ใบผลอัลตราซาวด์หลอดเลือดคอบอกหลัก ๆ ว่ามีคราบไขมันหรือไม่ และหลอดเลือดตีบกี่เปอร์เซ็นต์ซึ่งประเมินจากความเร็วของเลือด บางแห่งรายงานความหนาผนังเพิ่ม ตัวเลขต้องอ่านคู่กับอาการและปัจจัยเสี่ยง การตัดสินใจรักษาจึงเป็นของแพทย์ ไม่ใช่ตัวเลขช่องใดช่องหนึ่ง
อ่านผลอัลตราซาวด์หลอดเลือดคอ
คราบไขมัน ตีบกี่เปอร์เซ็นต์ และความหนาผนัง หมายถึงอะไร
ใบผลเต็มไปด้วยตัวย่อ PSV EDV ICA CCA และตัวเลขเปอร์เซ็นต์ บทความนี้แปลทีละคำ บอกว่าแนวทางสากลแบ่งระดับการตีบอย่างไร และอะไรที่ตัวเลขบอกไม่ได้
เลือดวิ่งเร็วขึ้นตรงจุดที่หลอดเลือดแคบ
ต่ำกว่า 50% · 50–69% · 70% ขึ้นไป · เกือบตัน · ตัน
ผิวเรียบหรือขรุขระ มีหินปูนหรือไม่
อาการ ประวัติ ปัจจัยเสี่ยง ไม่ใช่ตัวเลขอย่างเดียว
ผมตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดคอเองและอธิบายผลให้คนไข้ทุกครั้ง คำถามที่ได้ยินบ่อยคือ ตีบ 40% อันตรายไหม และความเร็ว 150 แปลว่าอะไร บทความนี้เปิดดูคู่กับใบผลของตัวเองได้
เป็นความหมายทั่วไปของศัพท์ในใบผล ไม่ใช่การแปลผลเฉพาะราย เกณฑ์แต่ละสถาบันอาจต่างกันเล็กน้อย มีข้อสงสัยให้ถามแพทย์ผู้ตรวจ และห้ามเริ่มหรือหยุดยาเองจากผลตรวจ
เนื้อหาในบทความนี้
1. ใบผลบอกอะไรบ้าง
คำตอบสั้น: ใบผลมักรายงานแยกซ้ายขวา แต่ละข้างบอกคราบไขมัน ความเร็วของเลือด (บางแห่งรายงานความหนาผนังด้วย) และสรุประดับการตีบเป็นช่วงเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่สำคัญที่สุดคือบรรทัดสรุปท้ายใบผล
หลอดเลือดแดงที่คอแต่ละข้างเริ่มจาก CCA แล้วแยกเป็น ICA ที่ส่งเลือดเข้าสมอง และ ECA ที่เลี้ยงใบหน้า จุดแยกเรียกว่า bulb เป็นตำแหน่งที่คราบไขมันชอบเกาะ การตีบที่เกี่ยวกับความเสี่ยงสโตรกโดยตรงคือการตีบของ ICA ใบผลจึงเน้นเส้นนี้ อ่านบรรทัดสรุป (Impression) ก่อน แล้วค่อยย้อนดูตัวเลข เพราะแพทย์สรุปจากค่าหลายตัวร่วมกับภาพ ไม่ใช่ตัวเลขช่องเดียว

ค่าความเร็วในใบผลมาจากกราฟ Doppler แบบนี้ วัดทีละจุดตามแนวหลอดเลือด
2. แปลศัพท์ในใบผลเป็นภาษาคน
คำตอบสั้น: PSV คือความเร็วเลือดสูงสุดตอนหัวใจบีบ EDV คือความเร็วตอนหัวใจคลาย ICA/CCA ratio คือการเทียบความเร็วสองจุด plaque คือคราบที่ผนัง % stenosis คือแคบลงกี่เปอร์เซ็นต์ และ CIMT คือความหนาผนังชั้นใน
| คำในใบผล | ความหมาย |
|---|---|
| PSV | ความเร็วเลือดสูงสุดตอนหัวใจบีบ (ซม./วินาที) ตัววัดหลักของการตีบ เหมือนบีบปลายสายยาง ยิ่งแคบ เลือดยิ่งวิ่งเร็ว |
| EDV | ความเร็วเลือดตอนหัวใจคลาย ใช้ช่วยยืนยัน มักสูงชัดเมื่อตีบมาก |
| ICA/CCA ratio | ความเร็วใน ICA หารด้วยความเร็วใน CCA ข้างเดียวกัน ช่วยเมื่อความเร็วโดยรวมสูงหรือต่ำผิดปกติ |
| Plaque | คราบไขมันหรือหินปูนที่นูนจากผนัง บอกว่ามีหลอดเลือดแข็งตัวแล้ว แม้ยังไม่ตีบมาก |
| % stenosis | หลอดเลือดแคบลงกี่เปอร์เซ็นต์ รายงานเป็นช่วง |
| CIMT | ความหนาผนังชั้นในและชั้นกลาง (มม.) สะท้อนความเสื่อมของผนัง ไม่ใช่การตีบ |
| Occlusion | ตันจนเลือดไม่ไหลผ่าน แพทย์ยืนยันจากภาพและ Doppler ร่วมกัน ไม่ใช่ค่าความเร็วค่าเดียว มักตรวจ CT หรือ MRI เพิ่ม |
3. ตีบกี่เปอร์เซ็นต์ แบ่งระดับอย่างไร
คำตอบสั้น: เกณฑ์ของสมาคมรังสีแพทย์อัลตราซาวด์สหรัฐ (SRU) แบ่งการตีบของ ICA เป็น ปกติ ต่ำกว่า 50% ช่วง 50–69% ช่วง 70% ขึ้นไป เกือบตัน และตัน ใช้ PSV ร่วมกับภาพคราบเป็นหลัก และใช้ ICA/CCA ratio กับ EDV ช่วยยืนยัน
| ระดับตีบของ ICA | PSV (ซม./วินาที) | ICA/CCA ratio | EDV (ซม./วินาที) |
|---|---|---|---|
| ปกติ (ไม่พบคราบ) | ต่ำกว่า 125 | ต่ำกว่า 2.0 | ต่ำกว่า 40 |
| ต่ำกว่า 50% (พบคราบ) | ต่ำกว่า 125 | ต่ำกว่า 2.0 | ต่ำกว่า 40 |
| 50–69% | 125–230 | 2.0–4.0 | 40–100 |
| 70% ขึ้นไป | มากกว่า 230 | มากกว่า 4.0 | มากกว่า 100 |
| เกือบตัน | สูง ต่ำ หรือวัดไม่ได้ | ไม่แน่นอน | ไม่แน่นอน |
| ตัน | วัดไม่ได้ ไม่เห็นรูให้เลือดผ่าน | - | - |
ที่มา: SRU Consensus Conference (Grant และคณะ วารสาร Radiology ปี 2546)
เกณฑ์ปรับปรุงของ IAC ปี 2566 คณะกรรมการรับรองห้องตรวจหลอดเลือดสหรัฐ (IAC) แนะนำให้ปรับจุดตัดของตีบ 50–69% เป็น PSV 180–230 ซม./วินาที แต่ PSV 125–180 ร่วมกับ ICA/CCA ratio ตั้งแต่ 2.0 ก็ยังเข้าได้กับ 50–69% ส่วน 70% ขึ้นไปคงเดิม ต่างที่จึงอาจใช้เกณฑ์ต่างกัน
เปอร์เซ็นต์คิดแบบงานวิจัย NASCET คือเทียบรูที่แคบที่สุดกับขนาด ICA ส่วนปลายที่ปกติ แนวทางสมาคมศัลยกรรมหลอดเลือดยุโรป (ESVS) ปี 2566 ใช้วิธีนี้เพื่อให้เทียบผลกันได้ ผลจึงออกเป็นช่วง เพราะอัลตราซาวด์ประเมินจากความเร็วเลือด ไม่ได้วัดรูด้วยไม้บรรทัด
ตัวเลขอาจคลาดได้ อีกข้างตันหรือตีบมากทำให้ความเร็วสูงเกินจริง · หัวใจบีบอ่อนหรือเต้นไม่สม่ำเสมอทำให้ต่ำกว่าจริง · หินปูนบังภาพ · ตีบเกือบตันความเร็วอาจกลับลดลง แพทย์จึงอ่านคู่กับภาพ และอาจส่ง CT หรือ MRI เพิ่มเมื่อผลไม่ชัด
4. คราบไขมันแบบไหนที่แพทย์ดูละเอียด
คำตอบสั้น: นอกจากขนาด แพทย์ดูลักษณะคราบ เช่น สีเข้มหรือสว่าง ผิวเรียบหรือขรุขระ มีหินปูนหรือไม่ บางลักษณะสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้นในงานวิจัย แต่ทำนายรายบุคคลได้ไม่แม่นยำ จึงเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่คำตัดสิน
- Calcified plaque คราบหินปูน สว่างมาก มีเงาด้านหลังที่อาจบังการวัด
- Hypoechoic / echolucent plaque คราบสีเข้ม มักมีไขมันมาก แนวทางยุโรปจัดเป็นลักษณะหนึ่งที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้ที่ตีบแต่ไม่มีอาการ
- Irregular / ulcerated plaque ผิวขรุขระหรือเป็นแอ่ง แพทย์มักติดตามใกล้ชิดขึ้น
ข้อสำคัญคือ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ตัดสินการรักษาลำพัง แนวทางสมาคมหัวใจและสมาคมโรคหลอดเลือดสมองอเมริกา (AHA/ASA) ปี 2564 แยกผู้ที่เคยมีอาการ เช่น สโตรกหรือ TIA ออกจากผู้ที่ไม่เคยมีอาการ เพราะประโยชน์ของการผ่าตัดลอกคราบหรือใส่ขดลวดต่างกันมาก ผู้ที่ตีบน้อยหรือไม่มีอาการส่วนใหญ่ดูแลด้วยการคุมปัจจัยเสี่ยงและยาตามแพทย์สั่ง

“ใบผลเป็นภาพถ่ายของหลอดเลือดวันนั้น ส่วนการตัดสินใจต้องดูทั้งคน ผมตรวจเอง ชี้คราบบนจอให้ดู และอธิบายว่าตัวเลขมาจากไหน ถ้าต้องตรวจเพิ่มหรือส่งต่อ ผมบอกตรง ๆ ว่าเพราะอะไร ถ้าไม่จำเป็นก็บอกตรง ๆ เหมือนกัน”
5. ความหนาผนัง CIMT สำคัญแค่ไหน
คำตอบสั้น: CIMT บอกความเสื่อมของผนังในภาพรวม ค่าปกติเปลี่ยนตามอายุและเพศ แนวทาง ACC/AHA ปี 2556 ไม่แนะนำให้วัด CIMT เป็นประจำ เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดครั้งแรก เพราะเพิ่มความแม่นยำได้น้อย
ผนังหนาขึ้นได้ตามอายุ ความดันสูง และปัจจัยเสี่ยงอื่น ค่าที่สูงกว่าคนวัยเดียวกันเป็นสัญญาณให้คุมปัจจัยเสี่ยงจริงจังขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าตีบ และไม่ใช้ตัดสินเรื่องยาหรือหัตถการโดยลำพัง การพบคราบไขมันให้ข้อมูลชัดกว่า
6. ต้องตรวจซ้ำบ่อยแค่ไหน และคุมอะไรได้
คำตอบสั้น: ไม่มีรอบตายตัวสำหรับทุกคน แพทย์กำหนดจากระดับตีบ อาการ และการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่ตีบระดับปานกลางขึ้นไปมักได้รับการนัดติดตาม ส่วนผู้ที่ไม่พบคราบหรือพบเล็กน้อยมักไม่จำเป็นต้องตรวจซ้ำถี่ และไม่ว่าผลระดับใด สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงคือการคุมปัจจัยเสี่ยงและใช้ยาตามแพทย์สั่ง
- ไม่พบคราบหรือพบเล็กน้อย ดูแลปัจจัยเสี่ยงต่อเนื่อง การตรวจซ้ำขึ้นกับดุลยพินิจแพทย์
- ตีบ 50% ขึ้นไป ไม่มีอาการ แพทย์มักนัดอัลตราซาวด์ซ้ำเป็นระยะ รอบขึ้นกับระดับตีบ การเปลี่ยนแปลง และความเหมาะสมที่จะทำหัตถการถ้าจำเป็น
- ตีบมากร่วมกับเพิ่งมีอาการ TIA หรือสโตรก ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ต้องพบแพทย์ระบบประสาทหรือศัลยแพทย์หลอดเลือดโดยเร็ว เพราะถ้ามีข้อบ่งชี้ การรักษายิ่งเร็วยิ่งได้ประโยชน์ ห้ามรอรอบนัดปกติ
- หลังผ่าตัดหรือใส่ขดลวด แพทย์ผู้ทำหัตถการกำหนดรอบติดตาม
ตรวจซ้ำทุกครั้งควรนำใบผลเก่ามาด้วย เพราะแพทย์สนใจการเปลี่ยนแปลงมากกว่าตัวเลขครั้งเดียว ปัจจัยที่คุมได้คือ ความดัน ไขมัน (เป้าหมายแต่ละคนไม่เท่ากัน แพทย์เป็นผู้กำหนด) น้ำตาล บุหรี่ทุกชนิด น้ำหนัก และการออกกำลังกาย ห้ามเริ่ม เปลี่ยน หรือหยุดยาเองจากผลตรวจ อ่านเพิ่มที่ ตรวจหลอดเลือดคอ คัดกรองความเสี่ยงสโตรก · และ ผลปกติ ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงเป็นศูนย์
ไม่มีอาการ ควรตรวจไหม USPSTF ไม่แนะนำคัดกรองในผู้ใหญ่ทั่วไปที่ไม่มีอาการ แนวทางยุโรปปี 2566 ให้พิจารณาตรวจแบบเลือกกลุ่มในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ ควรคุยกับแพทย์ก่อนว่าผลตรวจจะช่วยการดูแลหรือไม่
7. อาการที่ต้องโทร 1669 ทันที
คำตอบสั้น: หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด เดินเซ หรือตามัวทันที แม้หายเองในไม่กี่นาที ให้โทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอนัดตรวจ และไม่ต้องรอดูใบผล
จำด้วย B.E. FAST B ทรงตัวไม่ได้ · E ตามัวทันที · F หน้าเบี้ยว · A แขนขาอ่อนแรง · S พูดไม่ชัด · T จำเวลาเริ่มอาการแล้วโทร 1669 · อาการที่หายเองอาจเป็น TIA สัญญาณเตือนก่อนสโตรก อ่านต่อที่ B.E. FAST สัญญาณเตือนสโตรก และ TIA
ค่าบริการที่ KIN สุขุมวิท 107 ตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดแดงที่คอ 2 ข้าง โดยแพทย์เฉพาะทางรังสีร่วมรักษาตรวจเอง อ่านผลเอง และอธิบายผลให้ฟัง 30 ถึง 60 นาทีต่อท่าน ราคา 16,000 บาท · ดูโปรโมชันที่ใช้ได้ในเดือนนี้ที่ หน้าตรวจหลอดเลือดคอ · นัดหมายล่วงหน้า โทร 084-003-6655 หรือ 065-909-2599
ติดต่อสอบถาม | นัดหมายล่วงหน้า
Kin Charnn Vascular Center ตรวจหลอดเลือดที่ KIN สุขุมวิท 107 · โทร 084-003-6655 หรือ 065-909-2599 · LINE @000flhdi · นัดหมายล่วงหน้าทุกกรณี เจ้าหน้าที่แจ้งวันเวลาที่ว่างให้
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ผลอัลตราซาวด์หลอดเลือดคอบอกว่าตีบ 30% อันตรายไหม
ตีบต่ำกว่า 50% จัดเป็นระดับน้อย บอกว่ามีคราบไขมันแล้วแต่ยังไม่ตีบมาก โดยทั่วไปแพทย์เน้นคุมความดัน ไขมัน น้ำตาล และเลิกบุหรี่ ส่วนยาและรอบตรวจซ้ำ แพทย์พิจารณาตามความเสี่ยงของแต่ละคน
PSV ในใบผลคืออะไร ค่าเท่าไรถึงผิดปกติ
PSV คือความเร็วเลือดสูงสุดตอนหัวใจบีบตัว เกณฑ์ SRU ปี 2546 ใช้ ICA ต่ำกว่า 125 ซม./วินาที = ตีบไม่ถึง 50% · 125–230 = 50–69% · มากกว่า 230 = 70% ขึ้นไป ส่วนเกณฑ์ปรับปรุงของ IAC ใช้ 180–230 สำหรับ 50–69% แต่ละห้องตรวจจึงอาจต่างกัน แพทย์ต้องอ่านคู่กับภาพและค่าอื่นเสมอ
ตีบ 70% ขึ้นไปต้องผ่าตัดทุกคนไหม
ไม่เสมอไป การพิจารณาผ่าตัดลอกคราบหรือใส่ขดลวดขึ้นกับว่าเคยมีอาการสโตรกหรือ TIA หรือไม่ อายุ โรคประจำตัว และความเสี่ยงของหัตถการ แพทย์จะประเมินร่วมกัน และอาจส่งตรวจเพิ่มก่อนตัดสินใจ
ความหนาผนังหลอดเลือด CIMT หนา แปลว่าหลอดเลือดตีบไหม
ไม่ได้แปลว่าตีบ CIMT บอกความเสื่อมของผนังในภาพรวม ค่าปกติเปลี่ยนตามอายุและเพศ แนวทาง ACC/AHA ไม่แนะนำให้วัด CIMT เป็นประจำเพื่อประเมินความเสี่ยง การดูว่ามีคราบไขมันหรือไม่ให้ข้อมูลมากกว่า
พบคราบไขมันแต่ตีบไม่ถึง 50% ต้องกินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาลดไขมันไหม
ขึ้นกับความเสี่ยงรวมของแต่ละคน เช่น เคยเป็นสโตรกหรือโรคหัวใจหรือไม่ ความดัน เบาหวาน ไขมัน และความเสี่ยงเลือดออก แพทย์เป็นผู้ตัดสินว่าควรใช้ยาใด ห้ามเริ่มกินแอสไพรินหรือยาลดไขมันเอง และห้ามหยุดยาที่ใช้อยู่เอง
ระหว่างรอนัดตรวจซ้ำ ถ้ามีอาการแขนขาอ่อนแรงควรทำอย่างไร
โทร 1669 ทันที ไม่ต้องรอนัด อาการหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ หรือตามัวทันที แม้หายเองในไม่กี่นาที ต้องไปโรงพยาบาลทันที
- Carotid Artery Stenosis: Gray-Scale and Doppler US Diagnosis — Society of Radiologists in Ultrasound Consensus Conference · Radiology ปี 2546
- Optimization of duplex velocity criteria for diagnosis of internal carotid artery stenosis (IAC Carotid Diagnostic Criteria Committee) · Vascular Medicine ปี 2564
- Beneficial Effect of Carotid Endarterectomy in Symptomatic Patients with High-Grade Carotid Stenosis (NASCET) · NEJM ปี 2534
- ESVS 2023 Clinical Practice Guidelines on the Management of Atherosclerotic Carotid and Vertebral Artery Disease · Eur J Vasc Endovasc Surg ปี 2566
- 2021 Guideline for the Prevention of Stroke in Patients With Stroke and Transient Ischemic Attack (AHA/ASA) · Stroke ปี 2564
- 2013 ACC/AHA Guideline on the Assessment of Cardiovascular Risk · Circulation ปี 2556
- Screening for Asymptomatic Carotid Artery Stenosis: USPSTF Recommendation Statement · JAMA ปี 2564
- SVS clinical practice guidelines for management of extracranial cerebrovascular disease · J Vasc Surg ปี 2565

เขียนและตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431 แพทย์เฉพาะทางรังสีร่วมรักษา ผู้ผ่านการรับรอง RENEW™ NCP-5 Operator Training | เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ KIN | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้นตามแนวทางเวชปฏิบัติ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะราย การตรวจและการรักษาของแต่ละคนต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา หากมีอาการฉุกเฉินโทร 1669