กล้ามเนื้อฉีกขาด เกิดจากอะไร? อาการและวิธีรักษาให้ฟื้นตัวไว
กล้ามเนื้อฉีกขาด (Muscle Strain) เป็นอาการบาดเจ็บที่พบบ่อยทั้งในนักกีฬาและคนทำงานทั่วไป บทความนี้อธิบายสาเหตุ ระดับความรุนแรง อาการที่ควรสังเกต และแนวทางฟื้นฟูกล้ามเนื้อกับทีมกายภาพบำบัด KIN
กล้ามเนื้อฉีกขาด (Muscle Strain) เกิดจากเส้นใยกล้ามเนื้อถูกยืดหรือหดตัวเกินขีดจำกัดจนฉีกขาด พบบ่อยจากการออกกำลังกายหักโหม ยกของหนักผิดท่า เคลื่อนไหวกะทันหันโดยไม่ได้วอร์มอัพ หรือกล้ามเนื้อล้าจากการใช้งานซ้ำเป็นเวลานาน อาการที่พบคือปวดเฉียบพลันบริเวณกล้ามเนื้อ บวม กดเจ็บ และบางรายมีรอยฟกช้ำหรือคลำเจอรอยบุ๋มของกล้ามเนื้อ หากปวดรุนแรง ขยับไม่ได้ หรือบวมมากผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินระดับความรุนแรงก่อนเริ่มฟื้นฟู
1. กล้ามเนื้อฉีกขาด เกิดจากอะไร มีกี่ระดับความรุนแรง
คำตอบสั้น: กล้ามเนื้อฉีกขาดเกิดจากแรงดึงหรือแรงกระแทกที่เกินความสามารถในการยืดหยุ่นของเส้นใยกล้ามเนื้อ พบบ่อยจากการออกกำลังกาย ยกของหนัก หรือเคลื่อนไหวกะทันหัน แบ่งความรุนแรงเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่ฉีกขาดเล็กน้อยไปจนถึงฉีกขาดสมบูรณ์
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของกล้ามเนื้อฉีกขาด ได้แก่ การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่ต้องออกแรงระเบิดหรือเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน เช่น วิ่งเร็ว กระโดด หรือเตะ การยกของหนักด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้อง การไม่ยืดกล้ามเนื้อหรือวอร์มอัพก่อนออกแรง กล้ามเนื้อที่ล้าจากการใช้งานซ้ำเป็นเวลานาน รวมถึงอายุที่มากขึ้นซึ่งทำให้ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเอ็นลดลงตามธรรมชาติ ทางการแพทย์แบ่งความรุนแรงของกล้ามเนื้อฉีกขาดออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ เกรด 1 เส้นใยกล้ามเนื้อฉีกขาดเพียงเล็กน้อย ปวดพอทน ยังพอใช้งานกล้ามเนื้อมัดนั้นได้ เกรด 2 ฉีกขาดบางส่วนมากขึ้น ปวดชัดเจน มีบวม และกำลังกล้ามเนื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเกรด 3 กล้ามเนื้อฉีกขาดสมบูรณ์ ปวดรุนแรง ใช้งานกล้ามเนื้อมัดนั้นแทบไม่ได้ บางรายคลำเจอรอยบุ๋มหรือก้อนกล้ามเนื้อที่ม้วนตัว ตำแหน่งที่พบกล้ามเนื้อฉีกขาดบ่อย ได้แก่ น่อง ต้นขาด้านหลัง (hamstring) ต้นขาด้านหน้า (quadriceps) หลังส่วนล่าง และไหล่
2. อาการกล้ามเนื้อฉีกขาดสังเกตอย่างไร และวิธีรักษาฟื้นฟูมีอะไรบ้าง
คำตอบสั้น: อาการหลักคือปวดเฉียบพลันทันทีที่บาดเจ็บ บางรายรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหรือได้ยินเสียงป๊อกในกล้ามเนื้อ ตามด้วยบวม ฟกช้ำ กดเจ็บ และกล้ามเนื้ออ่อนแรง การดูแลเบื้องต้นเน้นพักและลดบวม ร่วมกับกายภาพบำบัดฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้ออย่างเป็นขั้นตอน
เมื่อกล้ามเนื้อฉีกขาด ผู้ป่วยมักรู้สึกปวดแปลบทันทีขณะออกแรงหรือเคลื่อนไหว บางรายรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหรือได้ยินเสียงป๊อกในกล้ามเนื้อ ตามมาด้วยอาการบวม กดเจ็บ กล้ามเนื้อตึงแข็ง และอ่อนแรงเมื่อพยายามใช้งานกล้ามเนื้อมัดนั้น บางรายมีรอยฟกช้ำปรากฏขึ้นภายใน 1-2 วันหลังบาดเจ็บ ในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรกควรดูแลเบื้องต้นด้วยการหยุดพักการใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้น ประคบเย็นเพื่อลดบวมและปวด พันผ้ายืดพยุงเบาๆ และยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจ หากปวดรุนแรงมาก ขยับไม่ได้เลย บวมมากผิดปกติ หรือสงสัยฉีกขาดระดับเกรด 3 ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินและพิจารณาภาพถ่ายทางรังสีหากจำเป็น สำหรับการฟื้นฟูระยะถัดไป ทีมกายภาพบำบัดของ KIN จะประเมินระดับการฉีกขาดและวางแผนฟื้นฟูตามระยะการหายของกล้ามเนื้อ เริ่มจากการลดปวดบวมด้วยเครื่องมือทางกายภาพ ฝึกยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป ไปจนถึงการฝึกเสริมสร้างความแข็งแรงและการควบคุมการเคลื่อนไหวก่อนกลับไปใช้งานกล้ามเนื้อเต็มรูปแบบ เพื่อลดโอกาสฉีกขาดซ้ำในตำแหน่งเดิม กรณีที่ต้องการลดแรงกระแทกต่อกล้ามเนื้อขณะฝึกเคลื่อนไหว ธาราบำบัดและลู่วิ่งใต้น้ำ (Aquatic Treadmill) ที่สาขาแบริ่งช่วยให้ฝึกเคลื่อนไหวได้ในสภาวะแรงต้านน้ำที่ปลอดภัยกว่าการฝึกบนพื้นแข็ง
นัดประเมินอาการกล้ามเนื้อฉีกขาดกับทีมกายภาพบำบัด KIN
สายด่วนกลาง: 091-803-3071
คำถามที่พบบ่อย
กล้ามเนื้อฉีกขาดเกิดจากอะไร
กล้ามเนื้อฉีกขาดเกิดจากเส้นใยกล้ามเนื้อถูกยืดหรือหดตัวเกินขีดจำกัดจนฉีกขาด พบบ่อยจากการออกกำลังกายหักโหม ยกของหนักผิดท่า เคลื่อนไหวกะทันหันโดยไม่ได้วอร์มอัพ หรือกล้ามเนื้อล้าจากการใช้งานซ้ำเป็นเวลานาน
อาการกล้ามเนื้อฉีกขาดเป็นอย่างไร
อาการหลักคือปวดเฉียบพลันทันทีที่บาดเจ็บ บางรายรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหรือได้ยินเสียงป๊อกในกล้ามเนื้อ ตามด้วยบวม กดเจ็บ ฟกช้ำ และกล้ามเนื้ออ่อนแรงเมื่อพยายามใช้งานกล้ามเนื้อมัดนั้น
กล้ามเนื้อฉีกขาดดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร ต้องพบแพทย์เมื่อไหร่
ในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรกควรหยุดพักการใช้งานกล้ามเนื้อ ประคบเย็น พันผ้ายืดพยุงเบาๆ และยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจ หากปวดรุนแรงมาก ขยับไม่ได้ บวมมากผิดปกติ หรือสงสัยฉีกขาดระดับรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินทันที
วิธีรักษากล้ามเนื้อฉีกขาดด้วยกายภาพบำบัดที่ KIN เป็นอย่างไร
ทีมกายภาพบำบัดของ KIN ประเมินระดับการฉีกขาดและวางแผนฟื้นฟูตามระยะการหายของกล้ามเนื้อ ตั้งแต่ลดปวดบวม ฝึกยืดเหยียด ไปจนถึงเสริมสร้างความแข็งแรงและควบคุมการเคลื่อนไหว พร้อมธาราบำบัด/ลู่วิ่งใต้น้ำเพื่อฝึกเคลื่อนไหวโดยลดแรงกระแทกต่อกล้ามเนื้อ
อัปเดตล่าสุด: 23 ส.ค. พ.ศ. 2569 | ทีมแพทย์ KIN | บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล