ผู้ป่วยสโตรกพูดไม่ได้ ฟังไม่เข้าใจ
ภาวะอะเฟเซียคืออะไร จะกลับมาพูดได้ไหม
พ่อพูดไม่ออก หรือแม่พูดคล่องแต่ฟังไม่รู้เรื่อง อ่านคำอธิบายแบบเข้าใจง่าย พร้อมงานวิจัยและข้อจำกัด
ของผู้ป่วยสโตรกมีภาวะอะเฟเซีย
กระทบการใช้ภาษา ไม่ใช่ความคิด
และยังดีขึ้นต่อได้หลัง 6 เดือน แต่ช้าลง
หลักฐานยังอยู่ในระดับต่ำ
หลังสโตรก หลายครอบครัวพบว่าผู้ป่วยรู้ตัวดี แต่พูดไม่ได้ หรือพูดคล่องแต่ตอบไม่ตรงคำถาม อาการเหล่านี้เรียกว่า ภาวะอะเฟเซีย เป็นปัญหาของระบบภาษาในสมอง ไม่ใช่ปากหรือลิ้น บทความนี้สรุปจากแนวทางและงานวิจัยที่ตรวจต้นทางแล้ว
ครอบคลุมอะเฟเซียจากสโตรกในผู้ใหญ่ แผนฝึกของแต่ละรายต้องให้นักแก้ไขการพูดและแพทย์กำหนด
เนื้อหาในบทความนี้
1. ภาวะอะเฟเซีย (aphasia) คืออะไร ต่างจากพูดไม่ชัดอย่างไร
คำตอบสั้น: ภาวะอะเฟเซีย (aphasia) คือความผิดปกติในการใช้ภาษาจากสมองส่วนที่ควบคุมภาษาเสียหาย ส่วนใหญ่มาจากสโตรก กระทบได้ทั้งการพูด การฟังให้เข้าใจ การอ่าน และการเขียน ต่างจากพูดไม่ชัด (dysarthria) ที่เกิดจากกล้ามเนื้อที่ใช้พูดอ่อนแรง ผู้ป่วยใช้คำถูก แต่เสียงออกมาไม่ชัด
| ประเด็น | อะเฟเซีย (aphasia) | พูดไม่ชัด (dysarthria) |
|---|---|---|
| ปัญหาอยู่ที่ | ระบบภาษาในสมอง การเลือกคำ เรียงคำ เข้าใจความหมาย | กล้ามเนื้อริมฝีปาก ลิ้น และเสียง |
| เสียงที่ได้ยิน | พูดไม่ออก พูดผิดคำ หรือพูดคล่องแต่ความหมายไม่ต่อกัน | คำถูกต้อง แต่อ้อแอ้ เบา หรือช้า |
| การฟัง อ่าน เขียน | มักกระทบด้วย | มักปกติ |
บางรายมีทั้งสองภาวะพร้อมกัน นักแก้ไขการพูดจึงต้องประเมินแยกก่อนวางแผนฝึก
อะเฟเซียไม่ได้แปลว่าสติปัญญาหาย เว็บความรู้ประชาชนที่สมาคมการได้ยินและการพูดอเมริกัน (ASHA) ดูแล ระบุว่าอะเฟเซียไม่กระทบความฉลาดหรือวิธีคิด แต่สโตรกบางรายมีปัญหาความจำหรือการคิดร่วมด้วยได้ ซึ่งทีมต้องประเมินแยก
พูดไม่ได้ขึ้นมาทันที คือสัญญาณสโตรก ถ้าพูดไม่ออก พูดไม่ชัด หรือฟังไม่เข้าใจขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเมื่อหน้าเบี้ยวหรือแขนขาอ่อนแรง ให้โทร 1669 ทันที

บัตรภาพช่วยให้สื่อสารได้แม้ยังพูดเป็นคำไม่ได้
2. อะเฟเซียมีกี่ชนิด Broca's, Wernicke's และแบบทั่วไป
คำตอบสั้น: ชนิดที่พบบ่อยมี 3 แบบ คือ Broca's aphasia พูดไม่คล่องแต่เข้าใจค่อนข้างดี Wernicke's aphasia พูดคล่องแต่ความหมายไม่ต่อกันและฟังไม่เข้าใจ และแบบทั่วไป (global aphasia) ที่ทั้งพูดและเข้าใจได้น้อยมาก
| ชนิด | การพูดและการฟัง | สิ่งที่ญาติมักเห็น |
|---|---|---|
