เดินแล้วปวดน่อง ต้องหยุดพักแล้วหาย อาจเป็นหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ (PAD)

เดินแล้วปวดน่อง ต้องหยุดพักแล้วหาย อาจเป็นหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ (PAD)

เดินไปได้สักระยะแล้วปวดน่อง ตึง หรือล้าจนต้องหยุด พักไม่กี่นาทีก็หาย เดินต่อได้อีกระยะแล้วปวดซ้ำ อาการนี้เรียกว่า Intermittent Claudication เป็นอาการที่พบบ่อยของหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ (PAD) ควรให้แพทย์ประเมิน เพราะเป็นสัญญาณของหลอดเลือดแข็งทั่วร่างกาย

หลอดเลือดแดงที่ขา | ความรู้สำหรับผู้ป่วย 2569

เดินแล้วปวดน่อง ต้องหยุดพักแล้วหาย
อาจเป็นหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ (PAD)

ปวดน่องจากหลอดเลือดเป็นอย่างไร ต่างจากปวดขาสาเหตุอื่นอย่างไร และเมื่อไรเป็นเรื่องฉุกเฉิน

เขียนและตรวจสอบโดย: น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431|เรียบเรียง: กองบรรณาธิการ KIN|อัปเดต: ต.ค. พ.ศ. 2569|อ่าน 8 นาที
อาการเด่น
ปวดน่องเวลาเดิน
พักแล้วหาย เดินระยะเท่าเดิมก็ปวดซ้ำ
การตรวจเบื้องต้น
ABI ที่ข้อเท้า
ค่า 0.90 หรือต่ำกว่า เข้าได้กับหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ
การดูแลหลัก
เดินออกกำลังแบบมีแบบแผน
อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ นาน 12 สัปดาห์
ฉุกเฉิน
ขาปวด ซีด เย็น ชา ทันที
ขยับไม่ได้ โทร 1669 ทันที

ผมพบคนไข้หลายคนที่ปวดน่องเวลาเดินมานานเป็นปีแต่คิดว่าเป็นเรื่องของวัย แล้วค่อย ๆ เดินน้อยลงจนขาอ่อนแรง ทั้งที่การวินิจฉัยเร็วและการเดินออกกำลังอย่างถูกวิธีช่วยให้เดินได้ไกลขึ้น

บทความนี้พูดถึงหลอดเลือดแดงที่ขาตีบจากคราบไขมันในผู้ใหญ่ ไม่ใช่เส้นเลือดขอดหรือลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ

เนื้อหาในบทความนี้

1. ปวดน่องจากหลอดเลือดเป็นอย่างไร2. แยกจากปวดขาสาเหตุอื่น3. ใครเสี่ยงหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ4. แพทย์ตรวจอย่างไร5. ดูแลรักษาโดยรวมอย่างไร6. ดูแลเท้า และสัญญาณอันตราย

1. ปวดน่องจากหลอดเลือดเป็นอย่างไร

คำตอบสั้น: ปวด ตึง ล้า หรือเป็นตะคริวที่น่อง (บางคนที่ต้นขาหรือสะโพก) เมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่ง หยุดพักไม่กี่นาทีก็ดีขึ้น และเดินระยะใกล้เคียงเดิมก็ปวดซ้ำ เพราะตอนเดินกล้ามเนื้อต้องการเลือดมากขึ้น แต่หลอดเลือดที่ตีบส่งเลือดไปได้ไม่พอ

ลักษณะที่ชวนให้นึกถึงหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ

1เกิดตอนเดิน ไม่ใช่ตอนพัก — มักปวดเมื่อเดินได้ระยะทางใกล้เคียงกันทุกครั้ง เดินขึ้นเนินหรือเดินเร็วปวดเร็วขึ้น
2แค่หยุดยืนก็หาย — แนวทาง ACC/AHA ปี 2567 อธิบายว่าอาการมักหายเมื่อพักไม่เกินราว 10 นาที ไม่ต้องนั่งหรือก้มตัว
3ตำแหน่งบอกจุดที่ตีบ — ปวดน่องพบบ่อยที่สุด ปวดต้นขาหรือสะโพกอาจมาจากหลอดเลือดที่อยู่สูงขึ้นไป

