ผู้ป่วยติดเตียงเสมหะเยอะ สำลักบ่อย
ดูดเสมหะอย่างไร และสัญญาณปอดติดเชื้อ
เสมหะครืดคราดทั้งวัน สำลักทุกมื้อ ดูดเสมหะเองได้ไหม และเมื่อไหร่ต้องไปโรงพยาบาล ตอบจากแนวปฏิบัติและงานวิจัยที่ตรวจต้นทางแล้ว
อาจมาด้วยซึม สับสน กินน้อยลง
ลดการสำลักน้ำย่อยที่ย้อนขึ้นมา
แนวปฏิบัติ AARC กำหนดให้ผู้ดูแลผ่านการฝึก
หายใจลำบาก ปากเขียว ปลุกไม่ค่อยตื่น
ผู้ป่วยติดเตียงหลายรายไอไม่มีแรง กลืนได้ไม่ดี และนอนท่าเดิมนาน เสมหะจึงคั่งจนได้ยินเสียงครืดคราด เสมหะและการสำลักซ้ำ ๆ เป็นทางนำไปสู่ปอดอักเสบจากการสำลัก ซึ่งในผู้สูงอายุมักมาแบบเงียบ ๆ
ครอบคลุมผู้ป่วยติดเตียงที่หายใจเองโดยไม่มีท่อ ผู้ที่มีท่อเจาะคออ่านบทความเฉพาะที่ลิงก์ไว้ในหัวข้อ 4
เนื้อหาในบทความนี้
1. ผู้ป่วยติดเตียงเสมหะเยอะเกิดจากอะไร
คำตอบสั้น: มักเกิดจากหลายสาเหตุรวมกัน คือ ไอไม่มีแรง นอนท่าเดิมนาน กลืนไม่ดีจนน้ำลายคั่ง ช่องปากไม่สะอาด ดื่มน้ำน้อยจนเสมหะเหนียว และการติดเชื้อ ถ้าเสมหะมากขึ้นเร็ว ข้นขึ้น หรือเปลี่ยนสี ต้องนึกถึงปอดติดเชื้อ
| สาเหตุ | สิ่งที่สังเกตเห็น | ช่วยได้อย่างไร |
|---|---|---|
| ไอไม่มีแรง | เสียงครืดคราดในคอ ไอแล้วเสมหะไม่ออก | จัดนั่ง ช่วยไอตามที่นักกายภาพบำบัดสอน |
| นอนท่าเดิมนาน | เสมหะคั่งมากขึ้นหลังนอนนาน | พลิกตะแคงตัวตามรอบ ลุกนั่งเท่าที่ทำได้ |
| กลืนไม่ดี | น้ำลายไหล มีเศษอาหารค้างในปาก ไอขณะกิน | ให้ทีมประเมินการกลืนและปรับอาหาร |
| ช่องปากไม่สะอาด | คราบบนลิ้นและฟัน มีกลิ่นปาก | ทำความสะอาดช่องปากทุกวัน |
| ดื่มน้ำน้อย | เสมหะเหนียวข้น ขับออกยาก | ให้น้ำตามปริมาณที่แพทย์อนุญาต |
มีไข้ หรือซึมลง ดูหัวข้อ 5
บทความทบทวนในวารสาร Journal of Intensive Medicine ปี 2567 อ้างงานสำรวจหลายประเทศว่า การเคยเป็นสโตรก สมองเสื่อม การให้อาหารทางสาย และภาวะติดเตียง ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของปอดอักเสบจากการสำลัก ผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมากมีหลายข้อพร้อมกัน

จัดท่าศีรษะสูงก่อนมื้ออาหาร เป็นด่านแรกของการลดการสำลัก
2. ผู้ป่วยติดเตียงสำลักบ่อยและสำลักเงียบ นำไปสู่ปอดติดเชื้ออย่างไร
คำตอบสั้น: สำลักคือการที่น้ำลาย อาหาร หรือน้ำย่อยหลุดลงหลอดลมแทนหลอดอาหาร บางรายสำลักโดยไม่ไอ เรียกว่าสำลักเงียบ ซึ่งพบว่าเกิดปอดอักเสบมากกว่าผู้ที่กลืนปกติ และแม้ให้อาหารทางสายก็ยังสำลักได้
- ไอหรือสำลักระหว่างกิน หรือหลังกลืน
- เสียงพูดหรือเสียงหายใจเปียก ครืดคราดหลังกิน
- หายใจเร็วหรือเหนื่อยหลังมื้ออาหาร
- อมอาหารไว้ไม่กลืน หรือกินนานผิดปกติ
บทความทบทวนเดียวกันระบุว่าการให้อาหารทางสายสัมพันธ์กับการสำลัก ถ้าเห็นสัญญาณข้างบนบ่อย ควรให้ทีมประเมินการกลืน อ่านเรื่องการฟื้นฟูการกลืน
อาหารติดคอ หายใจไม่ออก คือเหตุฉุกเฉิน ถ้าไอไม่มีเสียง พูดไม่ได้ หน้าเขียว ให้โทร 1669 และทำตามวิธีปฐมพยาบาลในบทความช่วยเหลือผู้สูงอายุสำลักอาหาร
3. จัดท่าและดูแลประจำวัน ลดเสมหะ ลดการสำลัก
คำตอบสั้น: จัดศีรษะสูง 30–45 องศาระหว่างและหลังให้อาหารทางสาย ถ้ากินทางปากให้นั่งตัวตรงเท่าที่ทำได้ และคงท่าตั้งอย่างน้อย 45 องศาราว 1 ชั่วโมงหลังกิน ร่วมกับทำความสะอาดช่องปากทุกวันและพลิกตัวตามรอบ
- ก่อนกิน ให้ผู้ป่วยตื่นเต็มที่ จัดนั่งตัวตรงหรือไขหัวเตียงขึ้น
- ระหว่างกิน ป้อนช้า คำเล็ก ใช้อาหารและน้ำตามความข้นที่ทีมประเมินการกลืนกำหนด หยุดเมื่อไอหรือเสียงเปียก
- หลังกิน คงท่าตั้งอย่างน้อย 45 องศา อย่างน้อย 1 ชั่วโมง (คำแนะนำผู้ป่วยของ Memorial Sloan Kettering สหรัฐฯ)
- ให้อาหารทางสาย จัดศีรษะสูง 30–45 องศาระหว่างและหลังให้ ไม่ให้อาหารในท่านอนราบ
ดูแลช่องปากทุกวัน เป็นพื้นฐาน แต่ทำอย่างเดียวไม่พอ งานรวม Cochrane ปี 2565 (6 การทดลอง 6,244 คนในสถานดูแลผู้สูงอายุ) พบว่าการดูแลช่องปากโดยบุคลากร เทียบกับการดูแลตามปกติ ยังสรุปไม่ได้ว่าลดการเกิดปอดอักเสบ มีเพียงสัญญาณความเชื่อมั่นต่ำว่าอาจลดการเสียชีวิตจากปอดอักเสบ จึงต้องทำควบคู่กับการจัดท่า วิธีทำอ่านที่บทความดูแลช่องปากผู้ป่วยติดเตียง

ทำความสะอาดช่องปากทุกวัน แม้ให้อาหารทางสาย
4. ดูดเสมหะผู้ป่วยติดเตียง หลักการที่ต้องรู้ก่อนลงมือ
คำตอบสั้น: ดูดเสมหะเมื่อผู้ป่วยไอเอาเสมหะออกเองไม่ได้และเห็นหรือได้ยินเสมหะชัด ไม่ใช่ดูดตามเวลา แนวปฏิบัติสมาคมระบบหายใจอเมริกัน (AARC) กำหนดว่าผู้ดูแลที่บ้านต้องผ่านการฝึกก่อน เพราะเสี่ยงทั้งออกซิเจนต่ำ เลือดออก อาเจียน และหัวใจเต้นช้า
แนวปฏิบัติ AARC เรื่องดูดเสมหะทางจมูกในผู้ที่ไม่มีท่อช่วยหายใจ ระบุข้อบ่งชี้ เช่น เห็นเสมหะ ได้ยินเสียงครืดคราด สงสัยว่าสำลัก หรือหายใจลำบากขึ้น และให้ดูดเมื่อการไอหรือเปลี่ยนท่าไม่ได้ผล การสอดสายทางจมูกลงไปลึกทำโดยมองไม่เห็น จึงเสี่ยงกว่าการดูดในปาก สิ่งที่ผู้ดูแลต้องฝึกจนทำได้ก่อน ได้แก่
- ประกอบและใช้เครื่องดูดเสมหะให้ถูกต้อง และทำความสะอาดอุปกรณ์
- จัดท่าผู้ป่วย และใช้เทคนิคที่พยาบาลสอน ดูดแต่ละครั้งให้สั้น
- สังเกตการหายใจ สีผิว และการตอบสนองของผู้ป่วยทั้งก่อน ระหว่าง และหลังดูด
- รู้ว่าต้องหยุดและทำอย่างไรเมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ
อย่าเรียนจากคลิปแล้วลงมือเอง ให้พยาบาลสอนและฝึกจนทำได้ถูกต้องก่อน อย่าตั้งแรงดูดหรือเลือกขนาดสายเอง แนวปฏิบัตินี้ปรับปรุงล่าสุดปี 2547 และส่วนใหญ่มาจากความเห็นผู้เชี่ยวชาญ จึงใช้เป็นหลักความปลอดภัย ไม่ใช่คู่มือทำเอง ถ้าผู้ป่วยมีท่อเจาะคอ อ่านที่บทความผู้ป่วยสโตรกเจาะคอ
5. สัญญาณผู้ป่วยติดเตียงปอดติดเชื้อ ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
คำตอบสั้น: ผู้สูงอายุที่ปอดติดเชื้อเกือบครึ่งอาจไม่มีไข้หรือไอชัด อาจมาด้วยซึม สับสน หรือกินน้อยลง ถ้ามีไข้ 38 องศาขึ้นไปหรือหายใจเร็วขึ้น ควรพบแพทย์ในวันนั้น ถ้าหายใจลำบาก ปากเขียว หรือปลุกไม่ค่อยตื่น โทร 1669 ทันที
โทร 1669 ทันที ถ้าพบข้อใดข้อหนึ่ง
• หายใจลำบากมาก หอบเหนื่อย หรือยังครืดคราดมากแม้ดูดเสมหะแล้ว
• ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ
• ปลุกไม่ค่อยตื่น ซึมลงมาก หรือสับสนขึ้นทันที
• สำลักแล้วหายใจไม่ออก ไอไม่มีเสียง
• ค่าออกซิเจนปลายนิ้วต่ำลงชัดจากค่าปกติของผู้ป่วย หรือต่ำกว่าเกณฑ์ที่แพทย์ให้ไว้
ระหว่างรอ จัดท่าศีรษะสูง หยุดให้อาหารทุกทาง และเตรียมรายการยากับใบสรุปการรักษา
| พบแพทย์ภายในวันนั้น ถ้ามี | ทำไมต้องใส่ใจ |
|---|---|
| ไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป | สัญญาณติดเชื้อที่ชัด แต่ผู้สูงอายุหลายรายไม่มีไข้ |
| ซึม สับสน หรือกินน้อยลงกว่าปกติ | อาจเป็นอาการแรกของปอดติดเชื้อ แม้ยังไม่ไอ |
| หายใจเร็วขึ้น เหนื่อยกว่าเดิม | ปอดทำงานหนักขึ้น |
| เสมหะมากขึ้นเร็ว ข้นขึ้น หรือเปลี่ยนสี | อาจมีการติดเชื้อในทางเดินหายใจ |
ที่มา: บทความทบทวน J Intensive Med 2567 · Intern Med 2568 · คำแนะนำผู้ป่วยของ MSKCC

การฟังเสียงปอดเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินโดยพยาบาล
6. เมื่อดูแลเองไม่ไหว ทีมที่ช่วยได้
คำตอบสั้น: ถ้าต้องดูดเสมหะบ่อยหรือสำลักซ้ำ ครอบครัวเลือกได้ทั้งนักบริบาลที่ผ่านการฝึกดูแลที่บ้าน พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้าน หรือศูนย์ที่มีพยาบาลดูแล 24 ชั่วโมง ตามที่แพทย์หรือพยาบาลประเมินว่าเหมาะ
- นักบริบาลดูแลที่บ้าน ผู้ที่ผ่านการฝึกดูดเสมหะได้ภายใต้การกำกับของทีมพยาบาลวิชาชีพ บริการทั่วประเทศ — บริการนักบริบาล KIN HomeCare
- พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้าน งานที่ต้องใช้พยาบาล เช่น ใส่หรือเปลี่ยนสายให้อาหาร เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะ — บริการพยาบาลดูแลที่บ้าน
- ศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียง พยาบาลดูแล 24 ชั่วโมง พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมงตามมาตรฐาน — ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ศูนย์
ส่วนสิทธิที่รัฐช่วยได้ อ่านที่บทความสิทธิผู้ป่วยติดเตียง 2569

“ดูดเสมหะช่วยได้เฉพาะหน้า สิ่งที่ครอบครัวทำได้ทุกวันคือจัดท่าให้ถูกทุกมื้อ ดูแลช่องปาก และรู้สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาล”
ติดต่อสอบถาม | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ปรึกษาการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านและที่ศูนย์ฟรี · เยี่ยมชมศูนย์ได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ผู้ป่วยติดเตียงเสมหะเยอะเกิดจากอะไร
มักเกิดจากหลายสาเหตุรวมกัน เช่น ไอไม่มีแรง นอนท่าเดิมนาน กลืนไม่ดีจนน้ำลายคั่ง ช่องปากไม่สะอาด และดื่มน้ำน้อยจนเสมหะเหนียว ถ้าเสมหะมากขึ้นเร็ว ข้นขึ้น หรือเปลี่ยนสี ควรให้แพทย์ประเมินปอดค่ะ
ญาติดูดเสมหะผู้ป่วยติดเตียงเองที่บ้านได้ไหม
ได้เมื่อผ่านการสอนและฝึกจากพยาบาลจนทำได้ถูกต้องแล้ว แนวปฏิบัติ AARC กำหนดให้ผู้ดูแลที่บ้านต้องผ่านการฝึกก่อน ไม่ควรเรียนจากคลิปแล้วลงมือเองค่ะ
ผู้ป่วยติดเตียงปอดติดเชื้อ ไม่มีไข้ได้ไหม
ได้ค่ะ ผู้สูงอายุที่ปอดติดเชื้อเกือบครึ่งอาจไม่มีไข้หรือไอชัด อาจมาด้วยซึม สับสน หรือกินน้อยลง ถ้าหายใจลำบาก ปากเขียว หรือปลุกไม่ค่อยตื่น ให้โทร 1669 ทันทีค่ะ
ใส่สายให้อาหารแล้ว ยังสำลักได้ไหม
ยังสำลักได้ ทั้งจากน้ำลายในปากที่ไหลลงหลอดลม และอาหารหรือน้ำย่อยที่ย้อนขึ้นมา จึงต้องจัดศีรษะสูง 30–45 องศา ระหว่างและหลังให้อาหาร และทำความสะอาดช่องปากทุกวันค่ะ
ควรจัดหัวเตียงสูงเท่าไหร่ตอนให้อาหารผู้ป่วยติดเตียง
ให้อาหารทางสาย จัดศีรษะสูง 30–45 องศา กินทางปากให้นั่งตัวตรงเท่าที่ทำได้ และคงท่าอย่างน้อย 45 องศาราว 1 ชั่วโมงหลังกิน ถ้ามีข้อห้ามให้ทำตามแพทย์ค่ะ
นักบริบาลดูดเสมหะได้ไหม
นักบริบาลของคินที่ผ่านการฝึกงานนั้นดูดเสมหะแทนครอบครัวได้ ภายใต้การกำกับของทีมพยาบาลวิชาชีพ ครอบครัวแจ้งงานที่ต้องทำก่อน ทีมจะจัดเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกให้ค่ะ
- Severe aspiration pneumonia in the elderly — J Intensive Med 2567
- Management of the Diagnosis and Treatment of Pneumonia in an Aging Society — Intern Med 2568
- Oral care measures for preventing nursing home-acquired pneumonia — Cao Y และคณะ · Cochrane 2565
- AARC Clinical Practice Guideline: Nasotracheal Suctioning 2004 — Respiratory Care 2547
- How To Prevent Aspiration — Memorial Sloan Kettering Cancer Center

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 แพทย์ประจำคิน | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: 23 ก.ย. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การดูดเสมหะต้องทำโดยผู้ที่ผ่านการฝึกเท่านั้น