ผู้ป่วยสโตรกพูดไม่ได้ ฟังไม่เข้าใจ ภาวะอะเฟเซียคืออะไร จะกลับมาพูดได้ไหม

ผู้ป่วยสโตรกพูดไม่ได้ ฟังไม่เข้าใจ ภาวะอะเฟเซียคืออะไร จะกลับมาพูดได้ไหม
ภาวะอะเฟเซีย (aphasia) คือความผิดปกติด้านภาษาเมื่อสมองส่วนภาษาเสียหาย พบราว 1 ใน 3 ของผู้ป่วยสโตรก ทำให้พูดไม่ได้หรือฟังไม่เข้าใจ แต่ไม่ได้แปลว่าสติปัญญาหาย อ่านชนิด โอกาสกลับมาพูดได้ เมื่อไหร่ควรเริ่มฝึก และวิธีคุยที่ญาติทำได้ตั้งแต่วันนี้
โรคหลอดเลือดสมอง | การสื่อสารหลังสโตรก

ผู้ป่วยสโตรกพูดไม่ได้ ฟังไม่เข้าใจ
ภาวะอะเฟเซียคืออะไร จะกลับมาพูดได้ไหม

พ่อพูดไม่ออก หรือแม่พูดคล่องแต่ฟังไม่รู้เรื่อง อ่านคำอธิบายแบบเข้าใจง่าย พร้อมงานวิจัยและข้อจำกัด

เขียนโดย: พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883|ตรวจสอบโดย: พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854|อัปเดต: ก.ย. พ.ศ. 2569|อ่าน 8 นาที
พบบ่อยแค่ไหน
ราว 1 ใน 3
ของผู้ป่วยสโตรกมีภาวะอะเฟเซีย
สติปัญญา
ไม่ได้หายไป
กระทบการใช้ภาษา ไม่ใช่ความคิด
ช่วงที่ฟื้นเร็ว
ไม่กี่เดือนแรก
และยังดีขึ้นต่อได้หลัง 6 เดือน แต่ช้าลง
แนวทางยุโรป ESO 2568
ฝึกรวม 20 ชั่วโมงขึ้นไป
หลักฐานยังอยู่ในระดับต่ำ

หลังสโตรก หลายครอบครัวพบว่าผู้ป่วยรู้ตัวดี แต่พูดไม่ได้ หรือพูดคล่องแต่ตอบไม่ตรงคำถาม อาการเหล่านี้เรียกว่า ภาวะอะเฟเซีย เป็นปัญหาของระบบภาษาในสมอง ไม่ใช่ปากหรือลิ้น บทความนี้สรุปจากแนวทางและงานวิจัยที่ตรวจต้นทางแล้ว

ครอบคลุมอะเฟเซียจากสโตรกในผู้ใหญ่ แผนฝึกของแต่ละรายต้องให้นักแก้ไขการพูดและแพทย์กำหนด

เนื้อหาในบทความนี้

1. ภาวะอะเฟเซียคืออะไร ต่างจากพูดไม่ชัดอย่างไร2. อะเฟเซียมีกี่ชนิด Broca's, Wernicke's และแบบทั่วไป3. จะกลับมาพูดได้ไหม งานวิจัยบอกอะไร4. ควรเริ่มฝึกพูดเมื่อไหร่ และฝึกมากแค่ไหน5. ญาติควรคุยอย่างไร ทำและไม่ควรทำ6. ดูแลใจผู้ป่วย และทีมที่ช่วยฟื้นฟู

1. ภาวะอะเฟเซีย (aphasia) คืออะไร ต่างจากพูดไม่ชัดอย่างไร

คำตอบสั้น: ภาวะอะเฟเซีย (aphasia) คือความผิดปกติในการใช้ภาษาจากสมองส่วนที่ควบคุมภาษาเสียหาย ส่วนใหญ่มาจากสโตรก กระทบได้ทั้งการพูด การฟังให้เข้าใจ การอ่าน และการเขียน ต่างจากพูดไม่ชัด (dysarthria) ที่เกิดจากกล้ามเนื้อที่ใช้พูดอ่อนแรง ผู้ป่วยใช้คำถูก แต่เสียงออกมาไม่ชัด

ประเด็นอะเฟเซีย (aphasia)พูดไม่ชัด (dysarthria)
ปัญหาอยู่ที่ระบบภาษาในสมอง การเลือกคำ เรียงคำ เข้าใจความหมายกล้ามเนื้อริมฝีปาก ลิ้น และเสียง
เสียงที่ได้ยินพูดไม่ออก พูดผิดคำ หรือพูดคล่องแต่ความหมายไม่ต่อกันคำถูกต้อง แต่อ้อแอ้ เบา หรือช้า
การฟัง อ่าน เขียนมักกระทบด้วยมักปกติ

บางรายมีทั้งสองภาวะพร้อมกัน นักแก้ไขการพูดจึงต้องประเมินแยกก่อนวางแผนฝึก

อะเฟเซียไม่ได้แปลว่าสติปัญญาหาย เว็บความรู้ประชาชนที่สมาคมการได้ยินและการพูดอเมริกัน (ASHA) ดูแล ระบุว่าอะเฟเซียไม่กระทบความฉลาดหรือวิธีคิด แต่สโตรกบางรายมีปัญหาความจำหรือการคิดร่วมด้วยได้ ซึ่งทีมต้องประเมินแยก

พูดไม่ได้ขึ้นมาทันที คือสัญญาณสโตรก ถ้าพูดไม่ออก พูดไม่ชัด หรือฟังไม่เข้าใจขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเมื่อหน้าเบี้ยวหรือแขนขาอ่อนแรง ให้โทร 1669 ทันที

นักแก้ไขการพูดชุดสีกรมท่าชูบัตรภาพแก้วน้ำ ชามข้าว และแปรงสีฟัน ให้ชายสูงอายุหลังสโตรกชี้เลือกที่โต๊ะฝึก ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

บัตรภาพช่วยให้สื่อสารได้แม้ยังพูดเป็นคำไม่ได้

2. อะเฟเซียมีกี่ชนิด Broca's, Wernicke's และแบบทั่วไป

คำตอบสั้น: ชนิดที่พบบ่อยมี 3 แบบ คือ Broca's aphasia พูดไม่คล่องแต่เข้าใจค่อนข้างดี Wernicke's aphasia พูดคล่องแต่ความหมายไม่ต่อกันและฟังไม่เข้าใจ และแบบทั่วไป (global aphasia) ที่ทั้งพูดและเข้าใจได้น้อยมาก

ชนิดการพูดและการฟังสิ่งที่ญาติมักเห็น
Broca's aphasia
(พูดไม่คล่อง)
พูดเป็นวลีสั้น ต้องออกแรง ขาดคำเชื่อม แต่ฟังเข้าใจค่อนข้างดีรู้ตัวว่าพูดไม่ได้ จึงหงุดหงิดง่าย อาจมีแขนขาขวาอ่อนแรงร่วมด้วย
Wernicke's aphasia
(พูดคล่อง)
พูดยาวแต่ความหมายไม่ต่อกัน ฟังและอ่านเข้าใจได้น้อยมักไม่รู้ตัวว่าพูดผิด ญาติอาจคิดว่าสับสน
Global aphasia
(แบบทั่วไป)
พูดและเข้าใจได้น้อยมากสมองส่วนภาษาเสียหายกว้าง สื่อสารได้จำกัด

ที่มา: NIDCD สหรัฐอเมริกา · ยังมีชนิดอื่น เช่น anomic aphasia · ผู้ป่วยจริงหลายรายมีอาการผสม

3. ผู้ป่วยสโตรกพูดไม่ได้ จะกลับมาพูดได้ไหม งานวิจัยบอกอะไร

คำตอบสั้น: มีโอกาสดีขึ้น ส่วนใหญ่ดีขึ้นเร็วในไม่กี่เดือนแรก และยังดีขึ้นต่อได้หลัง 6 เดือนแต่ช้าลง งานรวม Cochrane ปี 2559 จาก 57 การทดลอง 3,002 ราย พบว่าการฝึกกับนักแก้ไขการพูดช่วยการสื่อสารได้ดีกว่าไม่ฝึก แต่จะกลับมาได้มากแค่ไหนต่างกันในแต่ละคน

  • Cochrane พ.ศ. 2559 (57 การทดลองแบบสุ่ม 3,002 ราย) — ฝึกดีกว่าไม่ฝึก ทั้งการสื่อสาร การอ่าน การเขียน และฝึกมากกว่าหรือนานกว่าได้ผลดีกว่า แต่กลุ่มที่ฝึกหนักถอนตัวมากกว่า
  • RELEASE วารสาร Stroke พ.ศ. 2564 (ข้อมูลรายบุคคลหลายประเทศ) — ผู้ที่เริ่มภายใน 1 เดือน และผู้ที่อายุน้อยกว่า 55 ปี ดีขึ้นมากกว่า ผู้ที่เป็นเกิน 6 เดือนยังดีขึ้นได้แต่น้อยลง
  • The Lancet พ.ศ. 2560 (158 ราย อายุไม่เกิน 70 ปี เป็นมา 6 เดือนขึ้นไป) — ฝึกสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมงขึ้นไป นาน 3 สัปดาห์ การสื่อสารในสถานการณ์จริงดีขึ้นชัดกว่ากลุ่มที่รอฝึก

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ Cochrane พบว่าประโยชน์หลังจบการฝึกยังไม่ชัดเพราะข้อมูลน้อย · RELEASE เป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผล · The Lancet รับเฉพาะอายุไม่เกิน 70 ปีและวัดผลทันทีหลังฝึก ตัวเลขเป็นผลของผู้ป่วยในงานวิจัย ไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN

4. ควรเริ่มฝึกพูดเมื่อไหร่ และต้องฝึกมากแค่ไหน

คำตอบสั้น: เริ่มได้เมื่อแพทย์ประเมินว่าอาการคงที่ แนวทางองค์กรโรคหลอดเลือดสมองยุโรป (ESO) ปี 2568 แนะนำให้ฝึกรวมอย่างน้อย 20 ชั่วโมง และเสนอให้ฝึกสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมงขึ้นไป อย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ โดยระบุว่าหลักฐานยังอยู่ในระดับต่ำ

ESO วิเคราะห์จากการทดลอง 45 เรื่อง และเสนอให้ปรับเนื้อหาให้ใช้ได้จริงกับผู้ป่วยแต่ละคน งาน RELEASE ในวารสาร Stroke ปี 2565 (959 ราย 25 การทดลอง) พบว่าภาษาดีขึ้นมากเมื่อฝึกรวมราว 20–50 ชั่วโมง หลายวันต่อสัปดาห์ และมีการบ้านฝึกต่อที่บ้าน ผู้วิจัยระบุว่าเป็นข้อค้นพบเชิงสำรวจ

เริ่มเร็วดี แต่ไม่ต้องหนักทันที การทดลอง VERSE 246 ราย (Int J Stroke ปี 2564) เพิ่มการฝึกเข้มข้น 20 ครั้งภายใน 14 วันแรก ที่ 12 สัปดาห์ไม่ต่างจากการดูแลตามปกติ จึงควรเริ่มตามความพร้อมแล้วฝึกต่อเนื่องเป็นเดือน

ที่ KIN ทีมสหวิชาชีพ 8 สาขามีนักแก้ไขการพูดร่วมดูแล การฝึกพูดและกลืนเป็นไปตามแผนเฉพาะบุคคล อ่านภาพรวมการฝึกพูดและกลืนที่ บทความพูดได้ กลืนได้ ใช้ชีวิตได้ ดูโปรแกรมฟื้นฟูสโตรกของ KIN และเรื่องปริมาณกายภาพบำบัดที่ บทความกายภาพวันละกี่ชั่วโมง

ลูกสาวนั่งหันหน้าคุยกับพ่อหลังสโตรกในระดับสายตาเดียวกัน จับมือและพูดช้า ๆ ให้พ่อมีเวลาตอบ ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

การคุยกันทุกวันเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูการสื่อสาร

5. ญาติควรคุยกับผู้ป่วยอะเฟเซียอย่างไร สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

คำตอบสั้น: พูดประโยคสั้นด้วยน้ำเสียงปกติ ทีละเรื่อง ให้เวลาตอบ ใช้ภาพ ท่าทาง หรือเขียนคำสำคัญช่วย ปิดทีวีระหว่างคุย คุยแบบผู้ใหญ่ และไม่ต้องแก้ทุกคำที่พูดผิด

ควรทำไม่ควรทำ
พูดประโยคสั้น น้ำเสียงปกติตะโกน หรือพูดเหมือนคุยกับเด็ก
พูดซ้ำหรือเขียนคำสำคัญให้ดูพูดหลายเรื่องรวดเดียว
รอให้หาคำเอง ให้เวลาพูดรีบต่อประโยคแทนหรือตอบแทน
ชวนใช้ทุกทาง ชี้ ท่าทาง วาดรูป บัตรภาพบังคับให้พูดเป็นคำเท่านั้น
ปิดทีวี คุยในที่เงียบทีละคนคุยในที่เสียงดัง หลายคนพูดพร้อมกัน
ชวนร่วมวงสนทนา ถามความเห็นเขาคอยแก้คำผิดทุกคำ หรือพูดถึงเขาเหมือนไม่อยู่

เรียบเรียงจากคำแนะนำของ NIDCD และ ASHA · ครอบครัวควรเข้าร่วมช่วงฝึกเมื่อทำได้ เพื่อเรียนวิธีที่ได้ผลกับผู้ป่วยคนนั้น

หญิงสูงอายุหลังสโตรกชี้แผ่นสื่อสารรูปภาพสัญลักษณ์บนโต๊ะ โดยมีพยาบาลชุดสีกรมท่าโน้มตัวลงฟัง ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

แผ่นสื่อสารรูปภาพช่วยบอกความต้องการพื้นฐานระหว่างที่ยังพูดไม่ได้

พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883

“ผู้ป่วยอะเฟเซียยังเป็นคนเดิมที่คิดเป็นและมีความรู้สึก สิ่งที่ช่วยได้มากคือความอดทนรอของคนในบ้าน และการคุยกับท่านแบบผู้ใหญ่เหมือนเดิม”

พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883 — พยาบาลวิชาชีพ KIN Rehabilitation & Homecare

6. ดูแลใจผู้ป่วย และทีมที่ช่วยฟื้นฟูการสื่อสาร

คำตอบสั้น: แนวทาง ESO ปี 2568 ระบุว่าอะเฟเซียสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าและการฟื้นตัวหลังสโตรกที่แย่ลง จึงควรดูแลใจควบคู่ โดยมีนักแก้ไขการพูดเป็นแกนร่วมกับแพทย์และพยาบาล

ถ้าผู้ป่วยเงียบ ถอนตัว หงุดหงิดหรือร้องไห้บ่อย ไม่อยากฝึก ไม่อยากกิน ติดต่อกันหลายวัน ให้บอกทีมที่ดูแล อ่านเพิ่มที่ บทความคุยกับนักจิตวิทยา ทีมสหวิชาชีพของ KIN มีทีมสุขภาพจิตร่วมดูแลเมื่อจำเป็น

คำถามที่ควรถามทีมฟื้นฟู มีนักแก้ไขการพูดไหม · ประเมินซ้ำเมื่อไหร่ · ฝึกสัปดาห์ละกี่ครั้ง · ครอบครัวช่วยฝึกที่บ้านอย่างไร

ติดต่อสอบถาม | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี

ปรึกษาแผนฟื้นฟูการพูดและการสื่อสารหลังสโตรกฟรี · เยี่ยมชมศูนย์ได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.

