โรคพาร์กินสัน เกิดจากอะไร? สาเหตุ อาการ และแนวทางฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด | KIN

โรคพาร์กินสัน เกิดจากอะไร? สาเหตุ อาการ และแนวทางฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด | KIN
โรคระบบประสาท | 2569

โรคพาร์กินสัน เกิดจากอะไร? สาเหตุ อาการ และแนวทางฟื้นฟูที่ถูกต้อง

ทำความเข้าใจโรคพาร์กินสันตั้งแต่ต้นเหตุของการเกิดโรคจนถึงอาการที่พบบ่อย พร้อมแนวทางฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และธาราบำบัดที่ช่วยเสริมการทรงตัวและการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย

เขียนโดย: ทีมแพทย์ KIN|อัปเดต: 23 ส.ค. พ.ศ. 2569

โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease) เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ประสาทที่สร้างสารสื่อประสาทโดพามีนในสมองส่วนที่เรียกว่า Substantia Nigra ทำให้สมองสั่งการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายผิดปกติไป ส่งผลให้เกิดอาการสั่นขณะอยู่นิ่ง เคลื่อนไหวช้าลง กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง และทรงตัวลำบาก ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแท้จริงที่ทำให้เซลล์ประสาทกลุ่มนี้เสื่อมในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม อายุที่มากขึ้น และสิ่งแวดล้อมร่วมกัน โรคนี้พบได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง และมีแนวโน้มพบมากขึ้นตามจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นในสังคมไทย การเข้าใจสาเหตุและอาการตั้งแต่ระยะแรกจึงช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าสู่กระบวนการดูแลและฟื้นฟูได้ทันท่วงที

1. โรคพาร์กินสันคือโรคอะไร เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

คำตอบสั้น: โรคพาร์กินสันเป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดจากเซลล์ประสาทผลิตโดพามีนในสมองเสื่อมและตายไปทีละน้อย สาเหตุหลักยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าเกี่ยวข้องกับอายุ พันธุกรรม และสารพิษบางชนิดในสิ่งแวดล้อม

โรคพาร์กินสันจัดเป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาท (Neurodegenerative Disease) ที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และเป็นโรคทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหวที่พบมากเป็นอันดับต้น ๆ รองจากโรคหลอดเลือดสมอง โรคนี้เกิดจากการสูญเสียเซลล์ประสาทที่ผลิตสารโดพามีนในสมองส่วนก้านสมองที่เรียกว่า Substantia Nigra อย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีการสะสมของโปรตีนผิดปกติที่เรียกว่า Alpha-synuclein จับตัวกันเป็นก้อนภายในเซลล์ประสาท เรียกว่า Lewy Bodies ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ทำให้เซลล์ประสาทค่อย ๆ ตายลง เมื่อโดพามีนลดลงสมองจะไม่สามารถสั่งการควบคุมการเคลื่อนไหวได้ราบรื่นเหมือนเดิม ในผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเสื่อมนี้ จึงเรียกว่าชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Parkinson's Disease) โดยปัจจัยเสี่ยงที่พบร่วมบ่อยคืออายุที่มากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนที่สุดและมักพบในผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป รองลงมาคือพันธุกรรมหรือประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ซึ่งพบในผู้ป่วยส่วนน้อยราวร้อยละ 10-15 และการได้รับสารพิษหรือยาฆ่าแมลงบางชนิดสัมผัสต่อเนื่องเป็นเวลานาน นอกจากนี้ในผู้ป่วยส่วนน้อยอาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่ระบุได้ชัดเจน เช่น ผลข้างเคียงจากยาบางกลุ่มโดยเฉพาะยาทางจิตเวชบางชนิด โรคหลอดเลือดสมอง หรือการได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะซ้ำ ๆ ซึ่งจัดเป็นกลุ่มอาการพาร์กินสันจากสาเหตุอื่น (Secondary Parkinsonism) ไม่ใช่โรคพาร์กินสันแท้ แต่มีอาการคล้ายกันจนต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทตรวจวินิจฉัยแยกโรคให้ชัดเจนก่อนวางแผนดูแลรักษาและฟื้นฟูที่เหมาะสม เพราะแนวทางดูแลของแต่ละสาเหตุอาจแตกต่างกัน

2. อาการโรคพาร์กินสันที่พบบ่อย และแนวทางฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด

คำตอบสั้น: อาการหลักของโรคพาร์กินสันคือมือสั่นขณะอยู่นิ่ง เคลื่อนไหวช้าลง กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง และทรงตัวไม่มั่นคง ซึ่งกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และธาราบำบัดที่ KIN ช่วยฟื้นฟูการทรงตัวและการเคลื่อนไหวให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

