ทรงตัวไม่ดี ล้มบ่อยหลังสโตรก
ฝึกการทรงตัวและป้องกันล้มอย่างไร
หลายบ้านเจอผู้ป่วยเซ เกือบล้มตอนลุกเข้าห้องน้ำ บทความนี้อธิบายว่าทำไมจึงล้มง่าย ฝึกอย่างไร และจัดบ้านอย่างไร
สัปดาห์แรก ถึงปีแรก (ตามงานที่รายงาน)
คะแนนทรงตัวดีขึ้น (ไม่ได้วัดการล้ม)
เช่น เพิ่งออกจากโรงพยาบาล
อย่ารีบดึงให้ลุก
ประโยคที่นักกายภาพได้ยินบ่อยคือ “กลัวล้มจนไม่กล้าให้เดิน” แต่การไม่ขยับทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและทรงตัวแย่ลง ทางออกคือฝึกอย่างปลอดภัยและจัดบ้านลดจุดเสี่ยง
บทความนี้เน้นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ยืนหรือเดินได้บ้างแล้ว ส่วนท่าบริหารกันล้มสำหรับผู้สูงอายุทั่วไป อ่านต่อที่ ท่าป้องกันการหกล้มผู้สูงอายุ ฝึกการทรงตัวที่บ้าน
เนื้อหาในบทความนี้
1. ทำไมผู้ป่วยทรงตัวไม่ดี ล้มบ่อยหลังสโตรก
คำตอบสั้น: เพราะสโตรกกระทบหลายระบบพร้อมกัน ทั้งกำลังขาซีกหนึ่ง การรับความรู้สึก การประสานการเคลื่อนไหว ความตึงของกล้ามเนื้อ และความเหนื่อยล้า Stroke Foundation ของออสเตรเลียระบุว่าผู้ป่วยอาจทรงตัวลำบากหรือเวียนหัว
- ขาซีกหนึ่งอ่อนแรงหรือเกร็ง เทน้ำหนักไปขาข้างดี
- รับความรู้สึกที่เท้าน้อยลง ไม่รู้ว่าเท้าวางบนพื้นแบบไหน
- ประสานการเคลื่อนไหวลำบาก หมุนตัวแล้วเสียหลัก
- มองเห็นหรือรับรู้ด้านหนึ่งลดลง ชนสิ่งของด้านที่ไม่สนใจ
- เหนื่อยล้า หลังฝึกหรือช่วงบ่ายทรงตัวแย่ลง

การลงน้ำหนักขาสองข้างไม่เท่ากันเป็นต้นเหตุสำคัญของการเซและล้มหลังสโตรก
2. ผู้ป่วยสโตรกล้มบ่อยแค่ไหน
คำตอบสั้น: งานรวม Cochrane ปี 2562 ระบุว่างานต่าง ๆ รายงานการล้มตั้งแต่ราว 7% ในสัปดาห์แรก ถึง 73% ในปีแรกหลังสโตรก การล้มจึงเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยมากหลังสโตรก
อ่านตัวเลขนี้อย่างไร ตัวเลขกว้างเพราะแต่ละงานนิยามการล้มต่างกัน ไม่ใช่ข้อมูลผู้ป่วย KIN ข้อสรุปคือควรวางแผนกันล้มตั้งแต่วันแรกที่กลับบ้าน
3. ผู้ป่วยสโตรกแบบไหนเสี่ยงล้มมาก ประเมินเองเบื้องต้นได้อย่างไร
คำตอบสั้น: สังเกตจากประวัติล้ม การลุกจากเก้าอี้ และการเดินเซ ถ้ามีหลายข้อควรให้นักกายภาพประเมิน และไม่ให้เดินคนเดียวจนกว่าจะประเมินแล้ว
- เคยล้มหรือเกือบล้มในช่วงที่ผ่านมา
- ลุกจากเก้าอี้ต้องใช้มือดันหลายครั้ง หรือลุกแล้วเซ
- เดินแล้วต้องเกาะผนัง หรือเดินลากเท้า
- ลุกเข้าห้องน้ำกลางคืนบ่อย
- กินยาที่ทำให้ง่วงหรือเวียนหัว (ห้ามหยุดหรือปรับขนาดยาเอง ให้ปรึกษาแพทย์)
- กลัวล้มจนไม่อยากขยับ
4. ฝึกการทรงตัวหลังสโตรกอย่างไรให้ได้ผล