KIN Medical Hub ลาดพร้าว 71

LINE KIN ลาดพร้าว 71โทร KIN ลาดพร้าว 71 091-803-3071

โรงพยาบาลกายภาพบำบัด KIN สุขุมวิท 107

LINE KIN สุขุมวิท 107โทร KIN สุขุมวิท 107 065-909-2599

KIN ศูนย์ฟื้นฟู พัทยา

LINE KIN พัทยาโทร KIN พัทยา 082-213-9976

KIN ศูนย์ฟื้นฟู ราชพฤกษ์

LINE KIN ราชพฤกษ์โทร KIN ราชพฤกษ์ 065-384-5494

KIN รามคำแหง 24 จองสิทธิ์ก่อนเปิด 15 พ.ย. 2569

LINE KIN รามคำแหง 24โทร KIN รามคำแหง 24 081-632-8188

KIN ศาลายา จองสิทธิ์ก่อนเปิด 15 ธ.ค. 2569

LINE KIN ศาลายาโทร KIN ศาลายา 093-884-1888

สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669

คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN

ภาวะอะเฟเซีย (aphasia) คืออะไร

คือความผิดปกติด้านภาษาจากสมองส่วนที่ควบคุมภาษาเสียหาย ส่วนใหญ่มาจากสโตรก ทำให้พูดไม่ออก พูดผิดคำ หรือฟังไม่เข้าใจ พบราว 1 ใน 3 ของผู้ป่วยสโตรก และไม่ได้แปลว่าสติปัญญาหายไปค่ะ

Broca's aphasia กับ Wernicke's aphasia ต่างกันอย่างไร

Broca's พูดไม่คล่อง เป็นวลีสั้น ๆ แต่เข้าใจค่อนข้างดีและรู้ตัว ส่วน Wernicke's พูดคล่องแต่ความหมายไม่ต่อกัน ฟังเข้าใจได้น้อย และมักไม่รู้ตัวว่าพูดผิดค่ะ

ผู้ป่วยสโตรกพูดไม่ได้ จะกลับมาพูดได้ไหม

มีโอกาสดีขึ้น ส่วนใหญ่ดีขึ้นเร็วในไม่กี่เดือนแรกและยังดีขึ้นได้หลัง 6 เดือน การฝึกกับนักแก้ไขการพูดช่วยได้ดีกว่าไม่ฝึก แต่ผลต่างกันในแต่ละคนค่ะ

ผู้ป่วยอะเฟเซียยังรู้เรื่องอยู่ไหม

โดยทั่วไปยังคิดเป็นและรู้สึกได้ เพราะอะเฟเซียกระทบภาษา ไม่ใช่สติปัญญา แต่บางรายมีปัญหาความจำร่วมด้วย จึงควรให้ทีมประเมินแยก และคุยกับผู้ป่วยแบบผู้ใหญ่เสมอค่ะ

ควรเริ่มฝึกพูดเมื่อไหร่ ต้องฝึกนานแค่ไหน

เริ่มเมื่อแพทย์ประเมินว่าอาการคงที่ แนวทางยุโรป ESO ปี 2568 แนะนำให้ฝึกรวมอย่างน้อย 20 ชั่วโมง บนหลักฐานระดับต่ำ แผนจริงให้นักแก้ไขการพูดกำหนดค่ะ

พูดไม่ชัดหลังสโตรก เป็นอะเฟเซียหรือเปล่า

ไม่เสมอไป ถ้าใช้คำถูกแต่เสียงอ้อแอ้หรือเบา มักเป็นภาวะพูดไม่ชัดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง (dysarthria) ถ้าพูดผิดคำหรือฟังไม่เข้าใจจึงเข้ากับอะเฟเซีย ควรให้นักแก้ไขการพูดประเมินค่ะ

เขียนและตรวจสอบโดย
พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883
พยาบาลวิชาชีพ KIN Rehabilitation & Homecare

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 แพทย์ประจำคิน | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: 23 ก.ย. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์

Tags: อะเฟเซีย aphasia ผู้ป่วยสโตรกพูดไม่ได้ ฝึกพูด