ฝึกญาติดูแลผู้ป่วยสโตรก 7 ทักษะที่ต้องลองทำจริง ก่อนรับผู้ป่วยมาดูแลเองที่บ้าน

ฝึกญาติดูแลผู้ป่วยสโตรก 7 ทักษะที่ต้องลองทำจริง ก่อนรับผู้ป่วยมาดูแลเองที่บ้าน
ฝึกญาติดูแลผู้ป่วยสโตรกให้ได้ผล ต้องให้ญาติลงมือทำจริงต่อหน้าพยาบาลหรือนักกายภาพ ไม่ใช่แค่ฟังอธิบาย โดยเฉพาะ 7 ทักษะที่ใช้ทุกวัน ตั้งแต่จับสัญญาณสโตรกซ้ำแล้วโทร 1669 ย้ายตัวไม่ให้ล้ม ป้อนอาหารไม่ให้สำลัก จัดยา ไปจนถึงดูแลผิวหนัง บทความนี้บอกว่าต้องฝึกอะไร ฝึกอย่างไร และรู้ได้อย่างไรว่าพร้อมแล้ว
ญาติผู้ดูแล | ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

ฝึกญาติดูแลผู้ป่วยสโตรก
7 ทักษะที่ต้องลองทำจริง ก่อนรับผู้ป่วยมาดูแลเองที่บ้าน

เช็กลิสต์ไว้ฝึกกับทีมที่ดูแลผู้ป่วย

เขียนโดย: พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883|ตรวจสอบโดย: พญ.ธัญชนก ชูธรรมสถิตย์ ว.62998|อัปเดต: ต.ค. พ.ศ. 2569|อ่าน 8 นาที
งานวิจัยฝึกญาติ
ภาระการดูแลลดลงที่ 1 ปี
BMJ 2547 · 300 คู่
งานหลายศูนย์ในบริการจริง
ไม่พบความต่าง
The Lancet 2556 · 928 คู่
สัญญาณสโตรกซ้ำ
B E F A S T
กรมควบคุมโรค 2568
เจออาการ
โทร 1669 ทันที
ยิ่งเร็วยิ่งดี อย่ารอดูอาการ

ญาติหลายคนบอกพยาบาลว่า “กลัวทำผิดแล้วพ่อจะเจ็บ” ความกลัวนี้ลดได้ด้วยการฝึก ทักษะการดูแลเรียนได้ ถ้าได้ลองทำซ้ำจนมือจำ และมีคนคอยแก้ท่าให้

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยพร้อมออกจากโรงพยาบาลหรือยัง อ่านก่อนที่ 4 คำถามก่อนพาผู้ป่วย Stroke กลับบ้าน

เนื้อหาในบทความนี้

1. ทำไมญาติต้องฝึกก่อน2. จับสัญญาณสโตรกซ้ำ3. ย้ายตัว ลุกนั่ง พาเดิน4. กิน ยา ขับถ่าย ผิวหนัง5. ฝึกอย่างไรให้ทำได้จริง6. เมื่อไรควรให้มืออาชีพช่วย

1. ฝึกญาติดูแลผู้ป่วยสโตรก คืออะไร ทำไมต้องฝึกก่อนดูแลเอง

คำตอบสั้น: คือการให้ญาติเรียนและลงมือทำงานดูแลที่ต้องทำทุกวัน เช่น ย้ายตัว ป้อนอาหาร จัดยา ภายใต้การดูแลของพยาบาลหรือนักกายภาพ จนทำได้ปลอดภัย ผู้ป่วยหลังสโตรกจำนวนมากยังต้องพึ่งคนช่วยในกิจวัตร ถ้าญาติไม่เคยฝึก ทั้งผู้ป่วยและญาติเสี่ยงบาดเจ็บ

งานของ Kalra และคณะ (วารสาร BMJ พ.ศ. 2547 ผู้ป่วยและญาติ 300 คู่ ในหอฟื้นฟูสโตรกที่ลอนดอน) สอนญาติเรื่องการพยาบาลพื้นฐานและวิธีช่วยกิจวัตรส่วนตัวระหว่างผู้ป่วยยังอยู่หอฟื้นฟู ที่ 1 ปี ญาติที่ได้ฝึกมีคะแนนภาระการดูแล 32 เทียบกับ 41 ความวิตกกังวลและอาการซึมเศร้าน้อยกว่า แต่ความพิการ การเสียชีวิต และการต้องย้ายเข้าสถานดูแลของผู้ป่วยไม่ต่างกัน

อ่านผลงานวิจัยอย่างซื่อตรง งาน TRACS ของ Forster และคณะ (The Lancet พ.ศ. 2556 ผู้ป่วยและญาติ 928 คู่ หลายโรงพยาบาลในอังกฤษ) ให้ทีมหอผู้ป่วยนำหลักสูตรฝึกญาติไปใช้ในบริการจริง ไม่พบความต่างของผลที่วัด ทั้งสองงานไม่ใช่ของ KIN การฝึกจึงต้องตรงกับปัญหาจริงของผู้ป่วยแต่ละคน ไม่ใช่สอนตามสูตรเดียว

พยาบาลจับมือลูกสาวสอนพลิกตัวพ่อที่อ่อนแรงครึ่งซีกให้ลุกนั่งข้างเตียง ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

ทักษะที่ทำได้จริง คือทักษะที่ได้ลองทำเองต่อหน้าผู้สอน

2. ทักษะที่ 1 — จับสัญญาณสโตรกซ้ำ BEFAST และโทร 1669 ให้เป็น

คำตอบสั้น: ญาติทุกคนในบ้านต้องจำสัญญาณ BEFAST ได้ คือ เดินเซทรงตัวไม่ได้ ตามัวหรือเห็นภาพซ้อน หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด ถ้าพบอาการใหม่ที่เกิดขึ้นทันที ให้โทร 1669 เลย ไม่ต้องรอดูอาการ

  • B เวียนศีรษะ เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ · E ตามัว เห็นภาพซ้อนทันที
  • F ปากเบี้ยว มุมปากตก (ให้ยิ้มดูว่าสองข้างเท่ากันไหม) · A แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก (ให้ยกแขนสองข้างค้างไว้)
  • S พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง · T จดเวลาที่เริ่มมีอาการ แล้วโทร 1669

โทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอ

• มีอาการ BEFAST ข้อใดข้อหนึ่งที่เกิดใหม่หรือแย่ลงเฉียบพลัน ต่างจากความอ่อนแรงเดิม
• ปลุกไม่ตื่น ซึมลงมาก ชัก หรือหายใจลำบาก
• สำลักแล้วหายใจไม่ออก พูดไม่มีเสียง

อาการหายเองระหว่างรอรถก็ยังต้องไปโรงพยาบาล · กรมควบคุมโรคให้นำส่งโดยเร็ว ภายใน 4 ชม. 30 นาที ตัวเลขนี้คือเส้นสุดท้าย ไม่ใช่เวลาที่รอได้

3. ทักษะที่ 2–3 — ย้ายตัว ลุกนั่ง พาเดิน และจัดท่านอนอย่างปลอดภัย

คำตอบสั้น: ญาติควรฝึกพลิกตะแคง ลุกนั่งข้างเตียง ย้ายไปเก้าอี้หรือรถเข็น และพาเดินตามระดับที่นักกายภาพประเมิน โดยยืนข้างที่อ่อนแรง ไม่ดึงแขนข้างที่อ่อนแรง และใช้จำนวนคนกับอุปกรณ์ตามที่ทีมกำหนด ห้ามยกคนเดียวถ้าทีมให้ใช้ 2 คน

  • พลิกตะแคง ลุกนั่งข้างเตียง ย้ายไปเก้าอี้หรือรถเข็น ล็อกล้อทุกครั้ง ให้ผู้ป่วยออกแรงด้วยข้างที่แข็งแรงให้มาก
  • ยืนและพาเดินระยะสั้น ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินที่นักกายภาพเลือกให้ ญาติยืนข้างที่อ่อนแรง ฝึกเข้าห้องน้ำซึ่งเป็นจุดล้มบ่อย
  • ไหล่ข้างที่อ่อนแรง ห้ามดึงหรือหิ้วตัวผู้ป่วยจากแขนข้างนั้น จัดแขนให้มีที่รองเวลานั่งและนอน
  • หลังของญาติเอง ย่อเข่า ตัวชิดผู้ป่วย อย่าก้มยกด้วยหลัง
  • จัดท่านอนและพลิกตัว ให้พยาบาลกำหนดว่าผู้ป่วยคนนี้ต้องพลิกบ่อยแค่ไหน ใช้หมอนรองตรงไหน
นักกายภาพยืนกำกับให้ลูกชายพาพ่อเดินช้า ๆ ด้วยไม้เท้าสี่ขา โดยลูกยืนข้างที่อ่อนแรง ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

ยืนข้างที่อ่อนแรง พร้อมรับเมื่อผู้ป่วยเสียหลัก

4. ทักษะที่ 4–6 — ป้อนอาหาร จัดยา ดูแลขับถ่ายและผิวหนัง

คำตอบสั้น: รู้ว่าผู้ป่วยกินอาหารและน้ำระดับความข้นไหนตามที่ทีมประเมิน ป้อนในท่านั่งตัวตรง จัดยาให้ตรงตามที่แพทย์สั่งโดยไม่ปรับเอง และตรวจผิวหนังจุดกดทับทุกวัน

ทักษะสิ่งที่ต้องลองทำจริงถามทีมที่ดูแล
ป้อนอาหารและน้ำนั่งตัวตรง ป้อนคำเล็ก รอกลืนหมดก่อนคำต่อไป สังเกตไอหรือเสียงเปลี่ยนผู้ป่วยกินอาหารระดับไหน ต้องเติมผงเพิ่มความหนืดในน้ำไหม
จัดยาอ่านใบสั่งยา จัดยาลงกล่องแยกมื้อ จดว่าให้แล้วยาตัวไหนห้ามบด ถ้าลืมกินต้องทำอย่างไร
ขับถ่ายและความสะอาดพาเข้าห้องน้ำเป็นเวลา เปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดจากหน้าไปหลังท้องผูกกี่วันต้องแจ้ง
ผิวหนังดูก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ทุกวัน ผิวแดงกดแล้วไม่จางให้แจ้งต้องพลิกตัวบ่อยแค่ไหน ใช้ที่นอนแบบใด

งานที่ไม่ควรเริ่มทำเองจากการอ่าน ยังไม่ได้ประเมินการกลืน อย่าป้อนอาหารหรือน้ำทางปากเอง · ดูดเสมหะ ให้อาหารทางสายยาง ฉีดยา ทำแผล ต้องฝึกกับพยาบาลจนผ่านก่อน และห้ามหยุดยา ลดยา หรือเพิ่มยาเอง ทุกการเปลี่ยนยาต้องผ่านแพทย์ อ่านเรื่องเสมหะและปอดอักเสบจากการสำลักที่ เสมหะและปอดอักเสบจากการสำลัก

อ่านต่อ: แผลกดทับในผู้สูงอายุ · ภาวะพูดไม่ได้หลังสโตรก

5. สอนญาติดูแลผู้ป่วยสโตรกอย่างไรให้ทำได้จริง และรู้ได้อย่างไรว่าพร้อม

คำตอบสั้น: ดูผู้สอนทำ แล้วลงมือทำเองต่อหน้าผู้สอน แล้วอธิบายกลับว่าทำไมต้องทำแบบนั้น ถือว่าพร้อมเมื่อทำได้ครบขั้นตอนตามจำนวนคนและอุปกรณ์ที่ทีมกำหนด โดยผู้สอนไม่ต้องแก้ท่า และตอบได้ว่าเจออาการผิดปกติต้องทำอะไร

  • 4 ขั้นต่อทักษะ ดูผู้สอนทำช้า ๆ → ลองทำโดยมีคนประคอง → ทำเองโดยผู้สอนดูอย่างเดียว ซ้ำหลายวัน → อธิบายกลับด้วยคำพูดตัวเอง
  • ฝึกอย่างน้อย 2 คนในบ้าน ผู้ดูแลหลักจะมีคนสลับ และไม่มีใครต้องทำคนเดียวตอนฉุกเฉิน
  • ฝึกในสภาพใกล้บ้านจริง ถ่ายภาพเตียง ห้องน้ำ ทางเดินที่บ้านให้ทีมดู
  • จดคำถามทุกวัน และขอเอกสารแผนการดูแล เช่น ตารางยา ท่าออกกำลังกาย
พยาบาลนั่งข้างลูกสะใภ้ที่กำลังจัดยาลงกล่องยาแยกมื้อ โดยมีผู้ป่วยสูงวัยนั่งรถเข็นอยู่ด้วย ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

ฝึกจัดยาต่อหน้าพยาบาล ลดโอกาสให้ยาผิดมื้อ

พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883

“ญาติที่พร้อมไม่ใช่คนที่จำได้ทุกอย่าง แต่คือคนที่ทำซ้ำจนมั่นใจ และรู้ว่าเมื่อไรต้องขอความช่วยค่ะ”

พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883 — พยาบาลวิชาชีพ KIN Rehabilitation & Homecare

6. เมื่อไรญาติควรให้พยาบาลหรือนักกายภาพมาช่วย ไม่ต้องฝืนทำเอง

คำตอบสั้น: เมื่อผู้ป่วยตัวหนักเกินแรง ต้องการงานที่ต้องฝึกเฉพาะ อาการเปลี่ยนบ่อย หรือญาติเริ่มเหนื่อยจนนอนไม่พอ การให้มืออาชีพช่วยบางช่วงทำให้ดูแลต่อได้นาน ไม่ใช่การยอมแพ้

  • พยาบาลเยี่ยมบ้าน ประเมินอาการ วางแผนการดูแล และสอนญาติที่บ้านจริง ดู บริการพยาบาลวิชาชีพที่บ้าน
  • ฟื้นฟูในศูนย์ก่อนช่วงหนึ่ง ให้ผู้ป่วยแข็งแรงขึ้นและญาติได้ฝึกไปพร้อมกัน ดู โปรแกรมฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง
  • ญาติเริ่มหมดแรง นอนไม่พอ หงุดหงิดง่าย ให้หาคนแบ่งเวร รู้สึกไม่ไหวโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323

KIN รามคำแหง 24 ช่วยครอบครัวที่ต้องฝึกดูแลผู้ป่วยสโตรกได้อย่างไร

KIN Rehabilitation รามคำแหง 24 เป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและดูแลผู้สูงอายุแบบพักค้าง กำลังจะเปิด 15 พ.ย. 2569 ทางเลือกของครอบครัวย่านรามคำแหงและบางกะปิที่อยากให้ผู้ป่วยฟื้นฟูต่อในศูนย์ ก่อนรับมาดูแลเองที่บ้าน

  • จองสิทธิ์ล่วงหน้าได้แล้ว ทาง LINE และเบอร์ของสาขารามคำแหง 24 ด้านล่าง
  • ระหว่างรอเปิด ปรึกษาและเยี่ยมชม KIN ลาดพร้าว 71 (ซอยนาคนิวาส 18) ได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.
  • แพทย์ 5 ท่าน ทีมแพทย์ครอบคลุม 5 สาขา · 8 สาขาวิชาชีพ แพทย์กำกับเยี่ยมทุกสัปดาห์
  • อยากดูแลที่บ้าน KIN HomeCare มีพยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้านที่สอนญาติได้ และมีนักบริบาลกะ 12 หรือ 24 ชั่วโมง

จองสิทธิ์ KIN รามคำแหง 24 | เปิด 15 พ.ย. 2569

ญาติที่กำลังเตรียมดูแลผู้ป่วยสโตรก ระหว่างรอเปิดปรึกษาและเยี่ยมชม KIN ลาดพร้าว 71 ได้ฟรี

KIN รามคำแหง 24

เปิด 15 พ.ย. 2569 · จองสิทธิ์ล่วงหน้าได้แล้ว

LINE KIN รามคำแหง 24โทร KIN รามคำแหง 24 081-632-8188

081-632-8188

สาขาอื่นของ KIN Rehabilitation

KIN ลาดพร้าว 71

ซอยนาคนิวาส 18 · ศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้สูงอายุ

LINE KIN ลาดพร้าว 71โทร KIN ลาดพร้าว 71 091-803-3071

091-803-3071

โรงพยาบาลคิน สุขุมวิท 107

ซอยแบริ่ง 10 · ใกล้ BTS แบริ่ง

LINE KIN สุขุมวิท 107โทร KIN สุขุมวิท 107 065-909-2599

065-909-2599

KIN ราชพฤกษ์

นนทบุรี · ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

LINE KIN ราชพฤกษ์โทร KIN ราชพฤกษ์ 065-384-5494

065-384-5494

KIN พัทยา

ชลบุรี · ศูนย์ดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ

LINE KIN พัทยาโทร KIN พัทยา 082-213-9976

082-213-9976

KIN ศาลายา

พุทธมณฑล · เปิด 15 ธ.ค. 2569 · จองสิทธิ์ล่วงหน้าได้แล้ว

LINE KIN ศาลายาโทร KIN ศาลายา 093-884-1888

093-884-1888

สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669

คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN

ฝึกญาติดูแลผู้ป่วยสโตรกต้องฝึกอะไรบ้าง

อย่างน้อย 7 เรื่องค่ะ จับสัญญาณ BEFAST และโทร 1669 ย้ายตัวและพาเดิน จัดท่านอน ป้อนอาหารและน้ำ จัดยา ดูแลขับถ่าย และตรวจผิวหนัง โดยลงมือทำจริงต่อหน้าพยาบาลหรือนักกายภาพค่ะ

สอนญาติดูแลผู้ป่วยสโตรกควรเริ่มเมื่อไร

เริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยยังอยู่โรงพยาบาลหรือศูนย์ฟื้นฟูค่ะ จะได้มีเวลาฝึกซ้ำหลายวันและถามทีมได้ ไม่ควรรอวันออกจากโรงพยาบาลค่ะ

ฝึกญาติแล้วผู้ป่วยจะฟื้นตัวเร็วขึ้นไหม

งานวิจัยในอังกฤษพบว่าช่วยลดภาระของญาติ แต่ความพิการของผู้ป่วยไม่ต่างกัน และงานหลายศูนย์ที่นำไปใช้ในบริการจริงไม่พบความต่างค่ะ

ผู้ป่วยสโตรกที่บ้านมีอาการแบบไหนต้องโทร 1669

อาการใหม่ที่เกิดทันที เช่น เดินเซ ตามัว หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด ปลุกไม่ตื่น ชัก หรือสำลักจนหายใจไม่ออก ให้โทร 1669 ทันทีและจดเวลาเริ่มมีอาการ แม้อาการหายเองก็ต้องไปโรงพยาบาลค่ะ

ย้ายตัวผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีกอย่างไรไม่ให้ไหล่บาดเจ็บ

ห้ามดึงหรือหิ้วจากแขนข้างที่อ่อนแรงค่ะ ให้ผู้ป่วยออกแรงด้วยข้างที่แข็งแรง และให้นักกายภาพสอนท่าที่เหมาะกับผู้ป่วยค่ะ

KIN รามคำแหง 24 เปิดเมื่อไร ระหว่างนี้ปรึกษาที่ไหนได้

กำลังจะเปิด 15 พ.ย. 2569 จองสิทธิ์ล่วงหน้าได้แล้วค่ะ ระหว่างนี้ปรึกษาและเยี่ยมชม KIN ลาดพร้าว 71 ได้ทุกวันค่ะ

เขียนและตรวจสอบโดย
พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883
พยาบาลวิชาชีพ KIN Rehabilitation & Homecare

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.ธัญชนก ชูธรรมสถิตย์ ว.62998 ผู้อำนวยการการแพทย์ ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย ทักษะการดูแลควรฝึกกับพยาบาลหรือนักกายภาพที่รู้จักผู้ป่วย ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ป่วยที่ใช้บริการ KIN

Tags: ฝึกญาติดูแลผู้ป่วยสโตรก ญาติผู้ดูแล ฟื้นฟูสโตรก BEFAST KIN รามคำแหง 24