คำตอบสั้น: งานรวม 43 การทดลองในวารสาร Stroke ปี 2559 พบว่าการฝึกที่ตรงเป้าช่วยให้คะแนนแบบทดสอบการทรงตัวดีขึ้นแม้ในระยะเรื้อรัง โดยเฉพาะฝึกทรงตัวและถ่ายน้ำหนัก กับฝึกเดิน แต่งานนี้ไม่ได้วัดจำนวนการล้ม
ในงานนี้ คะแนนการทรงตัว Berg Balance Scale ดีขึ้นเฉลี่ย 2.22 คะแนนเมื่อรวมทุกแบบการฝึก กลุ่มฝึกทรงตัวและถ่ายน้ำหนักดีขึ้น 3.75 คะแนน และกลุ่มฝึกเดิน 2.26 คะแนน (ราว 4–7% ของคะแนน ยังไม่ชัดว่าเปลี่ยนการใช้ชีวิตจริงแค่ไหน) ส่วนงานรวม Cochrane ปี 2562 พบว่า การออกกำลังกายอาจลดจำนวนครั้งที่ล้มลงได้ราว 28% แต่ยังไม่ลดจำนวนคนที่ล้ม และความเชื่อมั่นของหลักฐานต่ำ
- ถ่ายน้ำหนัก ยืนจับราวโยกน้ำหนักซ้าย-ขวา ให้ขาข้างอ่อนแรงรับน้ำหนักมากขึ้นทีละน้อย
- ยืนเอื้อม หยิบของในระยะที่ปลอดภัย
- ลุก-นั่ง จากเก้าอี้มีพนักแขน ช้า ๆ
- ฝึกเดิน ทางตรงก่อน แล้วเพิ่มการหมุนตัว ก้าวข้ามสิ่งกีดขวาง และพื้นต่างระดับ
ฝึกทรงตัวต้องมีคนประกบ ทำข้างราวที่มั่นคง มีคนประกบด้านอ่อนแรง เริ่มจากระดับที่นักกายภาพกำหนด หยุดทันทีถ้าเวียนหัว หน้ามืด เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบาก
ข้อจำกัด งานส่วนใหญ่มีผู้ป่วยน้อยและวิธีฝึกต่างกัน คะแนนเป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN

ฝึกเอื้อมและถ่ายน้ำหนักข้างราวจับ โดยมีนักกายภาพคอยประกบ
5. จัดบ้านอย่างไรให้ผู้ป่วยสโตรกไม่ล้ม
คำตอบสั้น: เริ่มจากเส้นทางที่ผู้ป่วยใช้บ่อย คือเตียงไปห้องน้ำ ทำให้โล่ง สว่าง มีที่จับ และพื้นไม่ลื่น งานรวม Cochrane ปี 2566 พบว่าโปรแกรมที่บุคลากรเข้าไปประเมินและแก้จุดเสี่ยงในบ้าน ลดจำนวนครั้งที่หกล้มได้ราว 38% ในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงสูง
| จุดเสี่ยง | ปรับอย่างไร |
|---|---|
| ห้องน้ำ | ราวจับ แผ่นกันลื่น เก้าอี้นั่งอาบน้ำ |
| ทางเดินเตียงถึงห้องน้ำ | ไม่มีพรมย่น สายไฟ ของวางพื้น เปิดไฟทางเดินกลางคืน |
| เตียงและเก้าอี้ | นั่งแล้วเท้าวางเต็มพื้น เก้าอี้มีพนักแขน |
| รองเท้า | หุ้มส้น พื้นไม่ลื่น เลี่ยงรองเท้าแตะและถุงเท้าลื่น |
ตัวเลข 38% มาจากโปรแกรมที่บุคลากรทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงสูง (เพิ่งออกจากโรงพยาบาลหรือเคยล้มในปีที่ผ่านมา) ไม่ใช่การทำตารางนี้เอง ไม่ใช่งานเฉพาะสโตรก และไม่ได้แปลว่าจะไม่ล้มเลย
ขั้นตอนพาผู้ป่วยลุก นั่ง และเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัย ดูเพิ่มที่ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงล้ม

ห้องน้ำคือจุดที่ล้มบ่อย ราวจับ แผ่นกันลื่น และเก้าอี้อาบน้ำช่วยลดความเสี่ยง

“การกันล้มไม่ใช่การห้ามเดิน แต่คือการฝึกให้เดินได้มั่นคงขึ้นทุกวัน ในบ้านที่จัดไว้รองรับ”
6. ผู้ป่วยสโตรกล้ม ต้องทำอย่างไร เมื่อไรต้องโทร 1669
คำตอบสั้น: อย่ารีบดึงให้ลุกทันที ให้ตรวจก่อนว่าผู้ป่วยรู้สึกตัวดี เจ็บตรงไหน ขยับแขนขาได้ไหม ถ้าศีรษะกระแทกแล้วซึม อาเจียน ปวดหัวมาก หรือมีอาการสโตรกใหม่ ให้โทร 1669
พบข้อใดข้อหนึ่ง โทร 1669 ทันที
• ศีรษะกระแทกแล้วซึมลง สับสน อาเจียน หรือปวดหัวมากขึ้น
• แขนขาอ่อนแรงหรือชาซีกเดียวขึ้นมาใหม่ หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด
• ปวดสะโพกหรือขามากจนลงน้ำหนักไม่ได้ ขาผิดรูป
• หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือหมดสติ
ถ้าไม่บาดเจ็บ ให้พักก่อนแล้วช่วยลุกตามขั้นตอนที่นักกายภาพสอน และแจ้งทีมรักษาทุกครั้งที่ล้ม · อ่านเพิ่ม BE FAST สัญญาณเตือนสโตรก
ศีรษะกระแทก และกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ญาติประเมินเลือดออกในสมองจากภายนอกไม่ได้ ควรพาไปห้องฉุกเฉินให้แพทย์ประเมินแม้ผู้ป่วยยังดูปกติ (แนวทาง NICE NG232 ของอังกฤษ) และห้ามหยุดยาเอง
ที่ KIN ราชพฤกษ์ ช่วยผู้ป่วยที่ทรงตัวไม่ดี ล้มบ่อยหลังสโตรกอย่างไร
KIN ราชพฤกษ์ (นนทบุรี) เป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและดูแลผู้สูงอายุแบบพักค้าง เหมาะกับครอบครัวที่ผู้ป่วยล้มบ่อย หรือที่บ้านยังจัดคนประกบตอนลุกเดินไม่ได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
- เลือกโปรแกรมฟื้นฟูที่มีกายภาพบำบัดได้ตามแผน สำหรับผู้ป่วยที่พักฟื้นในศูนย์ นักกายภาพประเมินการทรงตัวและฝึกถ่ายน้ำหนัก ลุกยืน และเดิน
- พยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยพาลุกเข้าห้องน้ำทั้งกลางวันและกลางคืน และเฝ้าระวังอาการหลังล้ม
- ทีมแพทย์ของ KIN Rehabilitation แพทย์ 5 ท่าน ครอบคลุม 5 สาขา · 8 สาขาวิชาชีพ ช่วยประเมินปัจจัยร่วม เช่น ยาและความดัน
- เยี่ยมชมศูนย์และปรึกษาได้ฟรี ทุกวัน 09:00–18:00 น. นัดล่วงหน้าหรือเดินทางมาเองก็ได้
ดูข้อมูลสาขาเพิ่มที่ หน้าสาขา KIN ราชพฤกษ์ และ โปรแกรมฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของ KIN
ติดต่อ KIN ราชพฤกษ์ | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ปรึกษาเรื่องผู้ป่วยสโตรกที่ทรงตัวไม่ดี ล้มบ่อย และการพักฟื้นในศูนย์ · เยี่ยมชมได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.
