เท้าตกหลังเป็นสโตรก
เดินลากเท้า ฝึกอย่างไร อุปกรณ์ประคองข้อเท้าช่วยไหม
ผู้ป่วยเดินแล้วปลายเท้าครูดพื้น เหวี่ยงขาออกข้าง หรือสะดุดธรณีประตูบ่อย บทความนี้อธิบายสาเหตุ วิธีฝึก และอุปกรณ์
ยกข้อเท้าขึ้นไม่ได้ตอนก้าว
เดินและลงน้ำหนักดีขึ้น (ผลทันที)
ลุกยืน ก้าว เดิน ทุกวัน
อาจเป็นสโตรกซ้ำ
นักกายภาพมักได้ยินว่า “คุณแม่เดินได้แล้ว แต่ลากเท้า สะดุดเกือบล้มทุกวัน” อาการนี้เรียกว่าเท้าตก (foot drop) พบได้ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ขาซีกหนึ่งอ่อนแรง ถ้าปล่อยไว้ นอกจากเสี่ยงล้ม ข้อเท้าอาจยึดติดจนฝึกยากขึ้น
บทความนี้เน้นเท้าตกในผู้ป่วยที่เริ่มยืนหรือเดินได้แล้ว ส่วนผู้ป่วยที่ยังเดินไม่ได้เลย อ่านภาพรวมที่ Stroke เดินไม่ได้ เพราะอะไร ฟื้นฟูอย่างไร
เนื้อหาในบทความนี้
1. เท้าตกหลังเป็นสโตรกคืออะไร สังเกตได้อย่างไร
คำตอบสั้น: คือภาวะที่ผู้ป่วยยกปลายเท้าหรือกระดกข้อเท้าขึ้นไม่ได้ตอนยกขาก้าว ปลายเท้าจึงห้อยลงและครูดพื้น Stroke Foundation ของออสเตรเลียอธิบายว่าเกิดได้จากกล้ามเนื้ออ่อนแรงและข้อยึดติดหลังสโตรก
ญาติสังเกตได้จากการเดิน ผู้ป่วยมัก ยกสะโพกข้างที่อ่อนแรงสูงขึ้น หรือ เหวี่ยงขาออกด้านข้างเป็นวง เพื่อไม่ให้ปลายเท้าชนพื้น บางคนเหยียบด้วยปลายเท้าหรือขอบเท้าด้านนอกก่อนส้นเท้า สะดุดง่ายเมื่อเจอพรมหรือธรณีประตู และมักชัดขึ้นตอนเหนื่อย

เท้าตกทำให้ปลายเท้าครูดพื้นและสะดุดง่าย นักกายภาพจะดูการเดินทั้งก้าวก่อนเลือกวิธีฝึก
2. ทำไมผู้ป่วยสโตรกถึงเท้าตก มีอะไรบ้างที่ทำให้แย่ลง
คำตอบสั้น: สาเหตุหลักคือกล้ามเนื้อหน้าแข้งที่ใช้กระดกข้อเท้าอ่อนแรง ร่วมกับกล้ามเนื้อน่องที่เกร็งหรือตึง บางคนข้อเท้ายึดติดร่วมด้วย ทำให้เท้าตกแก้ยากขึ้น
- กล้ามเนื้อกระดกข้อเท้าอ่อนแรง ยกปลายเท้าเองไม่ขึ้น
- น่องเกร็งหรือตึง ปลายเท้าจิกลง ข้อเท้าบิดเข้าด้านใน
- ข้อเท้ายึดติด ช่วยดันข้อเท้าขึ้นแล้วได้น้อย ควรให้ทีมรักษาตรวจช่วงข้อเป็นระยะ
- รับความรู้สึกที่เท้าน้อยลง ไม่รู้ว่าเท้าวางตรงไหน
- เหนื่อยล้า เดินนานแล้วเท้าตกมากขึ้น
บางคนอ่อนแรงเป็นหลัก บางคนเกร็งเป็นหลัก จึงต้องให้นักกายภาพตรวจและดูการเดินจริงก่อนเลือกวิธีฝึกหรืออุปกรณ์
3. ฝึกแก้เท้าตกหลังสโตรกอย่างไร
คำตอบสั้น: หลักคือฝึกท่าที่ใช้จริงในชีวิตประจำวันซ้ำ ๆ เช่น ลุกยืน ถ่ายน้ำหนัก ก้าวขา และเดิน ร่วมกับท่ายืดตามแผนของนักกายภาพ Stroke Foundation ระบุว่าการทำซ้ำเป็นกุญแจของการดีขึ้น
- 1. ยืดน่องและเอ็นร้อยหวาย ตามที่นักกายภาพสอน ค้างช้า ๆ ไม่กระชาก ไม่ดันจนเจ็บ
