รีวิวคุณอุฬาร EP.6 | ฝึกเดินในน้ำอย่างเป็นระบบ
วางรากฐานสู่การกลับมาเดินได้จริงในชีวิตประจำวัน
ลู่วิ่งในน้ำ (Underwater Treadmill) ช่วย “ลดความกลัว เพิ่มคุณภาพการเรียนรู้ของสมอง” เพื่อท่าเดินที่มั่นคงและปลอดภัย
หลังจากผ่านกระบวนการฟื้นฟูตั้งแต่การควบคุมลำตัว การนั่ง การยืน และการทรงตัวในบทเรียนก่อนหน้า วันนี้การฟื้นฟูของคุณอุฬารได้ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่หลายครอบครัวรอคอยมากที่สุด นั่นคือ การฝึกเดิน
แต่สำหรับทีมสหวิชาชีพของ KIN “การเดิน” ไม่ใช่เพียงการขยับขาไปข้างหน้า หากแต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ซับซ้อนของ สมอง กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และจิตใจ ที่ต้องทำงานประสานกันอย่างแม่นยำ
ใน EP.6 นี้ ทีมฟื้นฟูจึงเลือกใช้ เทคโนโลยีลู่วิ่งในน้ำ เป็นเครื่องมือหลัก เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ควบคุมได้ และเอื้อต่อการเรียนรู้ของระบบประสาทอย่างแท้จริง
ทำไม “การฝึกเดิน” คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke
สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอย่างคุณอุฬาร การเดินไม่ใช่ทักษะที่หายไปเพียงเพราะกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่เป็นผลจาก การสั่งการของสมองที่ขาดความต่อเนื่อง
หากเริ่มฝึกเดินในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ผู้ป่วยอาจเกิดการชดเชยท่าทาง เช่น การเอียงตัว การลากเท้า หรือการใช้ขาข้างดีมากเกินไป ซึ่งจะฝังเป็นความเคยชินในสมองและแก้ไขได้ยากในอนาคต
ดังนั้น “ช่วงเริ่มต้นของการเดิน” จึงต้องถูกออกแบบอย่างรอบคอบที่สุด
เหตุผลทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ KIN เลือกใช้ลู่วิ่งในน้ำ
1) ลดแรงกระแทก เพื่อให้สมอง “กล้าสั่งการ”
แรงพยุงของน้ำช่วยลดน้ำหนักตัวที่กดลงบนข้อเท้า เข่า และสะโพก ทำให้คุณอุฬารสามารถเริ่มก้าวเดินได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการล้ม เมื่อความกลัวลดลง ระบบประสาทจะคลายการเกร็ง และเปิดรับการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น
2) เพิ่มแรงต้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ
แรงต้านของน้ำไม่ได้รุนแรงเหมือนการฝึกบนบก แต่ให้แรงต้านที่ต่อเนื่องและควบคุมได้ ช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานตลอดช่วงการเคลื่อนไหว ส่งเสริมความแข็งแรงและความทนทานไปพร้อมกัน
3) กระตุ้น Neuroplasticity อย่างมีคุณภาพ
ทุกก้าวในน้ำจะส่งข้อมูลการเคลื่อนไหวกลับไปยังสมอง (Sensory Feedback) อย่างชัดเจน ทำให้สมองเริ่มสร้างเส้นทางประสาทใหม่สำหรับการเดิน นี่คือหัวใจของการฟื้นฟูที่ไม่ได้พึ่ง “แรง” เพียงอย่างเดียว แต่พึ่ง “การเรียนรู้ของสมอง”
เบื้องหลังการฝึกเดินของคุณอุฬารใน EP.6
การจัดแนวร่างกาย (Postural Alignment)
นักกายภาพบำบัดจะดูแลแนวศีรษะ ลำตัว สะโพก และหัวเข่าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเอียงตัวหรือการลงน้ำหนักผิดตำแหน่ง ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเดินผิดรูปแบบในอนาคต
การควบคุมจังหวะและความเร็วของการเดิน
ลู่วิ่งในน้ำช่วยกำหนดความเร็วให้เหมาะสมกับศักยภาพของคุณอุฬารในแต่ละวัน ไม่เร็วเกินไปจนเกิดการเกร็ง และไม่ช้าเกินไปจนสมองขาดการกระตุ้น
การฝึกถ่ายน้ำหนักอย่างมีเป้าหมาย
ทุกก้าวถูกออกแบบให้ขาข้างที่อ่อนแรงมีบทบาทในการรับน้ำหนัก เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของระบบประสาทและลดการพึ่งพาขาข้างดีมากเกินไป
การฟื้นฟูที่ไม่ได้ดูแลแค่ “ร่างกาย” แต่ดูแล “ความมั่นใจ”
หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของผู้ป่วย Stroke คือ ความกลัวการล้ม ทีมกายภาพบำบัดของ KIN จึงทำหน้าที่มากกว่าแค่ผู้ดูแลการเคลื่อนไหว แต่เป็น “โค้ช” ที่คอยสื่อสาร ให้กำลังใจ และสร้างความมั่นใจในทุกก้าว
เมื่อผู้ป่วยเชื่อว่าตนเอง “ทำได้อย่างปลอดภัย” สมองจะเปิดรับการเรียนรู้ได้ดีกว่า และผลลัพธ์ของการฟื้นฟูจะก้าวหน้าอย่างชัดเจน
จากการเดินในน้ำ สู่การเดินบนพื้นจริง
การฝึกเดินในน้ำคือขั้นตอนสำคัญในการเตรียมร่างกายและสมอง ก่อนถ่ายโอนทักษะไปสู่การเดินบนพื้นปกติ เมื่อรูปแบบการเดินถูกต้อง ถูกฝึกซ้ำอย่างมีคุณภาพ สมองจะจดจำและนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมจริงได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงของการล้มและการบาดเจ็บในอนาคต
คำถามเกี่ยวกับการฝึกเดินในน้ำ
Q: ผู้ป่วยที่ยังอ่อนแรงมากสามารถฝึกได้หรือไม่?
A: ได้ครับ ระดับน้ำและความเร็วสามารถปรับให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ทำให้แม้ผู้ที่ยังไม่มีแรงมากก็สามารถเริ่มฝึกได้อย่างปลอดภัย
Q: ฝึกในน้ำแล้ว จะเดินบนบกได้จริงไหม?
A: ได้จริง เพราะการฝึกในน้ำเป็นการวางรากฐานรูปแบบการเดินที่ถูกต้อง เมื่อถ่ายโอนทักษะไปสู่พื้นจริง สมองจะปรับตัวได้รวดเร็วกว่า
Q: ควรฝึกบ่อยแค่ไหนจึงจะเห็นผล?
A: โดยทั่วไปการฝึกอย่างสม่ำเสมอ 3–5 วันต่อสัปดาห์ จะเริ่มเห็นพัฒนาการด้านความมั่นคงและความต่อเนื่องของการเดินภายในไม่กี่สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
KIN – เราไม่ได้ฝึกให้ “เดินได้”
แต่เราฟื้นฟูเพื่อให้ เดินได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
EP.6 ของคุณอุฬาร คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า เมื่อการฟื้นฟูถูกออกแบบอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่รากฐานของสมอง ร่างกาย และจิตใจ การกลับมาเดินได้อีกครั้งไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม
