ฝึกญาติดูแลผู้ป่วยสโตรก
7 ทักษะที่ต้องลองทำจริง ก่อนรับผู้ป่วยมาดูแลเองที่บ้าน
เช็กลิสต์ไว้ฝึกกับทีมที่ดูแลผู้ป่วย
BMJ 2547 · 300 คู่
The Lancet 2556 · 928 คู่
กรมควบคุมโรค 2568
ยิ่งเร็วยิ่งดี อย่ารอดูอาการ
ญาติหลายคนบอกพยาบาลว่า “กลัวทำผิดแล้วพ่อจะเจ็บ” ความกลัวนี้ลดได้ด้วยการฝึก ทักษะการดูแลเรียนได้ ถ้าได้ลองทำซ้ำจนมือจำ และมีคนคอยแก้ท่าให้
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยพร้อมออกจากโรงพยาบาลหรือยัง อ่านก่อนที่ 4 คำถามก่อนพาผู้ป่วย Stroke กลับบ้าน
เนื้อหาในบทความนี้
1. ฝึกญาติดูแลผู้ป่วยสโตรก คืออะไร ทำไมต้องฝึกก่อนดูแลเอง
คำตอบสั้น: คือการให้ญาติเรียนและลงมือทำงานดูแลที่ต้องทำทุกวัน เช่น ย้ายตัว ป้อนอาหาร จัดยา ภายใต้การดูแลของพยาบาลหรือนักกายภาพ จนทำได้ปลอดภัย ผู้ป่วยหลังสโตรกจำนวนมากยังต้องพึ่งคนช่วยในกิจวัตร ถ้าญาติไม่เคยฝึก ทั้งผู้ป่วยและญาติเสี่ยงบาดเจ็บ
งานของ Kalra และคณะ (วารสาร BMJ พ.ศ. 2547 ผู้ป่วยและญาติ 300 คู่ ในหอฟื้นฟูสโตรกที่ลอนดอน) สอนญาติเรื่องการพยาบาลพื้นฐานและวิธีช่วยกิจวัตรส่วนตัวระหว่างผู้ป่วยยังอยู่หอฟื้นฟู ที่ 1 ปี ญาติที่ได้ฝึกมีคะแนนภาระการดูแล 32 เทียบกับ 41 ความวิตกกังวลและอาการซึมเศร้าน้อยกว่า แต่ความพิการ การเสียชีวิต และการต้องย้ายเข้าสถานดูแลของผู้ป่วยไม่ต่างกัน
อ่านผลงานวิจัยอย่างซื่อตรง งาน TRACS ของ Forster และคณะ (The Lancet พ.ศ. 2556 ผู้ป่วยและญาติ 928 คู่ หลายโรงพยาบาลในอังกฤษ) ให้ทีมหอผู้ป่วยนำหลักสูตรฝึกญาติไปใช้ในบริการจริง ไม่พบความต่างของผลที่วัด ทั้งสองงานไม่ใช่ของ KIN การฝึกจึงต้องตรงกับปัญหาจริงของผู้ป่วยแต่ละคน ไม่ใช่สอนตามสูตรเดียว

ทักษะที่ทำได้จริง คือทักษะที่ได้ลองทำเองต่อหน้าผู้สอน
2. ทักษะที่ 1 — จับสัญญาณสโตรกซ้ำ BEFAST และโทร 1669 ให้เป็น
คำตอบสั้น: ญาติทุกคนในบ้านต้องจำสัญญาณ BEFAST ได้ คือ เดินเซทรงตัวไม่ได้ ตามัวหรือเห็นภาพซ้อน หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด ถ้าพบอาการใหม่ที่เกิดขึ้นทันที ให้โทร 1669 เลย ไม่ต้องรอดูอาการ
- B เวียนศีรษะ เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ · E ตามัว เห็นภาพซ้อนทันที
- F ปากเบี้ยว มุมปากตก (ให้ยิ้มดูว่าสองข้างเท่ากันไหม) · A แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก (ให้ยกแขนสองข้างค้างไว้)
- S พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง · T จดเวลาที่เริ่มมีอาการ แล้วโทร 1669
โทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอ
• มีอาการ BEFAST ข้อใดข้อหนึ่งที่เกิดใหม่หรือแย่ลงเฉียบพลัน ต่างจากความอ่อนแรงเดิม
• ปลุกไม่ตื่น ซึมลงมาก ชัก หรือหายใจลำบาก
• สำลักแล้วหายใจไม่ออก พูดไม่มีเสียง
อาการหายเองระหว่างรอรถก็ยังต้องไปโรงพยาบาล · กรมควบคุมโรคให้นำส่งโดยเร็ว ภายใน 4 ชม. 30 นาที ตัวเลขนี้คือเส้นสุดท้าย ไม่ใช่เวลาที่รอได้
3. ทักษะที่ 2–3 — ย้ายตัว ลุกนั่ง พาเดิน และจัดท่านอนอย่างปลอดภัย
คำตอบสั้น: ญาติควรฝึกพลิกตะแคง ลุกนั่งข้างเตียง ย้ายไปเก้าอี้หรือรถเข็น และพาเดินตามระดับที่นักกายภาพประเมิน โดยยืนข้างที่อ่อนแรง ไม่ดึงแขนข้างที่อ่อนแรง และใช้จำนวนคนกับอุปกรณ์ตามที่ทีมกำหนด ห้ามยกคนเดียวถ้าทีมให้ใช้ 2 คน
- พลิกตะแคง ลุกนั่งข้างเตียง ย้ายไปเก้าอี้หรือรถเข็น ล็อกล้อทุกครั้ง ให้ผู้ป่วยออกแรงด้วยข้างที่แข็งแรงให้มาก
- ยืนและพาเดินระยะสั้น ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินที่นักกายภาพเลือกให้ ญาติยืนข้างที่อ่อนแรง ฝึกเข้าห้องน้ำซึ่งเป็นจุดล้มบ่อย
- ไหล่ข้างที่อ่อนแรง ห้ามดึงหรือหิ้วตัวผู้ป่วยจากแขนข้างนั้น จัดแขนให้มีที่รองเวลานั่งและนอน
- หลังของญาติเอง ย่อเข่า ตัวชิดผู้ป่วย อย่าก้มยกด้วยหลัง
- จัดท่านอนและพลิกตัว ให้พยาบาลกำหนดว่าผู้ป่วยคนนี้ต้องพลิกบ่อยแค่ไหน ใช้หมอนรองตรงไหน

ยืนข้างที่อ่อนแรง พร้อมรับเมื่อผู้ป่วยเสียหลัก
4. ทักษะที่ 4–6 — ป้อนอาหาร จัดยา ดูแลขับถ่ายและผิวหนัง
คำตอบสั้น: รู้ว่าผู้ป่วยกินอาหารและน้ำระดับความข้นไหนตามที่ทีมประเมิน ป้อนในท่านั่งตัวตรง จัดยาให้ตรงตามที่แพทย์สั่งโดยไม่ปรับเอง และตรวจผิวหนังจุดกดทับทุกวัน
| ทักษะ | สิ่งที่ต้องลองทำจริง | ถามทีมที่ดูแล |
|---|---|---|
| ป้อนอาหารและน้ำ | นั่งตัวตรง ป้อนคำเล็ก รอกลืนหมดก่อนคำต่อไป สังเกตไอหรือเสียงเปลี่ยน | ผู้ป่วยกินอาหารระดับไหน ต้องเติมผงเพิ่มความหนืดในน้ำไหม |
| จัดยา | อ่านใบสั่งยา จัดยาลงกล่องแยกมื้อ จดว่าให้แล้ว | ยาตัวไหนห้ามบด ถ้าลืมกินต้องทำอย่างไร |
| ขับถ่ายและความสะอาด | พาเข้าห้องน้ำเป็นเวลา เปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดจากหน้าไปหลัง | ท้องผูกกี่วันต้องแจ้ง |
| ผิวหนัง | ดูก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ทุกวัน ผิวแดงกดแล้วไม่จางให้แจ้ง | ต้องพลิกตัวบ่อยแค่ไหน ใช้ที่นอนแบบใด |
งานที่ไม่ควรเริ่มทำเองจากการอ่าน ยังไม่ได้ประเมินการกลืน อย่าป้อนอาหารหรือน้ำทางปากเอง · ดูดเสมหะ ให้อาหารทางสายยาง ฉีดยา ทำแผล ต้องฝึกกับพยาบาลจนผ่านก่อน และห้ามหยุดยา ลดยา หรือเพิ่มยาเอง ทุกการเปลี่ยนยาต้องผ่านแพทย์ อ่านเรื่องเสมหะและปอดอักเสบจากการสำลักที่ เสมหะและปอดอักเสบจากการสำลัก
อ่านต่อ: แผลกดทับในผู้สูงอายุ · ภาวะพูดไม่ได้หลังสโตรก
5. สอนญาติดูแลผู้ป่วยสโตรกอย่างไรให้ทำได้จริง และรู้ได้อย่างไรว่าพร้อม
คำตอบสั้น: ดูผู้สอนทำ แล้วลงมือทำเองต่อหน้าผู้สอน แล้วอธิบายกลับว่าทำไมต้องทำแบบนั้น ถือว่าพร้อมเมื่อทำได้ครบขั้นตอนตามจำนวนคนและอุปกรณ์ที่ทีมกำหนด โดยผู้สอนไม่ต้องแก้ท่า และตอบได้ว่าเจออาการผิดปกติต้องทำอะไร
- 4 ขั้นต่อทักษะ ดูผู้สอนทำช้า ๆ → ลองทำโดยมีคนประคอง → ทำเองโดยผู้สอนดูอย่างเดียว ซ้ำหลายวัน → อธิบายกลับด้วยคำพูดตัวเอง
- ฝึกอย่างน้อย 2 คนในบ้าน ผู้ดูแลหลักจะมีคนสลับ และไม่มีใครต้องทำคนเดียวตอนฉุกเฉิน
- ฝึกในสภาพใกล้บ้านจริง ถ่ายภาพเตียง ห้องน้ำ ทางเดินที่บ้านให้ทีมดู
- จดคำถามทุกวัน และขอเอกสารแผนการดูแล เช่น ตารางยา ท่าออกกำลังกาย

ฝึกจัดยาต่อหน้าพยาบาล ลดโอกาสให้ยาผิดมื้อ

“ญาติที่พร้อมไม่ใช่คนที่จำได้ทุกอย่าง แต่คือคนที่ทำซ้ำจนมั่นใจ และรู้ว่าเมื่อไรต้องขอความช่วยค่ะ”
6. เมื่อไรญาติควรให้พยาบาลหรือนักกายภาพมาช่วย ไม่ต้องฝืนทำเอง
คำตอบสั้น: เมื่อผู้ป่วยตัวหนักเกินแรง ต้องการงานที่ต้องฝึกเฉพาะ อาการเปลี่ยนบ่อย หรือญาติเริ่มเหนื่อยจนนอนไม่พอ การให้มืออาชีพช่วยบางช่วงทำให้ดูแลต่อได้นาน ไม่ใช่การยอมแพ้
- พยาบาลเยี่ยมบ้าน ประเมินอาการ วางแผนการดูแล และสอนญาติที่บ้านจริง ดู บริการพยาบาลวิชาชีพที่บ้าน
- ฟื้นฟูในศูนย์ก่อนช่วงหนึ่ง ให้ผู้ป่วยแข็งแรงขึ้นและญาติได้ฝึกไปพร้อมกัน ดู โปรแกรมฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง
- ญาติเริ่มหมดแรง นอนไม่พอ หงุดหงิดง่าย ให้หาคนแบ่งเวร รู้สึกไม่ไหวโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323
KIN รามคำแหง 24 ช่วยครอบครัวที่ต้องฝึกดูแลผู้ป่วยสโตรกได้อย่างไร
KIN Rehabilitation รามคำแหง 24 เป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและดูแลผู้สูงอายุแบบพักค้าง กำลังจะเปิด 15 พ.ย. 2569 ทางเลือกของครอบครัวย่านรามคำแหงและบางกะปิที่อยากให้ผู้ป่วยฟื้นฟูต่อในศูนย์ ก่อนรับมาดูแลเองที่บ้าน
- จองสิทธิ์ล่วงหน้าได้แล้ว ทาง LINE และเบอร์ของสาขารามคำแหง 24 ด้านล่าง
- ระหว่างรอเปิด ปรึกษาและเยี่ยมชม KIN ลาดพร้าว 71 (ซอยนาคนิวาส 18) ได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.
- แพทย์ 5 ท่าน ทีมแพทย์ครอบคลุม 5 สาขา · 8 สาขาวิชาชีพ แพทย์กำกับเยี่ยมทุกสัปดาห์
- อยากดูแลที่บ้าน KIN HomeCare มีพยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้านที่สอนญาติได้ และมีนักบริบาลกะ 12 หรือ 24 ชั่วโมง
จองสิทธิ์ KIN รามคำแหง 24 | เปิด 15 พ.ย. 2569
ญาติที่กำลังเตรียมดูแลผู้ป่วยสโตรก ระหว่างรอเปิดปรึกษาและเยี่ยมชม KIN ลาดพร้าว 71 ได้ฟรี
สาขาอื่นของ KIN Rehabilitation
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ฝึกญาติดูแลผู้ป่วยสโตรกต้องฝึกอะไรบ้าง
อย่างน้อย 7 เรื่องค่ะ จับสัญญาณ BEFAST และโทร 1669 ย้ายตัวและพาเดิน จัดท่านอน ป้อนอาหารและน้ำ จัดยา ดูแลขับถ่าย และตรวจผิวหนัง โดยลงมือทำจริงต่อหน้าพยาบาลหรือนักกายภาพค่ะ
สอนญาติดูแลผู้ป่วยสโตรกควรเริ่มเมื่อไร
เริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยยังอยู่โรงพยาบาลหรือศูนย์ฟื้นฟูค่ะ จะได้มีเวลาฝึกซ้ำหลายวันและถามทีมได้ ไม่ควรรอวันออกจากโรงพยาบาลค่ะ
ฝึกญาติแล้วผู้ป่วยจะฟื้นตัวเร็วขึ้นไหม
งานวิจัยในอังกฤษพบว่าช่วยลดภาระของญาติ แต่ความพิการของผู้ป่วยไม่ต่างกัน และงานหลายศูนย์ที่นำไปใช้ในบริการจริงไม่พบความต่างค่ะ
ผู้ป่วยสโตรกที่บ้านมีอาการแบบไหนต้องโทร 1669
อาการใหม่ที่เกิดทันที เช่น เดินเซ ตามัว หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด ปลุกไม่ตื่น ชัก หรือสำลักจนหายใจไม่ออก ให้โทร 1669 ทันทีและจดเวลาเริ่มมีอาการ แม้อาการหายเองก็ต้องไปโรงพยาบาลค่ะ
ย้ายตัวผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกอย่างไรไม่ให้ไหล่บาดเจ็บ
ห้ามดึงหรือหิ้วจากแขนข้างที่อ่อนแรงค่ะ ให้ผู้ป่วยออกแรงด้วยข้างที่แข็งแรง และให้นักกายภาพสอนท่าที่เหมาะกับผู้ป่วยค่ะ
KIN รามคำแหง 24 เปิดเมื่อไร ระหว่างนี้ปรึกษาที่ไหนได้
กำลังจะเปิด 15 พ.ย. 2569 จองสิทธิ์ล่วงหน้าได้แล้วค่ะ ระหว่างนี้ปรึกษาและเยี่ยมชม KIN ลาดพร้าว 71 ได้ทุกวันค่ะ
- Training carers of stroke patients: randomised controlled trial — Kalra L และคณะ วารสาร BMJ พ.ศ. 2547
- A structured training programme for caregivers of inpatients after stroke (TRACS) — Forster A และคณะ วารสาร The Lancet พ.ศ. 2556
- กรมควบคุมโรค รณรงค์วันหลอดเลือดสมองโลก 2568 (สัญญาณเตือน BEFAST และสายด่วน 1669) — กรมควบคุมโรค 29 ต.ค. 2568
- Transient ischaemic attack (TIA) — NHS (สหราชอาณาจักร)

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.ธัญชนก ชูธรรมสถิตย์ ว.62998 ผู้อำนวยการการแพทย์ ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย ทักษะการดูแลควรฝึกกับพยาบาลหรือนักกายภาพที่รู้จักผู้ป่วย ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ป่วยที่ใช้บริการ KIN