กายภาพบำบัดผู้ป่วยพาร์กินสันที่ KIN

คำตอบสั้น: ยาช่วยควบคุมอาการของโรคพาร์กินสัน ส่วนการเดิน การทรงตัว และการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน ต้องฝึกร่วมกับนักกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ที่ KIN นักกายภาพบำบัดจะประเมินก่อนแล้วออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับแต่ละท่าน แพทย์เป็นผู้พิจารณาการรักษาด้วยยาและวิธีอื่น

ฝึกอะไรบ้าง
ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ · ฝึกการประสานสัมพันธ์ · ฝึกการทรงตัว · ฝึกการเดิน รวมถึงอาการเดินซอยเท้า เท้าติดเวลาก้าวขา · ฝึกกระตุ้นการรับรู้
ประเมินอะไรก่อนเริ่ม
การทรงตัวและความเสี่ยงหกล้มด้วยแบบประเมินมาตรฐานโดยนักกายภาพบำบัด · รูปแบบการเดิน · ความแข็งแรง · กิจวัตรประจำวันที่ทำได้ · ยาที่ใช้อยู่ตามที่แพทย์สั่ง
โปรแกรมกันหกล้ม (รวมผู้ป่วยพาร์กินสัน)
ประเมินการทรงตัว + ฝึกเดิน คอร์ส 5 ครั้ง 6,000 บาท · 10 ครั้ง 12,000 บาท ที่ KIN สุขุมวิท 107 (ซอยแบริ่ง 10) และ KIN ลาดพร้าว 71 · โปรโมชันถึง 31 ธ.ค. 2569
เมื่อไหร่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
หกล้มบ่อยขึ้น เดินติดขัดมากขึ้นอย่างรวดเร็ว กลืนลำบาก สำลักบ่อย หรือมีอาการใหม่ที่ไม่เคยเป็น ควรแจ้งแพทย์ที่ดูแลอยู่

คำถามที่พบบ่อย

กายภาพบำบัดช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันได้อย่างไร

ช่วยฝึกการเคลื่อนไหว การทรงตัว และการเดิน เพื่อให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงหกล้ม แต่ไม่ได้ทำให้โรคหายหรือหยุดการดำเนินของโรค

ต้องหยุดยาเมื่อมาฝึกกายภาพบำบัดหรือไม่

ไม่ต้องหยุด ให้ใช้ยาตามที่แพทย์สั่งและแจ้งนักกายภาพบำบัดว่ากินยาเวลาใด เพื่อจัดเวลาฝึกให้เหมาะ

ฝึกที่บ้านได้ไหม

ได้ นักกายภาพบำบัดจะสอนท่าฝึกที่ทำเองที่บ้านได้อย่างปลอดภัย และมีบริการ กายภาพบำบัดที่บ้าน สำหรับผู้ที่เดินทางลำบาก

ปรึกษาและนัดประเมิน โทร 02-096-4996 · ดูอัตราค่าบริการที่ กายภาพบำบัด ราคาเท่าไหร่

โรคพาร์กินสัน (Parkinson's disease)

 
 
 

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการของโรคนี้ ?

โรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์สมอง โดยเฉพาะส่วนที่สร้างโดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่จำเป็นต่อการทำงานของสมอง ทำให้โดพามีนมีปริมาณน้อยลง จึงส่งผลให้เกิดความผิดปกติของการเคลื่อนไหว

 

 

อาการและแนวทางการดำเนินโรค

  • อาการทางกาย
    สั่น, เคลื่อนไหวช้า, หน้านิ่ง, พูดช้า เสียงค่อย, น้ำลายไหล, ร่างกายแข็งเกร็ง, เดินลำบาก, เดินซอยเท้า, เท้าติดเวลาก้าวขา, หกล้มง่าย
  • อาการทางจิตใจ
    ซึมเศร้า, วิตกกังวล
  • อาการอื่น ๆ
    ความจำระยะสั้นไม่ค่อยดีในระยะต้น ความจำเสื่อมในระยะท้าย, เหงื่อออกมาก, ท้องอืด, ท้องผูก, ปัสสาวะบ่อย, ควบคุมการปัสสาวะไม่ได้, การรับรู้กลิ่นและรสไม่ดี, มึนศีรษะเวลาลุกขึ้นเนื่องจากความดันโลหิตต่ำลง

 

แนวทางการดำเนินโรค

อาการของโรคจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากความเสื่อมของเซลล์สมอง ทำให้สูญเสียสมองส่วนที่ทำหน้าที่ในการผลิตสารสื่อประสาทไปและไม่สามารถสร้างขึ้นทดแทนใหม่ได้

 

 

วิธีการรักษา

  1. การรักษาด้วยตัวเอง

    ออกกำลังกายและฝึกตามที่นักกายภาพบำบัดแนะนำ

  2. การรักษาทางกายภาพบำบัด
    • ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
    • ฝึกการประสานสัมพันธ์ (coordination)
    • ฝึกการทรงตัว
    • ฝึกการเดิน
    • กระตุ้นการรับรู้
  3. การรักษาอื่น ๆ

    ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคพาร์กินสันให้หายขาดหรือหยุดยั้งการดำเนินของโรคได้ ซึ่งวิธีการรักษาที่ใช้โดยทั่วไปมีดังนี้

    • การรักษาด้วยยา เป็นการรักษาตามอาการ โดยใช้ยาที่ออกฤทธิ์ที่ระบบโดพามีน
    • การรักษาโดยการผ่าตัดกระตุ้นสมองส่วนลึก (deep brain stimulation) เป็นวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังขั้วไฟฟ้าเพื่อไปกระตุ้นสมอง ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ซึ่งเคยได้รับการรักษาด้วยยา แต่มีอาการมากขึ้นจนการรักษาด้วยยาไม่ให้ผลดีเท่าที่ควร
    • ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

     

การป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีกของโรคนี้

  1. รับประทานยาชะลอการฝ่อลีบของสมองและรักษาระดับความรุนแรงของโรคไม่ให้เพิ่มมากขึ้น
  2. ออกกำลังกายเพื่อป้องกันการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อจากการมีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ที่ลดลง
 

   

 
    

ติดต่อเรา (Contact)

สนใจสอบถามข้อมูล และ ติดตาม KIN (คิน) - Rehabilitation & Homecare

Line

@Kinrehab

Call

091-803-3071

Call

095-884-2233