อาการไม่ครบแบบตำราก็เป็นได้ แนวทาง ESVS ปี 2567 ระบุว่าผู้ที่มีหลอดเลือดแดงที่ขาตีบจำนวนมากไม่มีอาการหรืออาการไม่ชัด เช่น แค่ขาล้าง่าย เดินช้าลง โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ปลายประสาทเสื่อมร่วมอาจรู้สึกปวดน้อยกว่าที่ควร

2. แยกจากปวดขาสาเหตุอื่น

คำตอบสั้น: สาเหตุอื่นที่พบบ่อยคือโพรงกระดูกสันหลังตีบกดทับเส้นประสาท และตะคริวกล้ามเนื้อ จุดสังเกตสำคัญคือ ปวดจากหลอดเลือดหายได้แค่หยุดยืนพัก ส่วนปวดจากกระดูกสันหลังมักต้องนั่งหรือก้มตัวจึงดีขึ้น

ลักษณะหลอดเลือดแดงที่ขาตีบโพรงกระดูกสันหลังตีบตะคริว
เกิดเมื่อไรเดินไปได้ระยะหนึ่งยืนนานหรือเดินตอนพัก กลางคืน หรือหลังใช้งานหนัก
ตำแหน่งน่อง อาจต้นขาหรือสะโพกหลังหรือก้น ร้าวลงขากล้ามเนื้อมัดเดียว เกร็งเป็นก้อน
อาการร่วมปวด ตึง ล้าชา เสียวแปลบ อ่อนแรงเกร็งแข็งทันที
หายเมื่อหยุดยืนพักไม่กี่นาทีนั่ง ก้ม หรือโน้มตัวไปข้างหน้ายืดกล้ามเนื้อ

บางคนมีมากกว่าหนึ่งสาเหตุพร้อมกัน จึงต้องให้แพทย์ตรวจ

แนวทาง ESC ปี 2567 ให้แยกอาการเหล่านี้ก่อนวินิจฉัย และถ้า ABI ขณะพักปกติแต่อาการเข้าได้ แนวทาง ACC/AHA ให้วัด ABI หลังเดินหรือออกกำลังก่อนสรุปว่าเป็นสาเหตุอื่น

3. ใครเสี่ยงหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ

คำตอบสั้น: ปัจจัยเสี่ยงชุดเดียวกับโรคหัวใจและสโตรก ได้แก่ สูบบุหรี่ เบาหวาน อายุที่มากขึ้น ความดันสูง ไขมันสูง และโรคไตเรื้อรัง บุหรี่และเบาหวานสัมพันธ์กับโรคนี้ชัดเจนมาก

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรบอกแพทย์เมื่อปวดน่องเวลาเดิน

• สูบบุหรี่ หรือเคยสูบมานาน
• เบาหวาน โดยเฉพาะที่เป็นมานานหรือคุมน้ำตาลได้ไม่ดี
• อายุ แนวทาง ACC/AHA ปี 2567 จัดผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป และ 50 ถึง 64 ปีที่มีปัจจัยเสี่ยง เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง
• ความดันสูง ไขมันสูง โรคไตเรื้อรัง
• เคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจหรือสโตรก หรือคนในครอบครัวเป็นหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ

มีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้แปลว่าเป็นโรคเสมอ

หลอดเลือดแดงที่ขาตีบเป็นสัญญาณของหลอดเลือดแข็งทั่วร่างกาย แนวทางทั้งอเมริกาและยุโรปชี้ว่าสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและสโตรกที่สูงขึ้น อ่านเพิ่มที่ หัวใจและสมองใช้หลอดเลือดระบบเดียวกัน และ ประเมินความเสี่ยงหลอดเลือด

4. แพทย์ตรวจอย่างไร

คำตอบสั้น: ซักประวัติ ตรวจร่างกาย คลำชีพจรที่เท้า แล้ววัดค่า ABI ซึ่งเทียบความดันที่ข้อเท้ากับที่แขน ค่า 0.90 หรือต่ำกว่าเข้าได้กับหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ อัลตราซาวด์หรือการตรวจภาพอื่นใช้เมื่อผล ABI สรุปไม่ได้ หรือเมื่อต้องวางแผนหัตถการ

แพทย์พันผ้าวัดความดันที่ข้อเท้าและใช้เครื่อง Doppler แบบมือถือ เพื่อคำนวณค่า ABI

การวัด ABI ใช้ผ้าพันวัดความดันที่แขนและข้อเท้า ไม่เจ็บ ไม่มีรังสี

ค่า ABI ขณะพักการแปลผลตามแนวทาง ACC/AHA ปี 2567
0.90 หรือต่ำกว่าผิดปกติ เข้าได้กับหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ
0.91 ถึง 0.99ก้ำกึ่ง ถ้ามีอาการ แพทย์อาจตรวจ ABI หลังออกกำลังเพิ่ม
1.00 ถึง 1.40ปกติ ถ้ายังมีอาการ แพทย์อาจวัด ABI หลังออกกำลัง
มากกว่า 1.40หลอดเลือดแข็งจนกดไม่ลง พบในเบาหวานหรือโรคไต ต้องวัดความดันที่นิ้วเท้า (TBI) แทน

ค่า ABI ต้องแปลผลร่วมกับอาการและการตรวจร่างกาย

ABI ดูหลอดเลือดที่ขา ส่วนอัลตราซาวด์หลอดเลือดแดงที่คอดูหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง อ่านวิธีตรวจและความต่างได้ที่ Carotid Ultrasound และ ABI ต่างกันอย่างไร

5. ดูแลรักษาโดยรวมอย่างไร

คำตอบสั้น: หัวใจของการดูแลคือ เดินออกกำลังแบบมีแบบแผน เลิกบุหรี่ คุมเบาหวาน ความดัน ไขมัน และยาตามที่แพทย์พิจารณา หัตถการเปิดหลอดเลือดใช้เมื่ออาการยังรบกวนชีวิตมากแม้ดูแลเต็มที่แล้ว ไม่ใช่ทางเลือกแรกของทุกคน

แนวทาง ACC/AHA ปี 2567 แนะนำการออกกำลังแบบมีผู้ดูแล (Supervised Exercise Therapy) หรือโปรแกรมในชุมชนที่มีโครงสร้างชัดเจน อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ นาน 12 สัปดาห์ เพื่อให้เดินได้ไกลขึ้น ฟังดูแปลกที่ต้องเดินทั้งที่เดินแล้วปวด แต่การเดินซ้ำอย่างเป็นระบบช่วยให้กล้ามเนื้อใช้ออกซิเจนได้ดีขึ้น

หลักการเดินแบบมีแบบแผน (ตามที่แพทย์หรือนักกายภาพกำหนด)

1เดินจนปวดระดับปานกลาง — ไม่ต้องหยุดทันทีที่เริ่มรู้สึก และไม่ฝืนจนทนไม่ไหว
2ยืนพักจนหาย แล้วเดินรอบใหม่ — สลับเดินกับพักหลายรอบ ค่อย ๆ เพิ่มเวลาและระยะทาง
3ทำสม่ำเสมอ — อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละราว 30 ถึง 45 นาที ต่อเนื่อง 12 สัปดาห์

ก่อนเริ่มเดินออกกำลัง ผู้ที่มีแผลที่เท้า ปวดขาแม้ตอนพัก หรือโรคหัวใจที่ยังคุมไม่ได้ ห้ามเริ่มเอง ต้องให้แพทย์ประเมินก่อน · ถ้าเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ทัน หรือหน้ามืดระหว่างเดิน ให้หยุดทันที ถ้าอาการรุนแรงหรือไม่หายในไม่กี่นาที โทร 1669

  • เลิกบุหรี่ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ทำได้เอง แพทย์ช่วยวางแผนเลิกได้
  • คุมเบาหวาน ความดัน ไขมัน ตามเป้าหมายที่แพทย์กำหนดเป็นรายบุคคล
  • ยา แพทย์พิจารณาตามความเสี่ยงของแต่ละคน ห้ามซื้อยาเองหรือหยุดยาเอง
  • หัตถการเปิดหลอดเลือด เช่น ขยายหลอดเลือดผ่านสายสวนหรือผ่าตัดบายพาส แนวทาง ACC/AHA ปี 2567 ไม่แนะนำสำหรับอาการปวดน่องเวลาเดิน หากอาการดีขึ้นพอจากการออกกำลังกายและยาแล้ว
น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431