| Broca's aphasia (พูดไม่คล่อง) | พูดเป็นวลีสั้น ต้องออกแรง ขาดคำเชื่อม แต่ฟังเข้าใจค่อนข้างดี | รู้ตัวว่าพูดไม่ได้ จึงหงุดหงิดง่าย อาจมีแขนขาขวาอ่อนแรงร่วมด้วย |
| Wernicke's aphasia (พูดคล่อง) | พูดยาวแต่ความหมายไม่ต่อกัน ฟังและอ่านเข้าใจได้น้อย | มักไม่รู้ตัวว่าพูดผิด ญาติอาจคิดว่าสับสน |
| Global aphasia (แบบทั่วไป) | พูดและเข้าใจได้น้อยมาก | สมองส่วนภาษาเสียหายกว้าง สื่อสารได้จำกัด |
ที่มา: NIDCD สหรัฐอเมริกา · ยังมีชนิดอื่น เช่น anomic aphasia · ผู้ป่วยจริงหลายรายมีอาการผสม
3. ผู้ป่วยสโตรกพูดไม่ได้ จะกลับมาพูดได้ไหม งานวิจัยบอกอะไร
คำตอบสั้น: มีโอกาสดีขึ้น ส่วนใหญ่ดีขึ้นเร็วในไม่กี่เดือนแรก และยังดีขึ้นต่อได้หลัง 6 เดือนแต่ช้าลง งานรวม Cochrane ปี 2559 จาก 57 การทดลอง 3,002 ราย พบว่าการฝึกกับนักแก้ไขการพูดช่วยการสื่อสารได้ดีกว่าไม่ฝึก แต่จะกลับมาได้มากแค่ไหนต่างกันในแต่ละคน
- Cochrane พ.ศ. 2559 (57 การทดลองแบบสุ่ม 3,002 ราย) — ฝึกดีกว่าไม่ฝึก ทั้งการสื่อสาร การอ่าน การเขียน และฝึกมากกว่าหรือนานกว่าได้ผลดีกว่า แต่กลุ่มที่ฝึกหนักถอนตัวมากกว่า
- RELEASE วารสาร Stroke พ.ศ. 2564 (ข้อมูลรายบุคคลหลายประเทศ) — ผู้ที่เริ่มภายใน 1 เดือน และผู้ที่อายุน้อยกว่า 55 ปี ดีขึ้นมากกว่า ผู้ที่เป็นเกิน 6 เดือนยังดีขึ้นได้แต่น้อยลง
- The Lancet พ.ศ. 2560 (158 ราย อายุไม่เกิน 70 ปี เป็นมา 6 เดือนขึ้นไป) — ฝึกสัปดาห์ละ 10 ชั่วโมงขึ้นไป นาน 3 สัปดาห์ การสื่อสารในสถานการณ์จริงดีขึ้นชัดกว่ากลุ่มที่รอฝึก
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ Cochrane พบว่าประโยชน์หลังจบการฝึกยังไม่ชัดเพราะข้อมูลน้อย · RELEASE เป็นความสัมพันธ์ ไม่ใช่เหตุและผล · The Lancet รับเฉพาะอายุไม่เกิน 70 ปีและวัดผลทันทีหลังฝึก ตัวเลขเป็นผลของผู้ป่วยในงานวิจัย ไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN
4. ควรเริ่มฝึกพูดเมื่อไหร่ และต้องฝึกมากแค่ไหน
คำตอบสั้น: เริ่มได้เมื่อแพทย์ประเมินว่าอาการคงที่ แนวทางองค์กรโรคหลอดเลือดสมองยุโรป (ESO) ปี 2568 แนะนำให้ฝึกรวมอย่างน้อย 20 ชั่วโมง และเสนอให้ฝึกสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมงขึ้นไป อย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ โดยระบุว่าหลักฐานยังอยู่ในระดับต่ำ
ESO วิเคราะห์จากการทดลอง 45 เรื่อง และเสนอให้ปรับเนื้อหาให้ใช้ได้จริงกับผู้ป่วยแต่ละคน งาน RELEASE ในวารสาร Stroke ปี 2565 (959 ราย 25 การทดลอง) พบว่าภาษาดีขึ้นมากเมื่อฝึกรวมราว 20–50 ชั่วโมง หลายวันต่อสัปดาห์ และมีการบ้านฝึกต่อที่บ้าน ผู้วิจัยระบุว่าเป็นข้อค้นพบเชิงสำรวจ
