ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึกที่ขา หรือ DVT มักเกิดเงียบ ๆ ในคนที่ขยับตัวน้อย เช่น หลังผ่าตัด หลังสโตรก หรือนั่งนาน อาการที่พบบ่อยคือขาบวมข้างเดียว ตรวจยืนยันได้ด้วยอัลตราซาวด์ และเป็นภาวะที่ต้องตรวจให้แน่ใจก่อนเริ่ม EECP ทุกครั้ง
ลิ่มเลือดที่ขา DVT ใครเสี่ยง อาการแบบไหน
ทำไมต้องตรวจก่อนทำ EECP
ญาติผู้ป่วยหลายคนสังเกตว่าขาของคุณพ่อคุณแม่บวมขึ้นข้างเดียวหลังนอนโรงพยาบาลนาน แล้วคิดว่าเป็นเพราะไม่ได้เดิน บางครั้งนั่นคือสัญญาณของลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ บทความนี้อธิบายว่าใครเสี่ยง อาการแบบไหนต้องรีบมา และตรวจอย่างไร
มักเกิดที่น่องหรือต้นขา ขวางการไหลกลับของเลือดสู่หัวใจ
ปวดตึงน่อง อุ่น แดงกว่าอีกข้าง บางรายไม่มีอาการเลย
เหนื่อยหอบทันที เจ็บหน้าอกเวลาหายใจ ต้องโทร 1669
ไม่มีรังสี ไม่ต้องฉีดสี แพทย์กดหัวตรวจดูว่าหลอดเลือดยุบได้ไหม
ผู้ที่มาปรึกษาเรื่อง EECP ทุกคนจะได้รับการตรวจหลอดเลือดดำที่ขาก่อน เพราะปลอกลมของเครื่องบีบที่น่องและต้นขาเป็นจังหวะ ถ้ามีลิ่มเลือดค้างอยู่แล้วไม่รู้ตัว แรงบีบอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดไปที่ปอดได้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญเฉพาะคนที่จะทำ EECP ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยหลังผ่าตัด และผู้ป่วยสโตรกที่ยังขยับได้น้อยก็ควรรู้จักภาวะนี้
ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป การวินิจฉัยและการใช้ยาละลายหรือต้านการแข็งตัวของเลือดต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น

การกระดกข้อเท้าขึ้นลงบ่อย ๆ ระหว่างนอนพัก ช่วยให้กล้ามเนื้อน่องบีบไล่เลือดกลับสู่หัวใจ
เนื้อหาในบทความนี้
1. DVT คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
คำตอบสั้น: DVT คือลิ่มเลือดที่ก่อตัวในหลอดเลือดดำส่วนลึก ส่วนใหญ่อยู่ที่ขา เกิดเมื่อเลือดไหลช้า ผนังหลอดเลือดบาดเจ็บ หรือเลือดแข็งตัวง่ายกว่าปกติ สามปัจจัยนี้มักเกิดพร้อมกันในคนที่นอนหรือนั่งนาน
ปกติเลือดดำที่ขาไหลกลับขึ้นหัวใจได้เพราะกล้ามเนื้อน่องบีบตัวทุกครั้งที่เราเดินหรือขยับข้อเท้า เมื่อขาไม่ได้ขยับเป็นเวลานาน แรงบีบนี้หายไป เลือดจึงไหลช้าและจับตัวเป็นก้อนได้ง่ายขึ้น ลิ่มเลือดที่ขาเองอาจไม่อันตรายถึงชีวิตทันที แต่ถ้าหลุดลอยไปตามกระแสเลือดแล้วไปอุดหลอดเลือดที่ปอด จะเป็นภาวะฉุกเฉินที่รุนแรง
2. ใครเสี่ยง
คำตอบสั้น: กลุ่มที่เสี่ยงที่สุดคือผู้ที่ขยับตัวได้น้อยเป็นเวลานาน เช่น หลังผ่าตัดใหญ่ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ป่วยสโตรกที่ขาอ่อนแรง รองลงมาคือผู้ที่มีภาวะที่ทำให้เลือดแข็งตัวง่าย
| ปัจจัยเสี่ยง | ตัวอย่าง |
|---|---|
| ขยับตัวน้อย | นอนโรงพยาบาลนาน ผู้ป่วยติดเตียง ขาอ่อนแรงหลังสโตรก เข้าเฝือก นั่งรถหรือเครื่องบินนานหลายชั่วโมง |
| หลังผ่าตัด | โดยเฉพาะผ่าตัดสะโพก เข่า ช่องท้อง และผ่าตัดที่ใช้เวลานาน |
| เลือดแข็งตัวง่าย | โรคมะเร็งและการรักษามะเร็ง การตั้งครรภ์และหลังคลอด ยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนบางชนิด |
| ประวัติเดิม | เคยเป็นลิ่มเลือดอุดตันมาก่อน หรือมีคนในครอบครัวเป็น |
| ปัจจัยอื่น | อายุมาก น้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ หัวใจล้มเหลว |
ยิ่งมีหลายข้อพร้อมกัน ความเสี่ยงยิ่งสูง แพทย์จะประเมินรวมก่อนตัดสินว่าควรตรวจหรือควรป้องกันอย่างไร
ผู้ป่วยสโตรกเกี่ยวข้องอย่างไร ขาข้างที่อ่อนแรงขยับได้น้อย และผู้ป่วยมักนอนนานในช่วงแรก งานวิจัยในผู้สูงอายุสโตรกตีบเฉียบพลัน 177 ราย ตีพิมพ์ใน Frontiers in Public Health ปี 2569 พบว่ากลุ่มที่เริ่มขยับเร็วและแบ่งฝึกหลายครั้งต่อวัน เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำหรือปอด 2.2% เทียบกับ 10.5% ในกลุ่มเดิม · ข้อจำกัด: เป็นการศึกษาย้อนหลังในโรงพยาบาลเดียว บอกได้ถึงความสัมพันธ์ ไม่ใช่ผลของโปรแกรมที่ KIN
3. อาการแบบไหนต้องรีบมา
คำตอบสั้น: ขาบวมข้างเดียว ปวดตึงที่น่อง ผิวอุ่นหรือแดงกว่าอีกข้าง ควรพบแพทย์โดยเร็ว ส่วนอาการเหนื่อยหอบทันที เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้า หรือไอเป็นเลือด อาจเป็นลิ่มเลือดอุดปอด ต้องโทร 1669 ทันที
| อาการ | ควรทำอย่างไร |
|---|---|
| ขาบวมข้างเดียว เส้นรอบน่องใหญ่กว่าอีกข้างชัดเจน | พบแพทย์โดยเร็วภายในวันนั้น |
| ปวดตึงหรือกดเจ็บที่น่องหรือต้นขา | พบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรนวดหรือบีบขาแรง ๆ |
| ผิวบริเวณขาอุ่น แดง หรือเส้นเลือดดำขยายชัดกว่าปกติ | พบแพทย์โดยเร็ว |
| เหนื่อยหอบขึ้นมาทันที หายใจเร็ว ใจสั่น | โทร 1669 ทันที |
| เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้า ไอเป็นเลือด หน้ามืดหรือเป็นลม | โทร 1669 ทันที |
ผู้ป่วยติดเตียงหรือสื่อสารไม่ได้อาจบอกอาการไม่ได้ ผู้ดูแลจึงควรสังเกตขาทั้งสองข้างทุกวัน
อย่านวดขาที่บวมข้างเดียว ถ้าสงสัยว่ามีลิ่มเลือด การนวดหรือบีบขาแรง ๆ ไม่ช่วยให้ดีขึ้น และไม่ควรใช้ยาหรือถุงน่องรัดเองก่อนได้รับการตรวจจากแพทย์
4. ตรวจอย่างไร
คำตอบสั้น: แนวทางของสมาคมแพทย์โรคทรวงอกแห่งสหรัฐ (CHEST) แนะนำให้แพทย์ประเมินความน่าจะเป็นจากอาการและปัจจัยเสี่ยงก่อน แล้วเลือกตรวจเลือด D-dimer หรืออัลตราซาวด์หลอดเลือดดำตามความเสี่ยง ในผู้ที่ความน่าจะเป็นสูงให้ตรวจอัลตราซาวด์
การตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดดำที่ขาทำโดยวางหัวตรวจที่ขาหนีบ ข้อพับเข่า และน่อง แล้วกดหัวตรวจเบา ๆ หลอดเลือดดำปกติจะยุบแบนเมื่อถูกกด ถ้ามีลิ่มเลือดอยู่ข้างใน หลอดเลือดจะไม่ยุบ ร่วมกับดูการไหลของเลือดด้วย Doppler ไม่มีรังสี ไม่ต้องฉีดสี ใช้เวลาราว 15 ถึง 30 นาที

อัลตราซาวด์หลอดเลือดดำที่ขา ดูว่าหลอดเลือดยุบได้เมื่อกดหรือไม่ และดูการไหลของเลือด
การตรวจเลือด D-dimer มีประโยชน์ในการช่วยตัดโรคออกในผู้ที่ความเสี่ยงต่ำ แต่ค่าสูงขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น หลังผ่าตัด การอักเสบ หรืออายุมาก ค่าสูงจึงไม่ได้แปลว่ามีลิ่มเลือดเสมอ และต้องตรวจอัลตราซาวด์ต่อ
5. ทำไมต้องตรวจก่อนทำ EECP
คำตอบสั้น: ปลอกลมของ EECP บีบที่น่อง ต้นขา และสะโพกเป็นจังหวะตลอดครั้งละ 1 ชั่วโมง ถ้ามีลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำที่ขา แรงบีบอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดไปอุดปอดได้ DVT จึงเป็นข้อห้ามของการทำ EECP และต้องคัดกรองก่อนเริ่มทุกราย

ปลอกลมบีบขาเป็นจังหวะ จึงต้องแน่ใจก่อนว่าไม่มีลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำที่ขา
ขั้นตอนความปลอดภัยก่อนเริ่ม EECP ที่ KIN
อ่านข้อบ่งชี้และข้อห้ามอื่นของ EECP ได้ที่ EECP คืออะไร ข้อบ่งชี้และข้อจำกัด และทางเลือกของผู้ที่เจ็บหน้าอกเรื้อรังได้ที่ เจ็บแน่นหน้าอกเรื้อรัง มีทางเลือกอะไรบ้าง

“การตรวจหลอดเลือดดำที่ขาใช้เวลาไม่นาน แต่เป็นขั้นตอนที่ผมไม่ข้ามเลยก่อนเริ่ม EECP คนไข้บางคนไม่มีอาการขาบวมเลยแต่ตรวจพบลิ่มเลือด ถ้าเริ่มบีบขาไปโดยไม่ตรวจ ความเสี่ยงที่ตามมาไม่คุ้มกันเลย”
6. ป้องกันได้อย่างไรในผู้ที่ขยับน้อย
คำตอบสั้น: หัวใจของการป้องกันคือให้ขาได้ขยับบ่อยที่สุดเท่าที่ปลอดภัย ดื่มน้ำให้พอ และทำตามคำสั่งแพทย์เรื่องยาหรืออุปกรณ์ป้องกันในผู้ที่เสี่ยงสูง
สิ่งที่ผู้ดูแลทำได้ทุกวัน
• ชวนกระดกข้อเท้าขึ้นลงและหมุนข้อเท้า ครั้งละหลายรอบ วันละหลายครั้ง
• ลุกนั่ง ลุกยืน หรือเดินตามที่นักกายภาพบำบัดและแพทย์อนุญาต ไม่ปล่อยให้นอนทั้งวัน
• เปลี่ยนท่าบ่อย ไม่นั่งไขว่ห้างหรือพับขานาน ๆ
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ เว้นแต่แพทย์จำกัดน้ำ
• สังเกตขาทั้งสองข้างทุกวัน ถ้าบวมข้างเดียวให้แจ้งแพทย์
ยาป้องกันลิ่มเลือดและถุงน่องทางการแพทย์ต้องใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น เพราะบางคนมีข้อห้าม