“คนไข้หลายคนแปลกใจเมื่อผมบอกว่าการรักษาแรกคือการเดิน แต่สำหรับอาการปวดน่องเวลาเดิน การเดินอย่างมีแบบแผน เลิกบุหรี่ และคุมเบาหวานกับความดัน คือพื้นฐานที่แนวทางสากลให้น้ำหนัก ส่วนหัตถการ ผมพิจารณาเมื่อมีเหตุผลชัดเจนและอธิบายข้อดีข้อจำกัดก่อนเสมอ”

น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431 — แพทย์เฉพาะทางรังสีร่วมรักษา · KIN × CHARNN Vascular Center สุขุมวิท 107

6. ดูแลเท้า และสัญญาณอันตราย

คำตอบสั้น: ผู้ที่หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน แผลเล็กที่เท้าอาจหายช้าและติดเชื้อง่าย ควรดูเท้าทุกวัน ส่วนขาปวดขึ้นมาทันทีร่วมกับซีด เย็น ชา หรือขยับไม่ได้ เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องโทร 1669

ดูแลเท้าทุกวัน ดูเท้ารวมถึงซอกนิ้วและส้นเท้า · ล้างแล้วเช็ดให้แห้ง · ไม่เดินเท้าเปล่า · ใส่รองเท้าที่พอดี · ตัดเล็บตรง ไม่ตัดลึก · ไม่ใช้น้ำร้อนหรือกระเป๋าน้ำร้อนประคบเท้า · มีแผล ตุ่มพอง หรือสีผิวเปลี่ยน ให้พบแพทย์เร็ว

พบแพทย์โดยเร็ว เมื่อมีอาการเหล่านี้

• ปวดเท้าแม้ตอนพัก โดยเฉพาะกลางคืน และดีขึ้นเมื่อห้อยขาลงข้างเตียง
• แผลที่เท้าไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ปลายนิ้วเท้าสีคล้ำหรือดำ
• ระยะที่เดินได้ก่อนปวดสั้นลงเร็วผิดปกติ

อาจเป็นภาวะขาขาดเลือดรุนแรงเรื้อรัง ต้องให้แพทย์ประเมินเร็ว

โทร 1669 ทันที เมื่อขามีอาการแบบเกิดขึ้นทันที ปวดขามากอย่างฉับพลัน · ขาหรือเท้าซีด · เย็นกว่าอีกข้าง · ชา · ขยับขาหรือนิ้วเท้าไม่ได้ แนวทาง ESVS ปี 2563 จัดเป็นภาวะขาขาดเลือดเฉียบพลันที่ต้องรักษาเร่งด่วน ห้ามรอดูอาการเอง · ถ้ามีหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก หรือพูดไม่ชัดร่วมด้วย ดู B.E. FAST สัญญาณเตือนสโตรก

ผลตรวจปกติก็ยังต้องดูแลปัจจัยเสี่ยงต่อเนื่อง อ่านต่อที่ ผลตรวจหลอดเลือดปกติ ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงเป็นศูนย์ · ข้อมูลแพทย์ น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ · Kin Charnn Vascular Center สุขุมวิท 107

น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431 แพทย์เฉพาะทางรังสีร่วมรักษา KIN × CHARNN Vascular Center สุขุมวิท 107

แพทย์รังสีร่วมรักษาประเมินอาการปวดขาและปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือด แล้วอธิบายแผนดูแลให้เข้าใจ

ติดต่อสอบถาม | นัดหมายล่วงหน้า

Kin Charnn Vascular Center ตรวจหลอดเลือดที่ KIN สุขุมวิท 107 · โทร 084-003-6655 หรือ 065-909-2599 · LINE @000flhdi · นัดหมายล่วงหน้าทุกกรณี เจ้าหน้าที่แจ้งวันเวลาที่ว่างให้

KIN Medical Hub ลาดพร้าว 71

LINE KIN ลาดพร้าว 71โทร KIN ลาดพร้าว 71 091-803-3071

โรงพยาบาลกายภาพบำบัด KIN สุขุมวิท 107

LINE KIN สุขุมวิท 107โทร KIN สุขุมวิท 107 065-909-2599

KIN ศูนย์ฟื้นฟู พัทยา

LINE KIN พัทยาโทร KIN พัทยา 082-213-9976

KIN ศูนย์ฟื้นฟู ราชพฤกษ์

LINE KIN ราชพฤกษ์โทร KIN ราชพฤกษ์ 065-384-5494

KIN รามคำแหง 24 จองสิทธิ์ก่อนเปิด 15 พ.ย. 2569

LINE KIN รามคำแหง 24โทร KIN รามคำแหง 24 081-632-8188

KIN ศาลายา จองสิทธิ์ก่อนเปิด 15 ธ.ค. 2569

LINE KIN ศาลายาโทร KIN ศาลายา 093-884-1888

สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669

คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN

เดินแล้วปวดน่อง หยุดพักแล้วหาย เป็นหลอดเลือดตีบเสมอไหม

ไม่เสมอไป เป็นลักษณะที่พบบ่อยของหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ แต่อาจเกิดจากโพรงกระดูกสันหลังตีบหรือข้อเข่าเสื่อมได้ แพทย์แยกจากการซักประวัติ คลำชีพจรที่เท้า และวัดค่า ABI

ปวดขาจากหลอดเลือดกับปวดขาจากกระดูกสันหลังต่างกันอย่างไร

ปวดจากหลอดเลือดหายเมื่อหยุดยืนพักไม่กี่นาที ส่วนปวดจากโพรงกระดูกสันหลังตีบมักมีชาร้าวจากหลังหรือก้นลงขา และต้องนั่งหรือก้มตัวจึงดีขึ้น

ค่า ABI เท่าไรจึงผิดปกติ

ตามแนวทาง ACC/AHA ปี 2567 ค่า 0.90 หรือต่ำกว่าผิดปกติ 0.91 ถึง 0.99 ก้ำกึ่ง 1.00 ถึง 1.40 ปกติ มากกว่า 1.40 แปลว่าหลอดเลือดแข็งจนกดไม่ลง ต้องวัดที่นิ้วเท้า (TBI) แทน ถ้า ABI ปกติแต่ยังเดินแล้วปวด แพทย์อาจวัด ABI หลังเดินหรือออกกำลัง

เดินแล้วปวด ควรเดินน้อยลงไหม

ไม่ควรเลิกเดิน แนวทางสากลแนะนำเดินจนปวดระดับปานกลาง พักจนหาย แล้วเดินต่อ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ นาน 12 สัปดาห์ โดยให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่ม

ต้องทำบอลลูนหรือใส่ขดลวดทุกคนไหม

ไม่ใช่ทุกคน การรักษาหลักคือออกกำลังแบบมีแบบแผน เลิกบุหรี่ คุมปัจจัยเสี่ยง และยาตามที่แพทย์พิจารณา หัตถการพิจารณาเมื่ออาการยังรบกวนชีวิตมากแม้ดูแลเต็มที่แล้ว หรือมีภาวะขาขาดเลือดรุนแรง

อาการแบบไหนต้องโทร 1669

ขาหรือเท้าปวดขึ้นมาทันที ร่วมกับซีด เย็น ชา หรือขยับไม่ได้ อาจเป็นภาวะขาขาดเลือดเฉียบพลัน ต้องโทร 1669 หรือไปห้องฉุกเฉินทันที

เขียนและตรวจสอบโดย
น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431
แพทย์เฉพาะทางรังสีร่วมรักษา · KIN × CHARNN Vascular Center สุขุมวิท 107

เขียนและตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431 แพทย์เฉพาะทางรังสีร่วมรักษา ผู้ผ่านการรับรอง RENEW™ NCP-5 Operator Training | เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ KIN | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้นตามแนวทางเวชปฏิบัติ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะราย การตรวจและการรักษาของแต่ละคนต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา หากมีอาการฉุกเฉินโทร 1669

Tags: ปวดน่อง หลอดเลือดแดงขาตีบ PAD