ระบบกล้ามเนื้อ และโครงสร้างกระดูก (Musculoskeletal system) หมายถึง ระบบอวัยวะที่รวมเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นยึดข้อ เส้นประสาท และหลอดเลือดเลี้ยงเนื้อเยื่อกระดูกเยื่อหุ้มข้อกระดูก และข้อกระดูก หมอนกระดูกสันหลัง และกระดูกโครงสร้างร่างกาย
ภาวะผิดปกติของกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นกลุ่มโรคที่มีสาเหตุมาหลายปัจจัย จากท่าทางซ้ำๆ หรือการออกแรงเกินกำลัง รวมทั้งท่าทางที่ฝืนธรรมชาติ ปัจจัยจากการทำงานเป็นสาเหตุหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น การทำกิจกรรมที่บ้าน ความผิดปกติของโครงสร้างร่างกายที่มีอยู่เดิม ความเสื่อมตามอายุ หรือสภาวะทางจิตใจ เป็นต้น ซึ่งจะมีผลต่อความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูก และกล้ามเนื้อได้เช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค
อาการปวดกล้ามเนื้อมีอาการปวดแบบใดบ้าง
- ปวดตึง
- ปวดหนัก
- ปวดมากจนไม่สามารถขยับส่วนนั้นได้
- ปวดเมื่อย
- ปวดเมื่อขยับตัว เช่น การเอี้ยวตัวไปหยิบของ การหันหน้า การก้มเก็บของ
- ปวด หรือมีการเสียวแปล๊บ ๆ
- ปวด และมีอาการชาร่วมด้วย
อาการปวดกล้ามเนื้อที่เกิดจากการทำงาน มีดังนี้
- ปวดหลัง (Dorsalgia)
- ปวดคอ บ่า ไหล่ (Office Syndrome)
- ปวดหลังส่วนล่าง (Low back pain)
- เยื่อหุ้มข้อและปลอกเอ็นอักเสบ (Synovitis and tenosynovitis)
- นิ้วล็อค นิ้วไกปืน นิ้วลั่น
- ปลอกเอ็นกล้ามเนื้ออักเสบบริเวณปลายยื่นกระดูกเรเดียส
- ความผิดปกติของเนื้อเยื่ออ่อน
- เนื่องจากการใช้งานมากเกินและแรงกดทับ (Soft tissue disorders related to use, overuse and pressure)
- ปลอกเอ็นกล้ามเนื้อที่มือและข้อมืออักเสบเรื้อรัง
- เอ็นยึดกระดูกอักเสบแบบอื่นๆ (Other enthesopathies)
- รอยนูนเหนือปุ่มกระดูกต้น
- แขนอักเสบด้านใน
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ
- เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อมากจนเกินไป กล้ามเนื้อหดเกร็งอย่างเฉียบพลัน
- การอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานาน ๆ เช่น การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์
- การนอน การนั่ง การยืนที่ผิดท่า หรือผิดปกติ
- อุบัติเหตุของการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
- การอักเสบของเส้นประสาทของสมอง
- โรคประจำตัวบางโรค อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคผิวหนัง และกล้ามเนื้ออักเสบ โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) โรคมะเร็งกล้ามเนื้อ เป็นต้น
- ภาวะหรือโรคบางอย่างก่อให้เกิดกล้ามเนื้อยึดตึงกดเจ็บได้ เช่น โรคกระดูกก้านคอเสื่อมกดทับเส้นประสาทของไหล่ และต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ เป็นต้น
- ความผิดปกติการภูมิคุ้มกัน เช่น โรคแพ้ภูมิตนเอง โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอมจี (Myasthenia gravis)
- ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาลดไขมันบางชนิด ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบอัลฟาอินเทอร์เฟอรอน หรือยาที่มีส่วนผสมของสารเสพติดอย่างโคเคนและแอลกอฮอล์ เป็นต้น
- กล้ามเนื้ออักเสบจากการติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อไวรัส ติดเชื้อแบททีเรีย
- เกิดจากภาวะความเครียด วิตกกังวล
- เกิดจากการส่งต่อจากพันธุกรรม
วิธีการป้องกันอาการปวดกล้ามเนื้อ
- พนักงานออฟฟิศ ระวะที่นั่งทำงาน ควรลุก หรือยืนขึ้น เพื่อยืดเส้นยืดสายทุก ๆ 1 ชั่วโมง เพื่อคลายกล้ามเนื้อ
- ควรยืดกล้ามเนื้อก่อนทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังการ การปั่นจักรยาน เพื่อลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
- เวลาออกกำลังกายควร Warm Up และ Cool Down หลังออกกำลังกายทุกครั้ง
- นอน และดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
การรักษา
- เมื่อเกิดอาการเจ็บปวดควรพักผ่อน หรือหยุดกิจกรรม เพื่อหาสาเหตุในการปวด
- รับประทานยาแก้ปวด หรือหาพลาสเตอร์บรรเทาปวดมาแปะเพื่อบรรเทาอาการปวด
- ยืด และบริหารกล้ามจุดที่ปวดอย่างระมัดระวัง
- ประคบร้อน และประคบเย็น เพื่อลดอาการปวด
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ หรือกิจกรรมช่วยบรรเทาความเครียด เช่น ฟังเพลง ทำงานอดิเรก ออกกำลัง หรือทำสมาธิ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นประจำ
- การฝังเข็ม ฝังเข็มครอบแก้ว หรือฝังเข็ม ช่วยลดปวด
- การนวด เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ นวดได้ทั้งแผนไทย และวิทยาศาสตร์การกีฬา
- การทำกายภาพบำบัด ลดอาการเจ็บปวดด้วยเครื่องรักษาทางกายภาพบำบัด เช่น เครื่องเลเซอร์ ช็อคเวฟ อัลตราซาวน์ กระตุ้นไฟฟ้า เป็นต้น
สาขา รพ.ประสานมิตร ถนนพหลโยธิน (รับเฉพาะผู้ป่วยนอก)
โทร : 081-632-8188 / 083-441-1363
LINE สอบถามรายละเอียด @KinPrasanmit (มี @ ข้างหน้า)
หรือ Click : https://lin.ee/UPfzPk7
หรือ Clink line : https://lin.ee/AB1DkvQ