การได้ลุกเดินตามแผนฟื้นฟู ช่วยให้กล้ามเนื้อน่องบีบไล่เลือดกลับสู่หัวใจตามธรรมชาติ
ที่ KIN สุขุมวิท 107 ตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดดำที่ขาโดยแพทย์ได้ในศูนย์หลอดเลือด และผู้ป่วยในโรงพยาบาลฟื้นฟูได้ฝึกขยับตามแผนของนักกายภาพบำบัดทุกวัน ดูรายละเอียดศูนย์ได้ที่ KIN × CHARNN Vascular Center · นัดหมายล่วงหน้า โทร 065-909-2599

แพทย์ผู้ควบคุมเครื่อง EECP คัดกรองลิ่มเลือดที่ขาก่อนเริ่มทุกราย
ติดต่อสอบถาม | นัดประเมินฟรี
ตรวจหลอดเลือด EECP และออกซิเจนแรงดันสูง ให้บริการที่ KIN สุขุมวิท 107 ที่เดียว นัดหมายล่วงหน้าทุกกรณี เจ้าหน้าที่แจ้งวันเวลาที่ว่างให้
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ขาบวมข้างเดียวเป็น DVT เสมอไหม
ไม่เสมอไป ขาบวมข้างเดียวเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น บาดเจ็บ การอักเสบ หรือปัญหาหลอดน้ำเหลือง แต่ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำเป็นสาเหตุที่ต้องแยกให้ได้ก่อน จึงควรพบแพทย์โดยเร็วเพื่อตรวจอัลตราซาวด์
อาการแบบไหนสงสัยลิ่มเลือดอุดปอด
เหนื่อยหอบขึ้นมาทันที หายใจเร็ว เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้า ไอเป็นเลือด ใจสั่น หรือหน้ามืด โดยเฉพาะในคนที่มีขาบวมหรือเพิ่งผ่าตัด ให้โทร 1669 ทันที
ตรวจ DVT ด้วยอัลตราซาวด์เจ็บไหม
ไม่เจ็บ อาจรู้สึกแรงกดของหัวตรวจที่ขาหนีบ ข้อพับเข่า และน่อง ไม่มีรังสี ไม่ต้องฉีดสี ใช้เวลาราว 15 ถึง 30 นาที
ทำไมต้องตรวจหลอดเลือดดำที่ขาก่อนทำ EECP
เพราะปลอกลมของ EECP บีบที่น่อง ต้นขา และสะโพกเป็นจังหวะ ถ้ามีลิ่มเลือดอยู่ แรงบีบอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดไปอุดปอด DVT จึงเป็นข้อห้ามของ EECP และต้องคัดกรองก่อนทุกราย
ผู้ป่วยติดเตียงป้องกัน DVT ได้อย่างไร
ขยับข้อเท้าขึ้นลงบ่อย ๆ ลุกนั่งหรือฝึกเดินตามที่ทีมรักษาอนุญาต เปลี่ยนท่าบ่อย ดื่มน้ำให้พอ และสังเกตขาทุกวัน ส่วนยาป้องกันลิ่มเลือดและถุงน่องทางการแพทย์ต้องใช้ตามแพทย์สั่ง
- Diagnosis of DVT: Antithrombotic Therapy and Prevention of Thrombosis, 9th ed: American College of Chest Physicians Evidence-Based Clinical Practice Guidelines วารสาร Chest ปี 2555
- Effects of evidence-based early mobilization on prognostic outcomes in older patients with acute ischemic stroke วารสาร Frontiers in Public Health ปี 2569

เขียนและตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431 แพทย์เฉพาะทางรังสีร่วมรักษา ผู้ผ่านการรับรอง RENEW™ NCP-5 Operator Training | เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ KIN | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ก.ย. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้นตามแนวทางเวชปฏิบัติ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะราย การตรวจและการรักษาของแต่ละคนต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา หากมีอาการฉุกเฉินโทร 1669