- 2. ปลุกกล้ามเนื้อหน้าแข้ง นั่งแล้วพยายามกระดกปลายเท้าขึ้น ถ้ายังทำเองไม่ได้ให้นักกายภาพช่วยนำ
- 3. ลงน้ำหนักขาข้างอ่อนแรง ยืนจับราวถ่ายน้ำหนักซ้าย-ขวา ให้ส้นเท้าแตะพื้นเต็มเท้า
- 4. ฝึกก้าว ก้าวข้ามเส้นหรือของเตี้ย ๆ เน้นยกเข่าและวางส้นเท้าลงก่อน
- 5. เดินจริง ทางเรียบก่อน แล้วเพิ่มพื้นต่างระดับและการหมุนตัว
การยืดอย่างเดียวช่วยได้แค่ไหน งานรวม Cochrane ปี 2560 พบว่าการยืดนานไม่เกิน 7 เดือนเพิ่มช่วงข้อได้น้อยมาก ผลระยะยาวยังไม่ทราบ จึงใช้ท่ายืดตามแผนรายคนควบคู่การฝึกเดิน
ท่าที่ญาติไม่ควรดึงทำเอง อย่ากระชากหรือดันข้อเท้าแรง ๆ ขณะผู้ป่วยเกร็งหรือเจ็บ และอย่าให้ฝึกเดินคนเดียวถ้ายังทรงตัวไม่ดี ให้นักกายภาพสอนท่าและระดับแรงที่ปลอดภัยของผู้ป่วยคนนั้นก่อน
Stroke Foundation ระบุว่าการพัฒนามักเห็นมากในช่วง 6 เดือนแรก แต่การฝึกสม่ำเสมอยังช่วยให้ฟื้นต่อได้หลังจากนั้น ความถี่ที่เหมาะอ่านต่อที่ ทำกายภาพบำบัดหลังสโตรกบ่อยแค่ไหนดี
4. อุปกรณ์ประคองข้อเท้า (AFO) ช่วยเท้าตกได้ไหม
คำตอบสั้น: ช่วยได้ในหลายคน งานรวม 13 การทดลอง ผู้ป่วย 334 ราย ปี 2556 พบว่าขณะใส่ AFO ผู้ป่วยเดินได้ดีขึ้นและลงน้ำหนักสองขาได้สมดุลขึ้น แต่วัดเฉพาะผลทันทีขณะใส่ ผลระยะยาวยังไม่มีข้อมูล
AFO (ankle-foot orthosis) คืออุปกรณ์พลาสติกหรือวัสดุอื่นที่ใส่ในรองเท้า ประคองข้อเท้าให้อยู่ในมุมที่ปลายเท้าไม่ห้อย Stroke Foundation อธิบายว่าช่วยลดการสะดุดและลดความเสี่ยงล้ม อีกทางเลือกคือเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อหน้าแข้งขณะเดิน (FES) งานรวม 7 การทดลอง 464 ราย ปี 2561 พบว่า FES กับ AFO ช่วยให้เดินเร็วขึ้นได้พอ ๆ กัน (วัดความเร็วเดิน ไม่ได้วัดการล้ม)
| ทางเลือก | ช่วยอะไร | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| AFO แบบสั่งทำ | ประคองข้อเท้า ลดปลายเท้าครูด | ต้องให้นักกายภาพหรือนักกายอุปกรณ์วัดและปรับให้พอดี |
| AFO สำเร็จรูป | ใช้ชั่วคราวระหว่างรอ | ขนาดอาจไม่พอดี เสี่ยงกดเป็นแผล ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเลือก |
| กระตุ้นไฟฟ้าขณะเดิน (FES) | ช่วยยกปลายเท้าตอนก้าว | ไม่เหมาะกับทุกคน ต้องให้ทีมรักษาประเมินก่อน |
ข้อจำกัดของงานวิจัย งาน AFO วัดผลทันทีขณะใส่ งาน FES ยังไม่ตอบเรื่องการเดินที่บ้าน ตัวเลขไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN

อุปกรณ์ประคองข้อเท้าต้องพอดีกับเท้าและรองเท้า และปรับตามการฟื้นตัวของผู้ป่วย
5. ญาติช่วยผู้ป่วยเท้าตกที่บ้านได้อย่างไร
