ถอดสาย NG ได้เมื่อไหร่
เกณฑ์ความพร้อมก่อนถอดสายให้อาหารทางจมูก
สายให้อาหารเป็นสะพานชั่วคราว ถอดได้เมื่อกลืนปลอดภัยและกินได้พอ
ระยะเฉียบพลัน แล้วแต่วิธีประเมิน
รวมถึงยาเม็ด
เมื่อทีมเห็นว่าจำเป็น
ญาติห้ามถอดหรือใส่เอง
ญาติหลายบ้านถามว่าคุณพ่อคุณแม่ใส่สายให้อาหารทางจมูกมานานแล้ว ถอดได้หรือยัง คำตอบขึ้นกับว่าการกลืนปลอดภัยแค่ไหน และกินทางปากได้พอหรือยัง ไม่ใช่ใส่มากี่วัน
บทความนี้ไม่ใช่คู่มือถอดสาย การถอดหรือใส่สายให้อาหารเป็นงานของทีมรักษาเท่านั้น
เนื้อหาในบทความนี้
1. ถอดสาย NG ได้เมื่อไหร่ ทำไมไม่มีจำนวนวันที่ตายตัว
คำตอบสั้น: ถอดได้เมื่อทีมรักษาประเมินแล้วว่าผู้ป่วยกลืนได้ปลอดภัย และกินอาหาร น้ำ และยาทางปากได้พอ บางคนใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์ บางคนนานหลายเดือน จึงไม่มีตัวเลขวันเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน
แนวทางยุโรป ESO/ESSD (พ.ศ. 2564) ระบุว่าผู้ป่วยสโตรกระยะเฉียบพลันกลืนลำบากราว 29–81% แล้วแต่วิธีประเมิน ก่อนให้อาหาร น้ำ หรือยาทางปาก ต้องคัดกรองการกลืนก่อน งานย้อนหลังจากไต้หวัน (Chuang และคณะ พ.ศ. 2566) ติดตามผู้ป่วยหลังสโตรก 63 ราย พบว่าถอดสายได้ก่อนกลับบ้าน 65% ผู้ที่ทำกิจวัตรได้มากขึ้นและกินทางปากได้ระดับสูงขึ้นมีโอกาสถอดสายมากกว่า ข้อจำกัดคือเป็นงานขนาดเล็ก ไม่ใช่ข้อมูลของ KIN
ใส่สายอยู่ก็ฝึกกลืนได้ แนวทางสมาคมโภชนาการคลินิกเยอรมัน (DGEM พ.ศ. 2556) ระบุว่าสายให้อาหารทางจมูกไม่ขัดขวางการฝึกกลืน ควรเริ่มฝึกแต่เนิ่น ๆ อ่าน การฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการกลืนอาหาร

ทีมดูหลายอย่างประกอบกัน ไม่ใช่แค่จำนวนวัน
2. ก่อนถอดสายให้อาหาร ทีมรักษาพิจารณาอะไรบ้าง
คำตอบสั้น: ทีมดูความตื่นตัว ท่านั่ง การจัดการน้ำลาย ผลประเมินการกลืน ปริมาณที่กินได้จริง และอาการทั่วไป ประกอบกันเป็นรายคน ไม่ใช่รายการตายตัวที่ใช้กับทุกคน
- ตื่นรู้ตัวดี ทำตามคำบอกง่าย ๆ ได้ คนที่ยังซึมมักต้องให้อาหารทางสายต่อ (DGEM)
- นั่งตัวตรงได้ มั่นคงทั้งระหว่างและหลังกิน (ASHA)
- จัดการน้ำลายได้ กลืนน้ำลายเอง ไม่มีเสมหะคั่งจนต้องดูดบ่อย
- ผ่านการประเมินการกลืน ข้างเตียง และ VFSS หรือ FEES เมื่อทีมเห็นว่าจำเป็น (ESO/ESSD)
- กินทางปากได้พอ ทั้งอาหาร น้ำ และยาเม็ด ทีมติดตามปริมาณน้ำและอาหาร
- อาการทั่วไป โรคร่วมคงที่ ทีมใช้ประกอบกับผลประเมินการกลืน ไม่ใช่แทนกัน
