แผลกดทับในผู้สูงอายุ 5 สิ่งที่ครอบครัวต้องรู้ ก่อนที่จะสายเกินแก้

บทความสุขภาพ | KIN Rehabilitation

แผลกดทับในผู้สูงอายุ
5 สิ่งที่ครอบครัวต้องรู้ ก่อนที่จะสายเกินแก้

ดูแลที่บ้านได้ แต่ต้องมีระบบที่ถูกต้อง — สิ่งที่หลายครอบครัวไม่รู้จนกว่าจะเกิดแผลขึ้นมาแล้ว

โดย ทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN Rehabilitation | ใช้เวลาอ่าน 8 นาที | อัปเดต พ.ศ. 2569

เนื้อหาในบทความนี้

KIN Rehabilitation & Homecare ศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้สูงอายุระดับ Medical Rehabilitation Center ก่อตั้ง พ.ศ. 2561 โดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ มี 6 สาขาในกรุงเทพฯ พัทยา และศาลายา บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยให้ครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่บ้านเข้าใจความเสี่ยงของแผลกดทับ และรู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากผู้ดูแลมืออาชีพเมื่อไหร่และอย่างไร เพื่อให้คนที่รักได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง

1. แผลกดทับในผู้สูงอายุ อันตรายแค่ไหนที่ครอบครัวต้องรู้

คำตอบสั้น: แผลกดทับไม่ใช่แค่บาดแผลทั่วไป แต่เป็นภาวะที่ลุกลามได้รวดเร็ว และนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวน้อยหรือติดเตียงทุกรายมีความเสี่ยง โดยเฉพาะในสัปดาห์แรกหลังออกจากโรงพยาบาลที่ครอบครัวยังปรับตัวไม่ทัน

แผลกดทับ (Pressure Ulcer / Bedsore) เกิดจากแรงกดทับต่อผิวหนังและเนื้อเยื่อในบริเวณเดิมนานเกินไป จนเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงได้ ผลคือเนื้อเยื่อเริ่มตาย ผู้ป่วยสูงอายุที่ผิวบางและการไหลเวียนเลือดไม่ดีอยู่แล้วจะเกิดแผลได้เร็วกว่าคนอายุน้อยอย่างเห็นได้ชัด บางรายเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็เริ่มมีรอยแดงแล้ว

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากปล่อยแผลกดทับให้ลุกลาม

ติดเชื้อในกระแสเลือด

อันตรายถึงชีวิต เชื้อแพร่ทั่วร่างกาย ต้องรักษาใน ICU ค่าใช้จ่ายสูงมาก

เนื้อตายเน่า

เนื้อเยื่อตายและเน่าเสีย บางกรณีต้องผ่าตัดเอาเนื้อตายออก

กระดูกและข้อติดเชื้อ

แผลระดับ 4 ที่ลึกถึงกระดูก เชื้อโรคเข้าสู่กระดูกได้โดยตรง

รักษานานเป็นเดือนถึงปี

แผลระดับ 3-4 ใช้เวลารักษาเป็นเดือน ค่าใช้จ่ายสูง อาจต้องผ่าตัด

ค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง

ค่าดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 20,000-36,000 บาทต่อเดือน แต่ถ้าเกิดแผลกดทับและต้องเข้าโรงพยาบาล ค่ารักษาอาจพุ่งขึ้นเป็นหลักแสนบาทต่อครั้ง ยังไม่นับระยะเวลาการรักษาที่ยาวนานและความเจ็บปวดที่ผู้ป่วยต้องเผชิญ การป้องกันจึงคุ้มค่ากว่าการรักษาเสมอ

2. 4 ระดับแผลกดทับ และระดับ 1 ที่ครอบครัวมักมองข้ามมากที่สุด

คำตอบสั้น: แผลกดทับมี 4 ระดับ ตั้งแต่รอยแดงเล็กน้อยจนถึงลึกถึงกระดูก โดยระดับ 1 ซึ่งเป็นแค่รอยแดงยังไม่แตก คือสัญญาณเตือนที่ถ้าจัดการได้ทัน จะไม่ลุกลามเป็นระดับ 3-4 ที่รักษายาก

สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือครอบครัวส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าแผลกดทับระดับ 1 มีอยู่ หรือไม่รู้ว่านั่นคือสัญญาณเตือน เพราะผู้ป่วยอาจไม่บ่น และผิวดูเหมือนปกติจากระยะห่าง กว่าจะสังเกตเห็นคือระดับ 2-3 ที่แผลเปิดออกมาแล้ว

1

ระดับ 1 — รอยแดง ผิวยังไม่แตก

ผิวหนังแดงผิดปกติ เมื่อกดแล้วสีไม่จาง มีอาการอุ่นหรือแข็งกว่าบริเวณข้างเคียง นี่คือสัญญาณเตือนระยะแรก ถ้าจัดการทันทีด้วยการลดแรงกดและพลิกตัวบ่อยขึ้น แผลจะไม่ลุกลาม นี่คือ "หน้าต่างโอกาส" ที่ดูแลได้ง่ายที่สุด

2

ระดับ 2 — ผิวเปิดตื้น น้ำเหลืองซึม

ผิวหนังชั้นนอกฉีกขาดหรือเป็นแผลตื้น อาจมีน้ำเหลืองซึม เจ็บแสบ ต้องทำความสะอาดแผลถูกวิธีและปิดแผลที่เหมาะสม ณ ระดับนี้ต้องการความรู้ด้านการพยาบาลแล้ว ไม่ใช่แค่ปฐมพยาบาลทั่วไป

3

ระดับ 3 — ลึกถึงชั้นไขมัน เนื้อตาย

แผลลึกผ่านผิวหนังทั้งหมด เห็นชั้นไขมัน อาจมีเนื้อตายสีเหลืองหรือดำ กลิ่นเหม็น ต้องการพยาบาลวิชาชีพดูแลแผลและอาจต้องปรึกษาแพทย์เพื่อตัดเนื้อตายออก การรักษาใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

4

ระดับ 4 — ลึกถึงกระดูก เส้นเอ็น

มองเห็นหรือสัมผัสกระดูก เส้นเอ็น หรือกล้ามเนื้อในแผล ระดับนี้ต้องผ่าตัด ใช้เวลารักษาเป็นเดือนถึงปี และเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดสูงมาก เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์

กฎทองของแพทย์: การป้องกันแผลกดทับไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น ดีกว่าและถูกกว่าการรักษาทุกระดับ โดยเฉพาะถ้าจับสัญญาณระดับ 1 ได้ทันและจัดการถูกวิธี แผลจะไม่ลุกลามไปไกลกว่านี้

3. ถ้าจะดูแลผู้สูงอายุที่บ้านให้ปลอดภัย ต้องทำอะไรบ้างทุกวัน

คำตอบสั้น: การป้องกันแผลกดทับที่บ้านต้องทำ 5 สิ่งหลักทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง ตรวจผิวหนังทุกจุดเสี่ยง ดูแลความชุ่มชื้นผิว จัดโภชนาการช่วยสมานแผล และใช้อุปกรณ์ลดแรงกดทับที่ถูกต้อง ทุกข้อต้องทำครบ ขาดข้อใดข้อหนึ่งความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทันที

สิ่งที่ 1 — พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง รวมถึงกลางดึก

ผู้ป่วยติดเตียงต้องพลิกตัวเปลี่ยนท่าทุก 2 ชั่วโมงตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ที่ใช้วีลแชร์ต้องเปลี่ยนท่าทุก 1 ชั่วโมง การพลิกต้องทำในมุม 30-45 องศา และต้องพลิกให้ถูกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดแผลจากแรงเสียดสี ซึ่งหมายความว่าถ้าบ้านมีสมาชิก 2 คน ทุกคนต้องตื่นมาพลิกตัวผู้ป่วยกลางดึกสลับกัน นี่คือภาระจริงที่ครอบครัวต้องตัดสินใจว่าจะรับไหว

สิ่งที่ 2 — ตรวจผิวหนังทุกจุดเสี่ยงอย่างน้อยวันละครั้ง

ต้องตรวจผิวหนังบริเวณที่เสี่ยงทั้งหมด ได้แก่ ก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ข้อเท้า ข้อศอก ท้ายทอย และหลังหู ต้องรู้ว่ารอยแดงที่กดแล้วไม่จางคืออะไร และต้องไม่มองข้ามสัญญาณเล็กน้อยเหล่านี้ ผู้ดูแลที่ไม่มีพื้นฐานการพยาบาลมักไม่รู้ว่าควรมองหาอะไร

สิ่งที่ 3 — ดูแลผิวให้สะอาดแห้ง ไม่ชื้น ไม่แห้งแตก

ผิวหนังที่ชื้นจากเหงื่อหรือปัสสาวะเสี่ยงต่อแผลกดทับสูงกว่าผิวแห้งหลายเท่า ต้องเช็ดทำความสะอาดหลังขับถ่ายทุกครั้ง เปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างทันท่วงที และทาครีมให้ความชื้นเพื่อป้องกันผิวแตก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ผิวบางและแห้งตามธรรมชาติ

สิ่งที่ 4 — จัดโภชนาการให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้

ผู้ป่วยที่ขาดโปรตีน สังกะสี และวิตามิน C จะมีความสามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่ำกว่าปกติ แม้ดูแลแผลถูกวิธีก็หายช้า โภชนาการที่ดีคือการป้องกันแผลกดทับทางอ้อมที่หลายครอบครัวมองข้าม โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่กินยาก ป้อนอาหารทางสายยาง หรือไม่ค่อยอยากอาหาร

สิ่งที่ 5 — ใช้อุปกรณ์ลดแรงกดทับที่เหมาะสม

ที่นอนลมกันแผลกดทับ (ราคา 3,000-8,000 บาท) ช่วยกระจายแรงกดได้ดีกว่าที่นอนทั่วไปมาก หมอนรองปุ่มกระดูก ผ้ารองซับความชื้น และการวางท่านอนที่ถูกต้องล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกัน ที่สำคัญต้องเลือกอุปกรณ์ให้ถูกกับน้ำหนักและสภาพผู้ป่วย ซึ่งต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

4. ดูแลเองทั้งหมด กับ ให้ผู้ดูแลมืออาชีพมาช่วย ต่างกันอย่างไร

คำตอบสั้น: ครอบครัวดูแลที่บ้านได้ดีมาก แต่ภาระพลิกตัวกลางดึก การประเมินแผล และการทำหัตถการพยาบาล ต้องการทักษะและเวลาที่คนทำงานประจำมักไม่มี การให้ผู้ดูแลมืออาชีพมาช่วยไม่ใช่การ "ส่งไม้" แต่คือการเติมในส่วนที่ครอบครัวทำไม่ถึง

คำถามที่ครอบครัวถามมากที่สุดคือ "เราดูแลเองได้ไหม?" คำตอบคือ ได้ แต่ต้องตอบคำถามต่อไปนี้ก่อนว่าทำได้จริงหรือเปล่า

เปรียบเทียบ: ครอบครัวดูแลเอง vs ผู้ดูแลมืออาชีพมาช่วยที่บ้าน

สิ่งที่ต้องทำ ครอบครัวดูแลเองทั้งหมด ผู้ดูแลมืออาชีพมาช่วย
พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง (รวมกลางดึก) ต้องตื่นกลางดึก ต่อเนื่องทุกคืน ผู้ดูแลรับผิดชอบแทน
ตรวจผิวหนัง ประเมินสัญญาณเตือน ไม่มีพื้นฐาน อาจมองข้ามระดับ 1 ได้รับการฝึกอบรมมาตรฐาน
ทำแผล / ดูแลแผลที่เกิดขึ้น ต้องรีบพา รพ. ค่าใช้จ่ายสูง NA/RN จัดการได้ทันที
โภชนาการและการป้อนอาหาร ดูแลได้ แต่ต้องเรียนรู้ มีประสบการณ์โดยตรง
รายงานอาการให้แพทย์ ไม่รู้ว่าอะไรที่ต้องรายงาน รายงานสม่ำเสมอ มีระบบ
ภาระของครอบครัว สูงมาก เสี่ยง Caregiver Burnout ครอบครัวมีเวลาพักและทำงานได้

ความจริงที่ไม่ได้พูดถึงในโรงพยาบาล

หลายครอบครัวตั้งใจดูแลเองเต็มที่ แต่ไม่มีใครบอกว่าการพลิกตัวกลางดึกทุก 2 ชั่วโมงนั้นหนักแค่ไหนในชีวิตจริง และ Caregiver Burnout หรือความเหนื่อยหน่ายของผู้ดูแลนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องดูแลคนคนเดียวนานหลายเดือน การมีผู้ดูแลมืออาชีพมาช่วยไม่ใช่การยอมแพ้ แต่คือการทำให้การดูแลระยะยาวยั่งยืนได้จริง

5. KIN Home Care — ผู้ดูแลมืออาชีพถึงบ้าน พร้อมระบบที่ครอบครัววางใจได้

คำตอบสั้น: KIN ส่งผู้ดูแลมืออาชีพที่ผ่านการฝึกอบรมมาตรฐานทางการแพทย์ถึงบ้าน มีระบบ Backup บุคลากร รายงานสุขภาพให้ญาติสม่ำเสมอ และเชื่อมต่อกับทีมแพทย์ศูนย์ KIN ได้ทันทีเมื่ออาการเปลี่ยนแปลง

ครอบครัวดูแลผู้สูงอายุที่บ้านได้และควรทำต่อไป แต่ส่วนที่ต้องการความเชี่ยวชาญและความสม่ำเสมอแบบ 24 ชั่วโมง นั่นคือสิ่งที่ KIN Home Care เข้ามาเติมเต็มได้ ครอบครัวยังคงอยู่ใกล้ชิด มาเยี่ยม มีส่วนร่วม และตัดสินใจเรื่องสำคัญ ในขณะที่ผู้ดูแลมืออาชีพรับภาระเรื่องกายภาพที่ต้องทำซ้ำทุกวันไปแทน

ผู้ช่วยดูแลผู้สูงอายุ (CG/NA)

ดูแลกิจวัตร พลิกตัวถูกวิธี ตรวจผิวหนัง ทำความสะอาด ผ่านการฝึกอบรมมาตรฐานทางการแพทย์ มีการตรวจสอบประวัติก่อนส่ง

พยาบาลวิชาชีพที่บ้าน

ดูแลแผล ให้ยา วัดสัญญาณชีพ ประเมินอาการ ประสานแพทย์ได้ทันที เหมาะกับแผลกดทับระดับ 2 ขึ้นไป

ระบบ Backup บุคลากร

ถ้าผู้ดูแลประจำป่วยหรือหยุดงาน KIN ส่งคนแทนได้ทันทีในวันเดียวกัน ครอบครัวไม่ต้องรับภาระกะทันหัน

เชื่อมต่อศูนย์ฟื้นฟู

ถ้าอาการหนักขึ้นหรือต้องการกายภาพบำบัดเพิ่ม สลับเข้าNursing Home KINหรือDay Careได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่

สำหรับครอบครัวที่ต้องการเริ่มต้นแต่ไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยต้องการการดูแลระดับไหน KIN ประเมินฟรีก่อนแนะนำบุคลากร ไม่มีข้อผูกมัด และสามารถดูรีวิวจากครอบครัวจริงได้ที่รีวิวผู้ใช้บริการ KIN

"ครอบครัวที่รักกันจริงไม่ได้หมายความว่าต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว การมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลที่บ้านคือการทำให้คนที่รักได้รับการดูแลที่ดีที่สุด โดยที่ครอบครัวยังอยู่เคียงข้างได้โดยไม่หมดแรง"

— KIN Rehabilitation & Homecare | ก่อตั้ง พ.ศ. 2561 | 6 สาขาทั่ว กทม. พัทยา ศาลายา