เริ่มเร็วดี แต่ไม่ต้องหนักทันที การทดลอง VERSE 246 ราย (Int J Stroke ปี 2564) เพิ่มการฝึกเข้มข้น 20 ครั้งภายใน 14 วันแรก ที่ 12 สัปดาห์ไม่ต่างจากการดูแลตามปกติ จึงควรเริ่มตามความพร้อมแล้วฝึกต่อเนื่องเป็นเดือน
ที่ KIN ทีมสหวิชาชีพ 8 สาขามีนักแก้ไขการพูดร่วมดูแล การฝึกพูดและกลืนเป็นไปตามแผนเฉพาะบุคคล อ่านภาพรวมการฝึกพูดและกลืนที่ บทความพูดได้ กลืนได้ ใช้ชีวิตได้ ดูโปรแกรมฟื้นฟูสโตรกของ KIN และเรื่องปริมาณกายภาพบำบัดที่ บทความกายภาพวันละกี่ชั่วโมง

การคุยกันทุกวันเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูการสื่อสาร
5. ญาติควรคุยกับผู้ป่วยอะเฟเซียอย่างไร สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
คำตอบสั้น: พูดประโยคสั้นด้วยน้ำเสียงปกติ ทีละเรื่อง ให้เวลาตอบ ใช้ภาพ ท่าทาง หรือเขียนคำสำคัญช่วย ปิดทีวีระหว่างคุย คุยแบบผู้ใหญ่ และไม่ต้องแก้ทุกคำที่พูดผิด
| ควรทำ | ไม่ควรทำ |
|---|---|
| พูดประโยคสั้น น้ำเสียงปกติ | ตะโกน หรือพูดเหมือนคุยกับเด็ก |
| พูดซ้ำหรือเขียนคำสำคัญให้ดู | พูดหลายเรื่องรวดเดียว |
| รอให้หาคำเอง ให้เวลาพูด | รีบต่อประโยคแทนหรือตอบแทน |
| ชวนใช้ทุกทาง ชี้ ท่าทาง วาดรูป บัตรภาพ | บังคับให้พูดเป็นคำเท่านั้น |
| ปิดทีวี คุยในที่เงียบทีละคน | คุยในที่เสียงดัง หลายคนพูดพร้อมกัน |
| ชวนร่วมวงสนทนา ถามความเห็นเขา | คอยแก้คำผิดทุกคำ หรือพูดถึงเขาเหมือนไม่อยู่ |
เรียบเรียงจากคำแนะนำของ NIDCD และ ASHA · ครอบครัวควรเข้าร่วมช่วงฝึกเมื่อทำได้ เพื่อเรียนวิธีที่ได้ผลกับผู้ป่วยคนนั้น

แผ่นสื่อสารรูปภาพช่วยบอกความต้องการพื้นฐานระหว่างที่ยังพูดไม่ได้

“ผู้ป่วยอะเฟเซียยังเป็นคนเดิมที่คิดเป็นและมีความรู้สึก สิ่งที่ช่วยได้มากคือความอดทนรอของคนในบ้าน และการคุยกับท่านแบบผู้ใหญ่เหมือนเดิม”
6. ดูแลใจผู้ป่วย และทีมที่ช่วยฟื้นฟูการสื่อสาร
คำตอบสั้น: แนวทาง ESO ปี 2568 ระบุว่าอะเฟเซียสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าและการฟื้นตัวหลังสโตรกที่แย่ลง จึงควรดูแลใจควบคู่ โดยมีนักแก้ไขการพูดเป็นแกนร่วมกับแพทย์และพยาบาล
ถ้าผู้ป่วยเงียบ ถอนตัว หงุดหงิดหรือร้องไห้บ่อย ไม่อยากฝึก ไม่อยากกิน ติดต่อกันหลายวัน ให้บอกทีมที่ดูแล อ่านเพิ่มที่ บทความคุยกับนักจิตวิทยา ทีมสหวิชาชีพของ KIN มีทีมสุขภาพจิตร่วมดูแลเมื่อจำเป็น
คำถามที่ควรถามทีมฟื้นฟู มีนักแก้ไขการพูดไหม · ประเมินซ้ำเมื่อไหร่ · ฝึกสัปดาห์ละกี่ครั้ง · ครอบครัวช่วยฝึกที่บ้านอย่างไร
ติดต่อสอบถาม | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ปรึกษาแผนฟื้นฟูการพูดและการสื่อสารหลังสโตรกฟรี · เยี่ยมชมศูนย์ได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ภาวะอะเฟเซีย (aphasia) คืออะไร
คือความผิดปกติด้านภาษาจากสมองส่วนที่ควบคุมภาษาเสียหาย ส่วนใหญ่มาจากสโตรก ทำให้พูดไม่ออก พูดผิดคำ หรือฟังไม่เข้าใจ พบราว 1 ใน 3 ของผู้ป่วยสโตรก และไม่ได้แปลว่าสติปัญญาหายไปค่ะ
Broca's aphasia กับ Wernicke's aphasia ต่างกันอย่างไร
Broca's พูดไม่คล่อง เป็นวลีสั้น ๆ แต่เข้าใจค่อนข้างดีและรู้ตัว ส่วน Wernicke's พูดคล่องแต่ความหมายไม่ต่อกัน ฟังเข้าใจได้น้อย และมักไม่รู้ตัวว่าพูดผิดค่ะ
ผู้ป่วยสโตรกพูดไม่ได้ จะกลับมาพูดได้ไหม
มีโอกาสดีขึ้น ส่วนใหญ่ดีขึ้นเร็วในไม่กี่เดือนแรกและยังดีขึ้นได้หลัง 6 เดือน การฝึกกับนักแก้ไขการพูดช่วยได้ดีกว่าไม่ฝึก แต่ผลต่างกันในแต่ละคนค่ะ
ผู้ป่วยอะเฟเซียยังรู้เรื่องอยู่ไหม
โดยทั่วไปยังคิดเป็นและรู้สึกได้ เพราะอะเฟเซียกระทบภาษา ไม่ใช่สติปัญญา แต่บางรายมีปัญหาความจำร่วมด้วย จึงควรให้ทีมประเมินแยก และคุยกับผู้ป่วยแบบผู้ใหญ่เสมอค่ะ
ควรเริ่มฝึกพูดเมื่อไหร่ ต้องฝึกนานแค่ไหน
เริ่มเมื่อแพทย์ประเมินว่าอาการคงที่ แนวทางยุโรป ESO ปี 2568 แนะนำให้ฝึกรวมอย่างน้อย 20 ชั่วโมง บนหลักฐานระดับต่ำ แผนจริงให้นักแก้ไขการพูดกำหนดค่ะ
พูดไม่ชัดหลังสโตรก เป็นอะเฟเซียหรือเปล่า
ไม่เสมอไป ถ้าใช้คำถูกแต่เสียงอ้อแอ้หรือเบา มักเป็นภาวะพูดไม่ชัดจากกล้ามเนื้ออ่อนแรง (dysarthria) ถ้าพูดผิดคำหรือฟังไม่เข้าใจจึงเข้ากับอะเฟเซีย ควรให้นักแก้ไขการพูดประเมินค่ะ
- Speech and language therapy for aphasia following stroke — Brady MC และคณะ Cochrane 2559
- Predictors of Poststroke Aphasia Recovery — RELEASE วารสาร Stroke 2564
- Dosage, Intensity, and Frequency of Language Therapy for Aphasia — RELEASE วารสาร Stroke 2565
- Intensive speech and language therapy in chronic aphasia — Breitenstein C และคณะ The Lancet 2560
- Very Early Rehabilitation for SpEech (VERSE) — Godecke E และคณะ Int J Stroke 2564
- ESO guideline on aphasia rehabilitation — European Stroke Journal 2568
- Aphasia — NIDCD สหรัฐอเมริกา
- Aphasia — Communication Health Support Association (ASHA)
- Dysarthria vs. Aphasia — Cleveland Clinic

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 แพทย์ประจำคิน | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: 23 ก.ย. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์