DGEM ระบุว่าผู้ป่วยที่รู้สึกตัวและยังใช้สายส่วนใหญ่ควรได้กินทางปากเสริม เฉพาะเนื้ออาหารและปริมาณที่ทีมประเมินแล้วว่ากลืนได้ ญาติห้ามทดลองป้อนเอง ESO/ESSD ให้ติดตามปริมาณน้ำและอาหาร เพราะอาหารปรับเนื้อและน้ำข้นอาจทำให้ได้น้ำไม่พอ อย่าปรับความข้นเอง อ่าน ผงเพิ่มความหนืดและระดับ IDDSI
3. ประเมินการกลืน 3 แบบ ข้างเตียง VFSS และ FEES ต่างกันอย่างไร
คำตอบสั้น: ข้างเตียงคือผู้ประเมินดูการกลืนด้วยตาและมือ VFSS คือเอกซเรย์ขณะกลืน FEES คือส่องกล้องเล็กทางจมูกดูคอขณะกลืน ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจครบ ทีมเลือกตามความเสี่ยง
| วิธี | ทำอย่างไร | บอกอะไรได้ / ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| ข้างเตียง | ดูความตื่นตัว ท่านั่ง ปาก ลิ้น น้ำลาย แล้วลองกลืนปริมาณน้อย | ใช้คัดกรอง แต่มองไม่เห็นในคอ อาจพลาดสำลักเงียบ |
| VFSS | กลืนอาหารผสมสารทึบรังสีหน้าเครื่องเอกซเรย์ | เห็นช่องปาก คอหอย และหลอดอาหารส่วนต้น ต้องไปห้องเอกซเรย์ |
| FEES | สอดกล้องเส้นเล็กทางจมูกดูคอขณะกลืน | เห็นเศษอาหารค้างและการสำลัก ทำข้างเตียงได้ |
ที่มา: ASHA Adult Dysphagia · ESO/ESSD 2564
ESO/ESSD แนะนำให้ประเมินละเอียดในผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรอง หรือมีความเสี่ยง เช่น อัมพาตใบหน้ารุนแรง พูดไม่ชัดมาก งานย้อนหลังจากเกาหลี (Hwang และคณะ พ.ศ. 2560) ใช้ผล VFSS ตัดสินถอดสายในผู้ป่วย 199 ราย และเสนอให้ตรวจเร็วเพื่อไม่ต้องคาสายนานเกินจำเป็น

การประเมินข้างเตียงเป็นด่านแรก
4. ใครเป็นผู้ตัดสินถอดสายให้อาหาร และใครเป็นผู้ถอด
คำตอบสั้น: แพทย์ตัดสินร่วมกับทีมที่ประเมินการกลืน พยาบาล และครอบครัว การถอดหรือใส่สายเป็นงานของบุคลากรตามคำสั่งแพทย์ ญาติไม่ควรถอดหรือใส่สายเองแม้ผู้ป่วยขอ
ASHA อธิบายว่าการตัดสินเรื่องสายทำร่วมกับทีมแพทย์ และครอบครัวมีส่วนตัดสินใจ ควรถามทีมว่าตอนนี้ยังติดข้อไหน และจะประเมินซ้ำเมื่อไร ผู้ป่วยที่อยู่บ้าน การเปลี่ยนหรือใส่สาย NG เป็นงานของพยาบาลวิชาชีพที่ไปเยี่ยมบ้าน
สายหลุดหรือเลื่อน ห้ามจัดการเอง ห้ามดันกลับ ห้ามใส่ใหม่ และห้ามเปลี่ยนไปป้อนทางปากแทน ให้หยุดให้อาหาร จัดท่าศีรษะสูง แจ้งพยาบาลทันที หายใจลำบากหรือหน้าเขียว โทร 1669

“สายให้อาหารเป็นสะพานชั่วคราวค่ะ ถอดได้เมื่อกลืนปลอดภัยและกินได้พอ ไม่ใช่เมื่อครบวันค่ะ”
5. สำลักเงียบคืออะไร สัญญาณที่ญาติต้องสังเกตหลังเริ่มกินทางปาก
คำตอบสั้น: สำลักเงียบคืออาหารหรือน้ำลงหลอดลมโดยไม่ไอให้เห็น ญาติต้องดูสัญญาณอื่น เช่น เสียงเปียกหลังกลืน ไข้ หายใจเร็ว เสมหะมากขึ้น ซึมลง หรือกินได้น้อยลง แล้วแจ้งทีม
ASHA ระบุว่าการไอไม่ได้สัมพันธ์กับการสำลักเสมอไป งานทบทวนของ Ocrospoma และ Restrepo (พ.ศ. 2567) ระบุว่าผู้สูงอายุที่ปอดอักเสบอาจไม่มีไข้หรือไอชัดเจน
โทร 1669 ทันที
• สำลักแล้วหายใจไม่ออก ไอไม่มีเสียง ปากหรือหน้าเริ่มเขียว
• หายใจหอบมาก ซึมจนปลุกไม่ตื่น
- แจ้งทีมภายในวัน เสียงเปียกหลังกลืน ไอระหว่างกิน กินได้น้อยลง
- พบแพทย์ มีไข้ เสมหะมากขึ้น หายใจเร็ว อ่าน ปอดอักเสบจากการสำลัก

สำลักเงียบต้องสังเกตหลายอย่างร่วมกัน
6. ถ้ากลืนไม่ได้นานหลายสัปดาห์ PEG คืออะไร ต้องเปลี่ยนเมื่อไร
คำตอบสั้น: PEG คือสายให้อาหารผ่านผนังหน้าท้องเข้ากระเพาะ แนวทางบางฉบับให้พิจารณาเมื่อคาดว่าต้องให้อาหารทางสายนานกว่า 28 วัน เป็นการตัดสินใจของแพทย์ร่วมกับครอบครัว และไม่ได้แปลว่าจะกลับมากินทางปากไม่ได้อีก
DGEM ระบุว่าระยะแรกให้ใช้สายจมูก ถ้าคาดว่านานกว่า 28 วันให้เลือก PEG ในช่วงอาการคงที่ (ราว 14–28 วัน) และถ้ายังกลืนลำบากหลังกลับบ้าน ควรให้ทีมรักษาประเมินซ้ำตามอาการและแผนติดตามของแต่ละราย ใส่ PEG แล้วก็ยังฝึกกลืนต่อได้ นี่เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย
KIN ช่วยผู้ป่วยที่ยังใช้สายให้อาหารและครอบครัวได้อย่างไร
KIN ลาดพร้าว 71 ในซอยนาคนิวาส 18 เป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยแบบพักค้าง ให้บริการประเมินและฝึกกลืนตามแผนเฉพาะบุคคล ควบคู่การฟื้นฟูส่วนอื่น ผลแตกต่างกันในแต่ละคน และการถอดสายยังเป็นการตัดสินใจของแพทย์
- ฝึกกลืนโดยนักแก้ไขการพูด และมีเครื่องมือนักกิจกรรมบำบัด
- โปรแกรมฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง มีกิจกรรมบำบัด ฝึกพูดและกลืน ตามแผนเฉพาะบุคคล
- แพทย์ตรวจเยี่ยมทุกวันอาทิตย์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและแพทย์อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ
- รับดูแลผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายจมูกและทางหน้าท้อง ตามเกณฑ์รับของศูนย์
- สอบถามข้อมูลบริการและเยี่ยมชมสถานที่ฟรีทุกวัน 09:00–18:00 น. (ไม่รวมการตรวจรักษา)
ติดต่อ KIN ลาดพร้าว 71 | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ผู้ป่วยใส่สายให้อาหารที่ต้องการฝึกกลืนกับนักแก้ไขการพูด ปรึกษาทีมได้ทุกวัน
สาขาอื่นของ KIN Rehabilitation
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ถอดสาย NG ได้เมื่อไหร่
ไม่มีจำนวนวันที่ตายตัวค่ะ ทีมจะถอดเมื่อผู้ป่วยตื่นรู้ตัวดี นั่งตัวตรงได้ กลืนน้ำลายได้ ผ่านการประเมินการกลืน และกินอาหาร น้ำ และยาทางปากได้พอค่ะ
ญาติถอดสายให้อาหารทางจมูกเองที่บ้านได้ไหม
ไม่ควรค่ะ ถ้าสายหลุดเอง แม้เพิ่งให้อาหาร ห้ามใส่กลับและห้ามป้อนทางปากแทน ให้หยุดให้อาหาร จัดท่านั่งศีรษะสูง แล้วแจ้งพยาบาลทันที ถ้าไอไม่หยุดหรือหายใจลำบาก โทร 1669 ค่ะ
ต้องตรวจ FEES หรือ VFSS ทุกคนไหม
ไม่ทุกคนค่ะ แนวทางให้คัดกรองทุกคนก่อน แล้วตรวจละเอียดในผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองหรือมีความเสี่ยงสูงค่ะ
กินแล้วไอหรือเสียงเปียก แปลว่ายังสำลักใช่ไหม
เป็นสัญญาณที่ต้องแจ้งทีมค่ะ แต่บางคนสำลักโดยไม่ไอ จึงต้องดูไข้ หายใจเร็ว และเสมหะร่วมด้วย ถ้าสำลักจนหายใจไม่ออก โทร 1669 ทันทีค่ะ
ถอดสาย NG แล้ว ต้องสังเกตอะไรต่อ
ติดตามปริมาณอาหารและน้ำที่กินได้ ปัสสาวะ น้ำหนัก และอาการสำลัก เช่น ไข้ เสียงเปียก หายใจเร็ว ค่ะ ถ้ากินได้น้อยลงหรือสำลักบ่อย ให้แจ้งทีมประเมินใหม่ ซึ่งบางรายอาจต้องกลับมาให้อาหารทางสายค่ะ
ต้องเปลี่ยนเป็นสายทางหน้าท้อง (PEG) เมื่อไร
แนวทางบางฉบับให้พิจารณาเมื่อคาดว่าต้องให้อาหารทางสายนานกว่า 28 วันค่ะ เป็นการตัดสินใจของแพทย์ร่วมกับครอบครัว และยังฝึกกลืนต่อได้ค่ะ
- European Stroke Organisation and European Society for Swallowing Disorders guideline for the diagnosis and treatment of post-stroke dysphagia — Dziewas R และคณะ European Stroke Journal พ.ศ. 2564
- Guideline clinical nutrition in patients with stroke — Wirth R และคณะ (DGEM) Exp Transl Stroke Med พ.ศ. 2556
- Predictive Factors for Nasogastric Tube Removal in Post-Stroke Patients — Chuang ST และคณะ Medicina พ.ศ. 2566
- Recommendation of Nasogastric Tube Removal in Acute Stroke Patients Based on Videofluoroscopic Swallow Study — Hwang JM และคณะ Ann Rehabil Med พ.ศ. 2560
- Severe aspiration pneumonia in the elderly — Ocrospoma S, Restrepo MI J Intensive Med พ.ศ. 2567
- Adult Dysphagia — ASHA Practice Portal

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.ธัญชนก ชูธรรมสถิตย์ ว.62998 ผู้อำนวยการการแพทย์ ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การถอดหรือใส่สายให้อาหาร ต้องตัดสินและทำโดยทีมรักษา ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ป่วยที่ใช้บริการ KIN