ปรึกษาฟรี — ผู้ดูแลพร้อมเริ่มงาน 3 วัน

จัดหาผู้ดูแลผู้สูงอายุ - พยาบาลที่บ้าน - กายภาพที่บ้าน - รับเฝ้าไข้

KIN Homecare

061-881-9399

Facebook: KIN HomeCare

ติดต่อสาขาใกล้บ้าน

ลาดพร้าว 71

(ใกล้เลียบด่วน/บางกะปิ)

แบริ่ง (สุขุมวิท 107)

(บางนา–แบริ่ง–ลาซาล)

พัทยา

(ชลบุรี)

ราชพฤกษ์

(นนทบุรี)

รามคำแหง 24

 

ศาลายา

 

คำถามที่พบบ่อย

แผลกดทับเกิดได้เร็วแค่ไหน ถ้าไม่พลิกตัว?

แผลกดทับระดับ 1 สามารถเริ่มเกิดได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่น้ำหนักตัวน้อยและผิวบาง หากปล่อยไว้โดยไม่พลิกตัวนาน 4-6 ชั่วโมงในบางราย แผลระดับ 1-2 สามารถปรากฏได้เลย

ถ้าพบรอยแดงที่ผิวหนัง ต้องทำอะไรทันที?

ลดแรงกดทับบริเวณนั้นทันที โดยเปลี่ยนท่านอนให้น้ำหนักตัวไม่ทับบริเวณแดง ห้ามนวดหรือถูบริเวณที่แดง เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อเสียหายมากขึ้น ตรวจดูว่ากดแล้วสีจางลงไหม ถ้าสีไม่จาง หมายความว่าเป็นแผลกดทับระดับ 1 แล้ว ควรแจ้งพยาบาลหรือผู้เชี่ยวชาญทันที

ที่นอนลมกันแผลกดทับจำเป็นแค่ไหน ราคาเท่าไหร่?

สำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถขยับตัวเองได้ ที่นอนลมช่วยกระจายแรงกดและลดความเสี่ยงแผลกดทับได้อย่างมีนัยสำคัญ ราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 3,000-8,000 บาท ขึ้นกับขนาดและคุณภาพ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าค่ารักษาแผลกดทับที่อาจสูงถึงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อครั้ง

KIN Home Care ส่งผู้ดูแลมาบ้านได้ทุกพื้นที่ไหม?

KIN ให้บริการจัดหาผู้ดูแลผู้สูงอายุและพยาบาลที่บ้านครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล พัทยา-ชลบุรี และศาลายา-นครปฐม ทักไลน์ KIN Homecare หรือโทร 061-881-9399 เพื่อตรวจสอบพื้นที่และนัดประเมินฟรี

ผู้ดูแลจาก KIN ต่างจากจ้างผ่าน Facebook อย่างไร?

ผู้ดูแลจาก KIN ผ่านการตรวจสอบประวัติ ฝึกอบรมมาตรฐานการแพทย์ มี Supervisor พยาบาลวิชาชีพควบคุม รายงานสุขภาพให้ญาติสม่ำเสมอ และมีระบบ Backup ส่งคนแทนได้ทันทีถ้าผู้ดูแลประจำไม่สามารถมาได้ ต่างจากการจ้างตรงที่ไม่มีระบบรองรับใดๆ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ถ้าแผลกดทับรุนแรงขึ้น KIN รับดูแลต่อได้ไหม?

ได้ ถ้าแผลกดทับรุนแรงขึ้นถึงระดับที่ต้องการพยาบาลวิชาชีพดูแล KIN จะปรับบุคลากรจาก CG เป็น NA หรือ RN ได้ทันที หรือถ้าต้องการดูแลเข้มข้นกว่า สามารถสลับเข้าNursing Home KINได้โดยไม่ต้องเริ่มประเมินใหม่ตั้งแต่ต้น เพราะข้อมูลผู้ป่วยอยู่ในระบบ KIN แล้ว

บทความ วีดีโอ สาระความรู้ การดูแลสุขภาพ อื่นๆ

KIN Rehab