คำตอบสั้น: ช่วยได้ 3 เรื่อง คือทำท่ายืดที่นักกายภาพสอนทุกวัน ดูแลอุปกรณ์และผิวหนังใต้อุปกรณ์ และจัดทางเดินในบ้านให้โล่ง ไม่มีพรมย่น สายไฟ หรือธรณีประตูสูงที่ทำให้สะดุด
- รองเท้า หุ้มส้น พื้นไม่ลื่น ใส่ AFO แล้วยังพอดี เลี่ยงรองเท้าแตะ
- ผิวหนัง ถอดอุปกรณ์แล้วดูรอยแดง แผล หรือตุ่มน้ำทุกวัน ถ้ามีรอยแดงที่ไม่จาง แจ้งนักกายภาพก่อนใส่ต่อ
- ยืนประกบข้างที่อ่อนแรง จับเข็มขัดพยุง ไม่ดึงแขนข้างที่อ่อนแรง
- ทางเดินกลางคืน เปิดไฟทางไปห้องน้ำ

ทางเดินโล่ง รองเท้าหุ้มส้น และญาติที่ยืนประกบด้านอ่อนแรง ช่วยลดการสะดุดในบ้าน

“อุปกรณ์ช่วยให้เดินปลอดภัยขึ้นวันนี้ ส่วนการฝึกซ้ำทุกวันช่วยให้ร่างกายทำเองได้มากขึ้น สองอย่างนี้ไปด้วยกันได้”
6. สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ หรือโทร 1669
คำตอบสั้น: ถ้าเท้าตกหรือขาอ่อนแรงเกิดขึ้นใหม่หรือแย่ลงทันที ให้โทร 1669 เพราะอาจเป็นสโตรกซ้ำ ถ้าน่องบวม แดง ปวดข้างเดียว ล้มแล้วเจ็บมาก หรือมีแผลจากอุปกรณ์ ให้รีบพบแพทย์
พบข้อใดข้อหนึ่ง โทร 1669 ทันที
• ขาหรือแขนอ่อนแรงซีกเดียวขึ้นมาใหม่ หรือแย่ลงทันที
• หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด พูดไม่ออก
• เวียนหัว เดินเซ ตามัว เห็นภาพซ้อนทันที
• ล้มแล้วศีรษะกระแทก ซึมลง อาเจียน หรือปวดหัวมาก
จดเวลาที่เห็นผู้ป่วยปกติครั้งสุดท้าย · อ่านเพิ่ม BE FAST สัญญาณเตือนสโตรก
ที่ KIN ราชพฤกษ์ ช่วยผู้ป่วยเท้าตกหลังสโตรกอย่างไร
KIN ราชพฤกษ์ (นนทบุรี) เป็นศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและดูแลผู้สูงอายุแบบพักค้าง เหมาะกับครอบครัวที่ผู้ป่วยเริ่มเดินได้แต่ยังสะดุดบ่อย และที่บ้านยังไม่มีคนเดินประกบได้ทุกครั้ง
- เลือกโปรแกรมฟื้นฟูที่มีกายภาพบำบัดได้ตามแผน สำหรับผู้ป่วยที่พักฟื้นในศูนย์ นักกายภาพประเมินการเดิน และร่วมพิจารณาว่าควรใช้อุปกรณ์ประคองข้อเท้าหรือไม่
- พยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยพาเดินไปห้องน้ำอย่างปลอดภัย และสังเกตผิวหนังใต้อุปกรณ์
- ทีมแพทย์ของ KIN Rehabilitation แพทย์ 5 ท่าน ครอบคลุม 5 สาขา · 8 สาขาวิชาชีพ ช่วยประเมินอาการเกร็งและปัญหาร่วม
- เยี่ยมชมศูนย์และปรึกษาได้ฟรี ทุกวัน 09:00–18:00 น. นัดล่วงหน้าหรือเดินทางมาเองก็ได้
ดูข้อมูลสาขาเพิ่มที่ หน้าสาขา KIN ราชพฤกษ์ และ โปรแกรมฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของ KIN
ติดต่อ KIN ราชพฤกษ์ | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ปรึกษาเรื่องผู้ป่วยสโตรกที่เท้าตก เดินลากเท้า และการพักฟื้นในศูนย์ · เยี่ยมชมได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.
สาขาอื่นของ KIN Rehabilitation
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
เท้าตกหลังเป็นสโตรก หายได้ไหม
ต่างกันในแต่ละคนค่ะ บางคนกลับมาเดินได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ บางคนยังต้องใช้ระยะยาว การฝึกสม่ำเสมอและให้ทีมรักษาติดตามช่วงข้อเท้าเป็นระยะ ช่วยให้มีโอกาสดีขึ้นค่ะ
ใส่อุปกรณ์ประคองข้อเท้า (AFO) แล้ว กล้ามเนื้อจะไม่ทำงานไหม
งานวิจัยส่วนใหญ่วัดผลระยะสั้น ยังตอบเรื่องระยะยาวไม่ชัดค่ะ นักกายภาพจึงมักให้ใช้อุปกรณ์ตอนเดินเพื่อความปลอดภัย ควบคู่กับฝึกกล้ามเนื้อ แล้วประเมินซ้ำเป็นระยะค่ะ
AFO ต้องใส่ตลอดเวลาไหม
ส่วนใหญ่ใส่ตอนยืนและเดินค่ะ ช่วงอื่นทำตามที่นักกายภาพกำหนดค่ะ
ซื้ออุปกรณ์ประคองข้อเท้าสำเร็จรูปมาใส่เองได้ไหม
ไม่แนะนำค่ะ ขนาดและมุมที่ไม่พอดีอาจกดผิวจนเป็นแผล ควรให้นักกายภาพประเมินก่อนค่ะ
ผู้ป่วยเท้าตกควรใส่รองเท้าแบบไหน
รองเท้าหุ้มส้น พื้นไม่ลื่น กว้างพอใส่อุปกรณ์ และปรับสายรัดได้ค่ะ เลี่ยงรองเท้าแตะและเดินเท้าเปล่าค่ะ
ยืดข้อเท้าทุกวัน ช่วยกันข้อเท้าติดได้ไหม
งานวิจัยพบว่าการยืดอย่างเดียวเพิ่มช่วงข้อได้น้อยมาก จึงยังสรุปไม่ได้ว่ากันข้อติดได้ค่ะ ทำท่ายืดตามที่นักกายภาพสอน ค้างช้า ๆ ไม่กระชาก ควบคู่กับฝึกเดิน และถ้าข้อเท้าดันขึ้นได้น้อยลงเรื่อย ๆ ให้แจ้งทีมรักษาค่ะ
- Effects of an ankle-foot orthosis on balance and walking after stroke: a systematic review and pooled meta-analysis — Tyson SF, Kent RM วารสาร Archives of Physical Medicine and Rehabilitation พ.ศ. 2556 (DOI 10.1016/j.apmr.2012.12.025)
- Functional electrical stimulation and ankle foot orthoses provide equivalent therapeutic effects on foot drop: A meta-analysis — Prenton S และคณะ วารสาร Journal of Rehabilitation Medicine พ.ศ. 2561 (DOI 10.2340/16501977-2289)
- Stretch for the treatment and prevention of contractures — Harvey LA และคณะ Cochrane Database of Systematic Reviews พ.ศ. 2560 (CD007455)
- Mobility and exercise after stroke fact sheet — Stroke Foundation (ออสเตรเลีย)

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.ธัญชนก ชูธรรมสถิตย์ ว.62998 ผู้อำนวยการการแพทย์ ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การเลือกอุปกรณ์และแผนฝึกต้องให้แพทย์และนักกายภาพประเมิน ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN