Dystonia คืออะไร อาการเกร็งตัวแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม
ดีสโทเนีย (Dystonia) คือภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งผิดปกติที่พบได้ทั้งแบบเฉพาะจุดและร่วมกับอาการเกร็งแขนขาในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง บทความนี้ชวนทำความรู้จักอาการเกร็ง สาเหตุ และแนวทางฟื้นฟูกล้ามเนื้อเกร็งที่ทีม KIN ดูแล
ดีสโทเนีย (Dystonia) หรือที่บางคนเรียกว่า โรคดิสโทเนีย คือกลุ่มอาการผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่อเนื่องหรือเป็นพักๆ จนเกิดท่าทางบิดเกร็งผิดปกติ ตัวแข็ง หรือเคลื่อนไหวซ้ำๆ ควบคุมไม่ได้ อาการเกร็งลักษณะนี้อาจเกิดเฉพาะจุด เช่น คอ เปลือกตา หรือมือ หรือพบร่วมกับภาวะเกร็งของแขนขาในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทีมฟื้นฟู KIN ดูแลอยู่เป็นประจำ หากมีอาการเกร็งผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกสาเหตุให้ชัดเจนก่อนเริ่มการรักษาหรือฟื้นฟู
1. Dystonia คืออะไร เกิดจากสาเหตุใด
คำตอบสั้น: ดีสโทเนีย หรือโรคดิสโทเนีย คือความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่เกิดจากสมองส่วนควบคุมกล้ามเนื้อทำงานคลาดเคลื่อน ส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อมัดตรงข้ามหดเกร็งพร้อมกันโดยไม่ได้ตั้งใจ แบ่งเป็นชนิดปฐมภูมิที่มักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด กับชนิดทุติยภูมิที่เกิดตามหลังโรคหรือภาวะอื่น
ในทางการแพทย์แบ่งดีสโทเนียตามตำแหน่งที่เกิดอาการเกร็งเป็นหลายชนิด ได้แก่ ชนิดเฉพาะจุด (focal) เช่น คอบิดเอียง (cervical dystonia) หนังตากระตุกปิดเอง (blepharospasm) หรือมือเกร็งขณะเขียนหนังสือ (writer's cramp) ชนิดที่ลามหลายส่วนติดกัน (segmental) และชนิดทั่วร่างกาย (generalized) ซึ่งพบมากในเด็กที่มีสาเหตุทางพันธุกรรม ส่วนดีสโทเนียที่เกิดตามหลังโรคหลอดเลือดสมองหรือสมองได้รับบาดเจ็บ มักแสดงอาการเกร็งครึ่งซีกของร่างกาย (hemidystonia) ร่วมกับอาการอ่อนแรงข้างเดียวกัน สาเหตุอื่นที่พบได้ ได้แก่ ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด ภาวะสมองพิการ (cerebral palsy) และโรคทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดในครอบครัว การวินิจฉัยแยกชนิดและสาเหตุที่แม่นยำจึงจำเป็นต้องอาศัยแพทย์ระบบประสาทตรวจร่างกายและซักประวัติโดยละเอียด
2. อาการเกร็งตัวแบบ Dystonia สังเกตอย่างไร เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย Stroke อย่างไร
คำตอบสั้น: อาการเกร็งจากดีสโทเนียมักเป็นการหดเกร็งกล้ามเนื้อเป็นจังหวะหรือค้างเป็นท่าผิดปกติ แย่ลงเมื่อใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้น เครียด หรือเหนื่อยล้า และมักดีขึ้นเมื่อพักหรือนอนหลับ
ผู้ที่มีอาการดีสโทเนียมักเริ่มจากกล้ามเนื้อตัวแข็งเกร็งเฉพาะจุดขณะทำกิจกรรมซ้ำๆ เช่น เขียนหนังสือ พิมพ์งาน หรือเดิน ก่อนจะค่อยๆ สังเกตเห็นท่าทางผิดปกติชัดเจนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป บางรายอาการเกร็งลดลงชั่วคราวเมื่อสัมผัสจุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่แพทย์ใช้ช่วยวินิจฉัย ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะกล้ามเนื้อเกร็งของแขนขา (spasticity) มักพบร่วมด้วยได้บ่อย ซึ่งแม้ทางการแพทย์จะถือเป็นคนละกลไกกับดีสโทเนีย แต่ทั้งสองภาวะทำให้กล้ามเนื้อตัวแข็ง ขยับข้อต่อลำบาก และกระทบการทำกิจวัตรประจำวันในลักษณะใกล้เคียงกัน หากอาการเกร็งเกิดขึ้นฉับพลันร่วมกับแขนขาอ่อนแรงข้างเดียว ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด ต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับการดูแลระยะยาว ทีมสหวิชาชีพของ KIN ซึ่งประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด ให้การฟื้นฟูกล้ามเนื้อเกร็งด้วยการยืดกล้ามเนื้อ ฝึกการเคลื่อนไหว และเทคโนโลยีสนับสนุน เช่น PMS ช่วยคลายกล้ามเนื้อเกร็ง TMS กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท และธาราบำบัด/ลู่วิ่งใต้น้ำที่ช่วยให้ขยับข้อต่อได้ง่ายขึ้นในน้ำ ทั้งนี้การวินิจฉัยและรักษาดีสโทเนียโดยตรง เช่น การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ระบบประสาทเฉพาะทาง ทีม KIN ทำหน้าที่ฟื้นฟูร่วมเพื่อเสริมการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการรักษาหลัก
นัดประเมินอาการเกร็งและกล้ามเนื้อตัวแข็งกับทีมฟื้นฟู KIN
สายด่วนกลาง: 091-803-3071
คำถามที่พบบ่อย
Dystonia คือโรคอะไร
ดีสโทเนีย (Dystonia) คือกลุ่มอาการผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งโดยไม่ได้ตั้งใจ จนเกิดท่าทางบิดเกร็งหรือตัวแข็งผิดปกติ อาจเกิดเฉพาะจุด เช่น คอหรือมือ หรือเกิดหลายส่วนของร่างกายพร้อมกัน สาเหตุมีทั้งจากพันธุกรรมและจากโรคทางสมองอื่น เช่น โรคหลอดเลือดสมอง
อาการเกร็งแบบ dystonia สังเกตอย่างไร
อาการเกร็งจากดีสโทเนียมักเป็นการหดเกร็งกล้ามเนื้อเป็นจังหวะหรือค้างเป็นท่าผิดปกติ แย่ลงเมื่อใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้น เครียด หรือเหนื่อยล้า และมักดีขึ้นเมื่อพักหรือนอนหลับ บางรายอาการลดลงชั่วคราวเมื่อสัมผัสจุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย
โรคดิสโทเนียรักษาหายไหม ต้องพบแพทย์เฉพาะทางหรือไม่
ดีสโทเนียส่วนใหญ่ควบคุมอาการได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม เช่น ยา การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน หรือกายภาพบำบัดร่วมด้วย แต่ต้องได้รับการวินิจฉัยและวางแผนรักษาจากแพทย์ระบบประสาทเฉพาะทางก่อนเสมอ การฟื้นฟูกล้ามเนื้อเกร็งด้วยกายภาพบำบัดเป็นส่วนเสริมที่ช่วยให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้นควบคู่กับการรักษาหลัก
ผู้ป่วย stroke ที่มีอาการเกร็งแขนขา ต่างจาก dystonia หรือไม่ และ KIN ช่วยอะไรได้บ้าง
ภาวะเกร็งของแขนขาในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (spasticity) เป็นคนละกลไกกับดีสโทเนียในทางการแพทย์ แต่ทำให้กล้ามเนื้อตัวแข็งและขยับลำบากในลักษณะใกล้เคียงกัน ทีมฟื้นฟูของ KIN ให้บริการกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด และเทคโนโลยีอย่าง PMS TMS และธาราบำบัด เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อเกร็งและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์หลัก
อัปเดตล่าสุด: 23 ส.ค. พ.ศ. 2569 | ทีมแพทย์ KIN | บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล