ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว เสี่ยงอะไร จัดยาให้ปลอดภัยอย่างไร คู่มือสำหรับญาติ

ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว เสี่ยงอะไร จัดยาให้ปลอดภัยอย่างไร คู่มือสำหรับญาติ
ผู้สูงอายุกินยาหลายตัวตั้งแต่ 5 ชนิดขึ้นไป เพิ่มโอกาสยาตีกัน หกล้ม สับสน และกินยาผิด ป้องกันได้ด้วยการทบทวนยาทุกตัวกับแพทย์และเภสัชกร อ่านสัญญาณที่อาจมาจากยา และวิธีจัดยาที่บ้าน
ดูแลผู้สูงอายุ | ความปลอดภัยด้านยา

ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว เสี่ยงอะไร
จัดยาให้ปลอดภัยอย่างไร คู่มือสำหรับญาติ

พ่อแม่ได้ยาจากหลายแผนก บวกยาซื้อเองและอาหารเสริม บทความนี้สรุปความเสี่ยง สัญญาณเตือน และวิธีจัดยาที่บ้าน

เขียนโดย: พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883|ตรวจสอบโดย: พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854|อัปเดต: ต.ค. พ.ศ. 2569|อ่าน 8 นาที
นิยามที่ใช้บ่อย
ยา 5 ชนิดขึ้นไป
นับรวมยาซื้อเองและสมุนไพร · WHO
พบบ่อยแค่ไหน
ราว 45% ในงานกลุ่มผู้สูงอายุ
งานที่ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป · ผลแต่ละงานต่างกันมาก
ยิ่งยาเยอะ ยิ่งพลาดง่าย
30.1% → 47%
ความผิดพลาดในการสั่งหรือติดตามยา ยา 5 ตัว เทียบ 10 ตัวขึ้นไป · ข้อมูลอังกฤษ
สิ่งที่ห้ามทำเอง
หยุด ลด หรือเพิ่มยา
ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

ญาติมักถามพยาบาลว่า คุณแม่กินยาวันละสิบกว่าเม็ด อันตรายไหม จำนวนยาอย่างเดียวยังบอกไม่ได้ ปัญหาเกิดเมื่อมียาที่ไม่จำเป็นแล้ว ยาซ้ำ ยาตีกัน หรือกินผิดเวลา ซึ่งญาติช่วยลดได้ด้วยการรวบรวมยาให้แพทย์ดูและจัดระบบที่บ้าน

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับผู้ดูแล เรื่องยาหลังโรคหลอดเลือดสมองโดยเฉพาะ อ่านที่ ยา Stroke หยุดกินได้ไหม

เนื้อหาในบทความนี้

1. กินยาหลายตัว นับอย่างไร2. ยาหลายตัวเสี่ยงอะไร3. กินยาวันละหลายเม็ด ไตพังไหม4. สัญญาณที่อาจมาจากยา5. จัดยาที่บ้านให้ปลอดภัย6. เมื่อไรควรขอทบทวนยา

1. ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว นับเท่าไรจึงเรียกว่ายาหลายขนาน

คำตอบสั้น: องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุในรายงานปี 2562 ว่ายังไม่มีนิยามมาตรฐาน แต่มักนับเมื่อใช้ยาเป็นประจำตั้งแต่ 5 ชนิดขึ้นไป โดยนับรวมยาที่แพทย์สั่ง ยาซื้อเอง และยาแผนโบราณหรือสมุนไพร สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนคือยาแต่ละตัวยังจำเป็นและเหมาะกับผู้สูงอายุคนนั้นหรือไม่

รายงานแยก ยาหลายขนานที่เหมาะสม (ยาทุกตัวมีเป้าหมาย ได้ผล และปรับให้เสี่ยงผลข้างเคียงน้อยลงแล้ว) ออกจาก ยาหลายขนานที่ไม่เหมาะสม (มียาที่หมดข้อบ่งชี้ ไม่ได้ผล ก่อผลข้างเคียง หรือผู้ป่วยกินตามสั่งไม่ได้) เป้าหมายจึงไม่ใช่แค่ลดจำนวนเม็ด แต่ให้ยาทุกตัวมีเหตุผล

พบบ่อยแค่ไหน งานรวม 54 การศึกษาในวารสาร BMC Geriatrics ปี 2565 ประเมินว่าผู้ใหญ่ทุกวัยราว 37% ใช้ยาหลายขนาน และในงานที่ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปสูงถึงราว 45% (ช่วงความเชื่อมั่น 37–54%) ข้อจำกัดคือแต่ละงานใช้เกณฑ์และกลุ่มตัวอย่างต่างกันมาก ผลจึงกระจายสูง และไม่ใช่ตัวเลขผู้สูงอายุไทย

ลูกสาวนั่งกับแม่สูงอายุที่โต๊ะอาหารในบ้าน รวบรวมขวดยาและแผงยาหลายชนิดมากองเพื่อคัดแยก ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

ขั้นแรก รวบรวมยาทุกตัวในบ้านมาไว้ที่เดียว

2. ผู้สูงอายุกินยาหลายตัวเสี่ยงอะไรบ้าง

คำตอบสั้น: องค์การอนามัยโลกระบุว่าผู้มีอายุเกิน 65 ปีและผู้อยู่ในสถานดูแลเสี่ยงยาตีกัน หกล้ม ผลข้างเคียงจากยา ความจำแย่ลง กินยาไม่ครบ และขาดสารอาหาร ยิ่งยามากตัวยิ่งผิดพลาดง่าย

ความเสี่ยงตัวอย่างที่ญาติเห็นได้
ยาตีกันยาแก้ปวดกลุ่มลดการอักเสบ (NSAIDs) ร่วมกับยาที่มีแอสไพริน อาจเพิ่มโอกาสเลือดออกในทางเดินอาหาร
หกล้มยาที่ทำให้ง่วงหรือมึนงง โดยเฉพาะตอนลุกเข้าห้องน้ำกลางคืน
สับสน ความจำแย่ลงพูดจาสับสนหรือซึมลงไม่นานหลังได้ยาตัวใหม่
กินยาผิดลืมกิน กินซ้ำ หรือกินยาต่างชื่อแต่ตัวยาเดียวกัน

ตัวอย่างยาตีกันมาจากกรณีศึกษาในรายงาน WHO ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้คู่นี้เสมอ

รายงาน WHO ยกงานวิจัยในอังกฤษที่พบว่า ผู้ใช้ยา 5 ชนิดขึ้นไปพบความผิดพลาดในการสั่งหรือติดตามยา 30.1% ในรอบ 12 เดือน และ 47% เมื่อใช้ยา 10 ชนิดขึ้นไป (ข้อมูลอังกฤษ นับความผิดพลาดฝั่งการสั่งและติดตามยา ไม่ใช่การกินยาผิดเอง และบอกความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าจำนวนยาเป็นสาเหตุเดียว) ฝั่งไทย บทความแนวปฏิบัติพยาบาลปี 2564 ระบุว่ายาหลายขนานทำให้เกิดความจำบกพร่อง สับสนเฉียบพลัน กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หกล้ม และขาดสารอาหาร ซึ่งญาติมักคิดว่าเป็นเรื่องของอายุ

3. กินยาวันละ 8–10 เม็ด ไตพังไหม

คำตอบสั้น: จำนวนเม็ดอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ไตเสีย สิ่งที่ต้องดูคือชนิดยาและการทำงานของไตของแต่ละคน ยาบางกลุ่มต้องระวังมากขึ้นเมื่อไตทำงานลดลงหรือเมื่อขาดน้ำ จึงควรให้แพทย์ทบทวนยาเป็นระยะ ไม่ควรหยุดยาเองเพราะกลัวไตพัง

ตัวอย่างในรายงาน WHO คือผู้ใช้ยาขับปัสสาวะที่ขาดน้ำจากท้องเสียหรือกินน้ำน้อย อาจเสี่ยงไตบาดเจ็บเฉียบพลัน ผู้ดูแลจึงควรถามแพทย์ไว้ก่อนว่าถ้าผู้ป่วยขาดน้ำต้องทำอย่างไรกับยาแต่ละตัว และแจ้งยาแก้ปวดที่ซื้อกินเองทุกครั้ง

4. สัญญาณไหนที่อาจมาจากยา และเมื่อไรต้องรีบพบแพทย์

คำตอบสั้น: อาการใหม่ที่เกิดไม่นานหลังได้ยาตัวใหม่ เปลี่ยนขนาดยา หรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ให้นึกถึงยาไว้ก่อน จดอาการและเวลา แจ้งแพทย์โดยไม่หยุดยาเอง แต่ถ้าสับสนหรือซึมลงทันที อย่ารอสรุปว่าเป็นจากยา เพราะอาจเกิดจากสโตรก ติดเชื้อ หรือน้ำตาลต่ำได้ ให้โทร 1669

อาการที่ควรแจ้งแพทย์โดยเร็ว

• ง่วงหรือมึนกว่าปกติ ตอบช้าลง หลังเริ่มยาใหม่หรือเปลี่ยนขนาดยา
• เวียนศีรษะ ลุกแล้วหน้ามืด หรือเพิ่งหกล้ม
• อุจจาระดำ อาเจียนเป็นเลือด มีจ้ำเลือดง่ายผิดปกติ
• ปัสสาวะออกน้อย ผื่นขึ้นทั่วตัว ปากบวม

สับสนหรือซึมลงทันที ปลุกยาก แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หายใจลำบาก หมดสติ หรืออาเจียนเป็นเลือดมาก โทร 1669 ทันที แล้วนำถุงยาไปด้วย · สับสนเฉียบพลันอ่านที่ ภาวะเพ้อในผู้สูงอายุ

พยาบาลนั่งข้างชายสูงอายุและลูกชาย แยกขวดยาและแผงยาที่นำมาจากบ้านเป็นกลุ่มบนโต๊ะในห้องสว่าง ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

ดูยาทุกตัวพร้อมกัน ช่วยให้เห็นยาซ้ำและยาตีกัน

5. จัดยาผู้สูงอายุที่บ้านอย่างไรให้ปลอดภัย

คำตอบสั้น: ทำบัญชียาฉบับเดียวที่เป็นปัจจุบัน ใช้ตลับยาแบ่งวันและมื้อ มีผู้รับผิดชอบหลัก 1 คน และนำยาทุกตัวไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดูทุกครั้งที่ยาเปลี่ยน

4 ขั้นจัดยาที่บ้าน

1ทำบัญชียาฉบับเดียว — ชื่อยา รักษาอะไร กินเวลาไหน ใครสั่ง รวมยาซื้อเอง อาหารเสริม และสมุนไพร
2รวมถุงยาไปหาหมอทุกครั้ง — นำยาจริงทุกตัวไปให้แพทย์หรือเภสัชกรดู โดยเฉพาะเมื่อไปหลายโรงพยาบาล
3ใช้ตลับยารายสัปดาห์ — แบ่งช่องตามวันและมื้อ เติมสัปดาห์ละครั้งโดยผู้ดูแลหลักคนเดียว ตั้งเวลาเตือนในมือถือ ให้เภสัชกรดูก่อนว่ายาตัวไหนแกะใส่ตลับได้ บางชนิดต้องอยู่ในแผงหรือขวดเดิม และเก็บฉลากเดิมไว้
4แยกยาเก่าออก — ยาที่หยุดแล้วหรือหมดอายุ แยกออกจากตลับ แล้วถามเภสัชกรเรื่องการทิ้ง

ห้ามทำเอง ห้ามหยุด ลด เพิ่มยา หรือแบ่งยาของคนอื่นมาให้กินเอง ถ้าสงสัยว่ายาตัวไหนไม่จำเป็น ให้นำบัญชียาไปถามแพทย์

ผู้ดูแลหญิงช่วยชายสูงอายุหยิบยาจากตลับยารายสัปดาห์บนโต๊ะข้างเตียงในบ้าน พร้อมแก้วน้ำ ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

ตลับยาแบ่งช่องบอกได้ทันทีว่ากินแล้วหรือยัง

6. เมื่อไรควรขอแพทย์หรือเภสัชกรทบทวนยา

คำตอบสั้น: องค์การอนามัยโลกแนะนำการทบทวนยา (medication review) โดยทีมหลายวิชาชีพร่วมกับผู้ป่วยและผู้ดูแล ควรขอเมื่อมียาใหม่ เพิ่งออกจากโรงพยาบาล ย้ายที่ดูแล หกล้ม หรือสับสน

สถานการณ์ควรทำอะไร
เพิ่งได้ยาใหม่ หรือแพทย์เปลี่ยนขนาดยาถามว่ายาใหม่ซ้ำหรือตีกับยาเดิมไหม แล้วแก้บัญชียาทันที
เพิ่งออกจากโรงพยาบาล หรือย้ายมาอยู่ศูนย์ดูแลเทียบยาก่อนนอนโรงพยาบาลกับยาที่ได้กลับบ้าน ตัวไหนหยุด ตัวไหนเพิ่ม
กลืนยายาก หรือไม่ยอมกินยาถามเภสัชกรเรื่องรูปแบบยาอื่น ห้ามบดหรือแกะแคปซูลเอง

แพทย์อาจใช้ Beers Criteria 2566 ของสมาคมผู้สูงอายุอเมริกันช่วยทบทวน รายการนี้ออกแบบสำหรับสหรัฐฯ และไม่ใช่รายการให้ญาติตัดยาเอง

พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883

“ยาหลายตัวไม่ได้ผิดเสมอไป แต่ทุกตัวต้องมีคนรู้ว่ากินเพื่ออะไร บัญชียาฉบับล่าสุดในมือญาติ ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจเรื่องยาได้ปลอดภัยขึ้นค่ะ”

พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883 — พยาบาลวิชาชีพ KIN Rehabilitation & Homecare

ที่ KIN ลาดพร้าว 71 ดูแลเรื่องยาของผู้สูงอายุร่วมกับครอบครัวอย่างไร

KIN ลาดพร้าว 71 ซอยนาคนิวาส 18 เป็นศูนย์ฟื้นฟูแบบพักค้างและที่ตั้งของ Nursing Home ลาดพร้าว การดูแลเรื่องยาของผู้พักอาศัยมีดังนี้

  • พยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สังเกตอาการ เช่น ง่วงซึม เวียนศีรษะ สับสน แล้วประสานแพทย์
  • แพทย์ 5 ท่าน ทีมแพทย์ครอบคลุม 5 สาขา · 8 สาขาวิชาชีพ รวมอายุรศาสตร์ผู้สูงอายุที่ดูแลเรื่องโรคร่วม ยา และภาวะแทรกซ้อน (ดูทีมแพทย์และสหวิชาชีพ)
  • ยาประจำตัวครอบครัวเป็นผู้เตรียม นำยาทุกตัวพร้อมบัญชียาล่าสุดมาในวันแรก
  • อยากดูแลที่บ้าน มีพยาบาลวิชาชีพดูแลที่บ้านของ KIN HomeCare

ติดต่อ KIN ลาดพร้าว 71 | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี

ปรึกษาการดูแลผู้สูงอายุที่ใช้ยาหลายตัว · เยี่ยมชมศูนย์ได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.

KIN ลาดพร้าว 71

ซอยนาคนิวาส 18 · ศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้สูงอายุ

LINE KIN ลาดพร้าว 71โทร KIN ลาดพร้าว 71 091-803-3071

091-803-3071

สาขาอื่นของ KIN Rehabilitation

โรงพยาบาลคิน สุขุมวิท 107

ซอยแบริ่ง 10 · ใกล้ BTS แบริ่ง

LINE KIN สุขุมวิท 107โทร KIN สุขุมวิท 107 065-909-2599

065-909-2599

KIN ราชพฤกษ์

นนทบุรี · ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

LINE KIN ราชพฤกษ์โทร KIN ราชพฤกษ์ 065-384-5494

065-384-5494

KIN พัทยา

ชลบุรี · ศูนย์ดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ

LINE KIN พัทยาโทร KIN พัทยา 082-213-9976

082-213-9976

KIN รามคำแหง 24

เปิด 15 พ.ย. 2569 · จองสิทธิ์ล่วงหน้าได้แล้ว

LINE KIN รามคำแหง 24โทร KIN รามคำแหง 24 081-632-8188

081-632-8188

KIN ศาลายา

พุทธมณฑล · เปิด 15 ธ.ค. 2569 · จองสิทธิ์ล่วงหน้าได้แล้ว

LINE KIN ศาลายาโทร KIN ศาลายา 093-884-1888

093-884-1888

สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669

คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN

ผู้สูงอายุกินยากี่ตัวถึงเรียกว่ากินยาหลายตัว

มักนับเมื่อใช้ยาประจำตั้งแต่ 5 ชนิดขึ้นไป รวมยาซื้อเองและสมุนไพร ตามรายงานองค์การอนามัยโลกปี 2562 แต่สำคัญกว่าจำนวนคือยาทุกตัวยังจำเป็นหรือไม่ค่ะ

ผู้สูงอายุกินยาวันละ 8–10 เม็ด ไตจะพังไหม

จำนวนเม็ดอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ไตเสียค่ะ ขึ้นกับชนิดยาและการทำงานของไต ให้แพทย์ทบทวนยาเป็นระยะ และอย่าหยุดยาเองค่ะ

กินสมุนไพรหรืออาหารเสริมร่วมกับยาหมอได้ไหม

ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนค่ะ สมุนไพรอาจตีกับยาแผนปัจจุบันได้ และควรจดไว้ในบัญชียาด้วยค่ะ

ผู้สูงอายุลืมกินยา ควรกินเพิ่มเป็นสองเท่าในมื้อถัดไปไหม

ไม่ควรเพิ่มเองค่ะ ยาแต่ละชนิดจัดการต่างกัน ให้ดูฉลากหรือโทรถามเภสัชกร ถ้าลืมบ่อยลองใช้ตลับยารายสัปดาห์ค่ะ

พ่อแม่หาหมอหลายโรงพยาบาล ต้องทำอย่างไรไม่ให้ยาซ้ำซ้อน

นำบัญชียาและถุงยาจริงทุกตัวไปให้แพทย์และเภสัชกรดูทุกที่ค่ะ ยาชื่อการค้าต่างกันอาจเป็นตัวยาเดียวกันค่ะ

อาการดีขึ้นแล้ว หยุดยาบางตัวเองได้ไหม

ไม่ควรหยุดเองค่ะ ยาบางตัวหยุดทันทีแล้วอันตราย ให้นำบัญชียาไปขอแพทย์ทบทวน แพทย์จะตัดสินว่าควรหยุดหรือค่อย ๆ ลดค่ะ

เขียนและตรวจสอบโดย
พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883
พยาบาลวิชาชีพ KIN Rehabilitation & Homecare

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 แพทย์ประจำคิน | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การหยุด ลด หรือเพิ่มยาต้องให้แพทย์ตัดสิน ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN

Tags: ผู้สูงอายุกินยาหลายตัว ยาตีกัน จัดยาผู้สูงอายุ ทบทวนยา ยาหลายขนาน