเลย ผู้สูงอายุจึงเป็นกลุ่มที่การค้นหา AF ให้ประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันสูงหรือเบาหวานร่วมด้วย

การคลำชีพจรเองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้ทุกวัน แต่ยืนยันโรคไม่ได้
4. นาฬิกาอัจฉริยะจับ AF ได้จริงไหม งานวิจัยบอกอะไร
คำตอบสั้น: งานวิจัยขนาดใหญ่ 2 ชิ้นในสหรัฐฯ รวมผู้ใช้กว่า 8.7 แสนคน พบว่าเมื่อนาฬิกาแจ้งเตือนชีพจรไม่สม่ำเสมอ 84–98% ของการแจ้งเตือนตรงกับ AF จริงบนคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ใส่พร้อมกัน แต่ต้องยืนยันด้วยการตรวจทางการแพทย์ทุกครั้ง
| ประเด็น | Apple Heart Study (NEJM 2562) | Fitbit Heart Study (Circulation 2565) |
|---|---|---|
| ผู้เข้าร่วม | 419,297 คน | 455,699 คน |
| ได้รับการแจ้งเตือน | 0.52% | 1% (อายุ 65 ปีขึ้นไป 4%) |
| ใส่แผ่นวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจต่อ พบ AF | 34% | 32.2% |
| แจ้งเตือนขณะใส่แผ่นวัด ตรงกับ AF | 84% | 98.2% |
แผ่นวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจติดหน้าอกนานสูงสุด 7 วัน ทั้งสองงานทำร่วมกับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์
อ่านตัวเลขให้ถูก: เมื่อนาฬิกาเตือน มักเป็น AF จริง แต่ในช่วงที่ใส่แผ่นวัดต่อ พบ AF ราว 1 ใน 3 เท่านั้น เพราะ AF มักเป็น ๆ หาย ๆ ส่วนคนที่นาฬิกาไม่เตือน งานวิจัยสองชิ้นนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อบอกว่าไม่มี AF
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนพึ่งนาฬิกา ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่อายุน้อยกว่ากลุ่มเสี่ยง (งาน Fitbit อายุกลาง 47 ปี) และเป็นผู้ใช้ในสหรัฐฯ · นาฬิกาไม่เตือนไม่ได้แปลว่าไม่มี AF · คณะทำงาน USPSTF ปี 2565 สรุปว่าหลักฐานยังไม่พอจะแนะนำให้คัดกรอง AF ในผู้ใหญ่ทุกคนที่ไม่มีอาการ นาฬิกาจึงเป็นตัวช่วยสังเกต ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัย
5. ตรวจ AF อย่างไร ใครควรตรวจ
คำตอบสั้น: เริ่มจากคลำชีพจรเอง ถ้าไม่สม่ำเสมอหรือมีปัจจัยเสี่ยง ให้แพทย์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 12 ลีด ถ้าสงสัย AF แบบเป็น ๆ หาย ๆ แพทย์อาจให้ติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจต่อเนื่องหลายวัน
คลำชีพจรเองใน 1 นาที
- อายุ 65 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะที่มีความดันสูง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ
- มีอาการใจสั่น หน้ามืด เหนื่อยง่าย โดยไม่มีสาเหตุชัด
- เคยเป็นสโตรกหรือ TIA แพทย์มักค้นหา AF เพื่อหาต้นเหตุและป้องกันการเป็นซ้ำ
- นาฬิกาแจ้งเตือนจังหวะไม่สม่ำเสมอ ให้นำประวัติการแจ้งเตือนไปให้แพทย์ดู
ที่ KIN สาขาสุขุมวิท 107 มีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นบริการประจำ สำหรับคัดกรองภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และตรวจประกอบก่อนการรักษาด้านหลอดเลือด

ถ้าตรวจพบ AF แพทย์จะประเมินความเสี่ยงสโตรกเป็นรายคน
6. ถ้าเป็น AF แล้ว ต้องทำอะไรต่อ
คำตอบสั้น: แพทย์จะประเมินความเสี่ยงสโตรกของแต่ละคน เช่น ด้วยคะแนน CHA2DS2-VASc เพื่อพิจารณายาป้องกันลิ่มเลือด ควบคู่กับคุมความดัน เบาหวาน และปัจจัยเสี่ยงอื่น ห้ามเริ่ม หยุด หรือปรับยาเองโดยเด็ดขาด
- กินยาตามแพทย์สั่งต่อเนื่อง ยาป้องกันลิ่มเลือดต้องตรวจติดตามตามนัด แจ้งทันตแพทย์และแพทย์ทุกครั้งว่ากินยานี้
- คุมปัจจัยเสี่ยง ความดัน เบาหวาน น้ำหนัก ลดแอลกอฮอล์ รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับถ้ามี
- จำสัญญาณสโตรกให้ได้ทั้งบ้าน เพราะผู้ป่วย AF เสี่ยงสโตรกสูงกว่าคนทั่วไป
สัญญาณสโตรก BE FAST พบข้อใดข้อหนึ่ง โทร 1669 ทันที
• B เสียการทรงตัว เดินเซ
• E ตามัว มองเห็นภาพซ้อนเฉียบพลัน
• F หน้าเบี้ยว ปากตก
• A แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว
• S พูดไม่ชัด พูดไม่ออก
• T จดเวลาที่เริ่มมีอาการ แล้วรีบไปโรงพยาบาล
อ่านรายละเอียดที่ BE FAST สัญญาณเตือนสโตรก
ผู้ที่เคยเป็นสโตรกแล้วมีโอกาสเป็นซ้ำ อ่านวิธีป้องกันที่ Stroke ครั้งแรกไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และหากต้องการฟื้นฟูหลังสโตรก ดู โปรแกรมฟื้นฟูสโตรกของ KIN · หน้าหนาวยังทำให้ความดันขึ้น อ่าน หน้าหนาวกับความเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตก

“ผู้สูงอายุหลายท่านเพิ่งรู้ว่าเป็น AF ในวันที่เกิดสโตรกแล้ว การคลำชีพจรเป็นประจำ และไม่มองข้ามการแจ้งเตือนจากนาฬิกา เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ครอบครัวช่วยกันทำได้ตั้งแต่วันนี้”
ติดต่อสอบถาม | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ปรึกษาเรื่องการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและการฟื้นฟูหลังสโตรกฟรี · เยี่ยมชมศูนย์ได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
AF หัวใจคืออะไร อันตรายไหม
AF คือภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว เป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดที่พบบ่อยที่สุด อันตรายหลักคือทำให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจ ซึ่งหลุดไปอุดหลอดเลือดสมองได้ การศึกษา Framingham พบว่าเพิ่มความเสี่ยงสโตรกเกือบ 5 เท่าค่ะ
หัวใจเต้นผิดจังหวะทำให้เป็นอัมพาตได้อย่างไร
เมื่อหัวใจห้องบนสั่นแทนการบีบตัว เลือดจะไหลวนช้าและจับตัวเป็นลิ่ม ลิ่มเลือดที่หลุดออกไปตามกระแสเลือด อาจไปอุดหลอดเลือดในสมอง ทำให้เกิดสโตรกชนิดตีบตันและอัมพาตค่ะ
นาฬิกาอัจฉริยะตรวจ AF ได้แม่นแค่ไหน
งานวิจัย 2 ชิ้นในผู้ใช้กว่า 8.7 แสนคนพบว่า เมื่อนาฬิกาแจ้งเตือนขณะใส่แผ่นวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 84–98% ตรงกับ AF จริง แต่นาฬิกาเป็นตัวช่วยสังเกตเท่านั้น ต้องให้แพทย์ยืนยันด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทุกครั้งค่ะ
นาฬิกาไม่เคยเตือน แปลว่าไม่มี AF ใช่ไหม
ไม่ใช่ค่ะ AF มักเป็น ๆ หาย ๆ และงานวิจัยที่มีไม่ได้ออกแบบมาเพื่อยืนยันว่าคนที่ไม่ถูกเตือนไม่มี AF ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปหรือมีความดันสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ควรคุยกับแพทย์เรื่องการตรวจค่ะ
คลำชีพจรเองตรวจ AF ได้ไหม
ใช้สังเกตเบื้องต้นได้ค่ะ นั่งพัก 5 นาที คลำชีพจรที่ข้อมือ นับ 30 วินาทีแล้วคูณ 2 และดูว่าจังหวะสม่ำเสมอไหม ถ้าไม่สม่ำเสมอบ่อย ๆ ให้พบแพทย์ แต่การวินิจฉัย AF ต้องใช้การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจค่ะ
ใครควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อหา AF
ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีโรคประจำตัว ผู้มีอาการใจสั่น หน้ามืด เหนื่อยง่าย ผู้ที่นาฬิกาแจ้งเตือนบ่อย และผู้ที่เคยเป็นสโตรกหรือ TIA ค่ะ ทั้งนี้หลักฐานยังไม่พอแนะนำให้คัดกรองทุกคนที่ไม่มีอาการ
- Atrial fibrillation as an independent risk factor for stroke: the Framingham Study — Wolf PA และคณะ วารสาร Stroke พ.ศ. 2534
- Screening for Atrial Fibrillation: US Preventive Services Task Force Recommendation Statement — วารสาร JAMA พ.ศ. 2565
- Large-Scale Assessment of a Smartwatch to Identify Atrial Fibrillation (Apple Heart Study) — Perez MV และคณะ วารสาร New England Journal of Medicine พ.ศ. 2562
- Detection of Atrial Fibrillation in a Large Population Using Wearable Devices: The Fitbit Heart Study — Lubitz SA และคณะ วารสาร Circulation พ.ศ. 2565

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 แพทย์ประจำคิน | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: 23 ก.ย. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การวินิจฉัยและการใช้ยาต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์