อาการของโรคพาร์กินสันแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคืออาการด้านการเคลื่อนไหว ได้แก่ อาการสั่นขณะอยู่นิ่ง (Resting Tremor) ซึ่งมักเริ่มที่มือข้างใดข้างหนึ่งก่อน การเคลื่อนไหวช้าลงกว่าปกติ (Bradykinesia) กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง (Rigidity) และการทรงตัวไม่มั่นคงจนเสี่ยงหกล้ม (Postural Instability) รวมถึงลักษณะการเดินซอยเท้าถี่ ก้าวสั้นลง หลังค่อม และแขนไม่แกว่งข้างใดข้างหนึ่งขณะเดิน บางรายอาจสังเกตว่าใบหน้าดูนิ่งเฉยกว่าเดิม (Masked Face) หรือลายมือเขียนตัวเล็กลงเรื่อย ๆ (Micrographia) กลุ่มที่สองคืออาการที่ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวโดยตรง เช่น ท้องผูก การรับกลิ่นลดลง นอนหลับผิดปกติ เสียงพูดค่อยลง และอารมณ์ซึมเศร้าหรือวิตกกังวล ซึ่งบางครั้งปรากฏนำมาก่อนอาการสั่นหลายปี โรคนี้มีลักษณะดำเนินไปอย่างช้า ๆ ต่อเนื่องตลอดชีวิต ความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา แม้ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การใช้ยาควบคู่กับการฟื้นฟูร่างกายอย่างสม่ำเสมอช่วยชะลอความเสื่อมของการเคลื่อนไหวและคงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้นาน เนื่องจากอาการหลักกระทบการทรงตัวและการเคลื่อนไหวโดยตรง การฟื้นฟูร่างกายจึงมีบทบาทสำคัญควบคู่กับการดูแลทางยา ที่ KIN ทีมสหวิชาชีพซึ่งประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด จะร่วมกันประเมินและออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะรายบุคคล นักกายภาพบำบัดจะฝึกการทรงตัว ฝึกเดิน ฝึกการทรงท่า และยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งเพื่อคงช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อไว้ ร่วมกับธาราบำบัดในสระน้ำอุ่นที่แรงลอยตัวของน้ำช่วยพยุงร่างกายและลดความเสี่ยงหกล้มระหว่างฝึกเดินและฝึกทรงตัวได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ส่วนนักกิจกรรมบำบัดจะฝึกการใช้มือในกิจวัตรประจำวัน เช่น การแต่งตัว การรับประทานอาหาร และการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความละเอียดของนิ้วมือ เพื่อให้ผู้ป่วยพาร์กินสันยังคงดูแลตัวเองได้มากที่สุดตามศักยภาพที่มีอยู่และลดภาระของผู้ดูแลในระยะยาว ทั้งนี้หากมีอาการสั่นหรือเคลื่อนไหวผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนฟื้นฟูร่วมกันตั้งแต่ระยะแรก ไม่ควรฝึกด้วยตนเองตามลำพังโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญประเมินก่อน โดยเฉพาะในรายที่ทรงตัวไม่มั่นคงหรือเคยหกล้มมาก่อน

ปรึกษาทีมฟื้นฟูพาร์กินสันของ KIN

โทรปรึกษา: 091-803-3071

คำถามที่พบบ่อย

โรคพาร์กินสันเกิดจากอะไร

โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมและตายของเซลล์ประสาทที่ผลิตสารโดพามีนในสมองส่วน Substantia Nigra ทำให้การควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายผิดปกติ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น อายุที่มากขึ้น พันธุกรรม และการสัมผัสสารพิษบางชนิดเป็นเวลานาน

โรคพาร์กินสันคือโรคอะไร

โรคพาร์กินสันเป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาทที่ค่อย ๆ ดำเนินไปตามเวลา ส่งผลต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นหลัก พบบ่อยในผู้สูงอายุ และเป็นโรคที่ต้องดูแลระยะยาวร่วมกับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ไม่ใช่โรคติดต่อและไม่ใช่โรคทางจิตเวช

อาการเริ่มต้นของโรคพาร์กินสันเป็นอย่างไร

อาการเริ่มต้นที่พบบ่อยคือมือสั่นขณะอยู่นิ่งในข้างใดข้างหนึ่งก่อน เคลื่อนไหวช้าลงกว่าเดิม เขียนหนังสือตัวเล็กลง เสียงพูดค่อยลง ก้าวเดินสั้นลงหรือแขนไม่แกว่งข้างหนึ่ง บางรายอาจมีอาการท้องผูกหรือรับกลิ่นได้ลดลงนำมาก่อนอาการด้านการเคลื่อนไหวหลายปี

กายภาพบำบัดและธาราบำบัดช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันได้อย่างไร

กายภาพบำบัดช่วยฝึกการทรงตัว การเดิน และยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งเพื่อลดความเสี่ยงหกล้ม ธาราบำบัดในสระน้ำอุ่นใช้แรงลอยตัวของน้ำช่วยพยุงร่างกายระหว่างฝึกเดินและทรงตัวให้ปลอดภัยขึ้น ส่วนกิจกรรมบำบัดฝึกการใช้มือและทักษะในชีวิตประจำวัน ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ป่วยพาร์กินสันเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและดูแลตัวเองได้นานขึ้น

อัปเดตล่าสุด: 23 ส.ค. พ.ศ. 2569 | ทีมแพทย์ KIN | บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Tags: พาร์กินสัน โรคพาร์กินสัน เกิดจากอะไร โรคพาร์กินสั่น เกิดจากอะไร พากินสัน