สาขาอื่นของ KIN Rehabilitation
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ผู้ป่วยสโตรกทรงตัวไม่ดี จะกลับมาทรงตัวได้ไหม
หลายคนดีขึ้นได้ค่ะ งานวิจัยพบว่าคะแนนทรงตัวดีขึ้นได้แม้ในระยะเรื้อรัง แต่ต่างกันในแต่ละคน ควรให้นักกายภาพวางแผนเป็นรายคนค่ะ
ผู้ป่วยสโตรกล้มบ่อย ควรให้นอนพักบนเตียงไปก่อนไหม
ไม่แนะนำให้นอนทั้งวันค่ะ การไม่ขยับทำให้ทรงตัวแย่ลง ควรฝึกขยับโดยมีคนประกบและจัดบ้านลดจุดเสี่ยงค่ะ
ฝึกการทรงตัวที่บ้านเองได้ไหม
ได้ค่ะ ถ้านักกายภาพสอนท่าและกำหนดระดับไว้ ทำข้างราวที่มั่นคงโดยมีคนประกบ ไม่เพิ่มความยากเองค่ะ
ผู้ป่วยล้มแล้ว ควรพยุงขึ้นทันทีไหม
อย่ารีบดึงขึ้นค่ะ ให้ดูก่อนว่ารู้สึกตัวดี เจ็บตรงไหน ขยับแขนขาได้ไหม ถ้าศีรษะกระแทกแล้วซึม อาเจียน หรือลงน้ำหนักไม่ได้ ให้โทร 1669 ค่ะ ถ้าศีรษะกระแทกและกินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ให้ไปห้องฉุกเฉินแม้ยังดูปกติค่ะ
ไม้เท้าหรือที่ช่วยเดิน ใช้แบบไหนดี
ขึ้นกับการทรงตัวและกำลังของแต่ละคนค่ะ อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะหรือสูงผิดอาจทำให้ล้มง่ายขึ้น ควรให้นักกายภาพเลือกและสอนใช้ค่ะ
ยาทำให้ผู้ป่วยเวียนหัวและล้มได้ไหม
ยาบางชนิดทำให้ง่วงหรือเวียนหัวได้ค่ะ ให้จดชื่อยาทุกตัวและช่วงที่เวียนหัวไปให้แพทย์ดู ห้ามหยุดหรือลดยาเองค่ะ
- Interventions for preventing falls in people after stroke — Denissen S และคณะ Cochrane Database of Systematic Reviews พ.ศ. 2562 (DOI 10.1002/14651858.CD008728.pub3)
- Effects of Exercise Therapy on Balance Capacity in Chronic Stroke: Systematic Review and Meta-Analysis — van Duijnhoven HJ และคณะ วารสาร Stroke พ.ศ. 2559 (DOI 10.1161/STROKEAHA.116.013839)
- Environmental interventions for preventing falls in older people living in the community — Clemson L และคณะ Cochrane Database of Systematic Reviews พ.ศ. 2566 (DOI 10.1002/14651858.CD013258.pub2)
- Mobility and exercise after stroke fact sheet — Stroke Foundation (ออสเตรเลีย)
- Head injury: assessment and early management (NG232) ข้อ 1.5.13 — NICE สหราชอาณาจักร พ.ศ. 2566

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.ธัญชนก ชูธรรมสถิตย์ ว.62998 ผู้อำนวยการการแพทย์ ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย ท่าฝึกและอุปกรณ์ช่วยเดินต้องให้นักกายภาพประเมิน ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN