ทำไมผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) แต่ละคนมีอาการไม่เหมือนกัน
อาการของผู้ป่วย stroke ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของสมองที่เสียหาย ไม่มีสูตรฟื้นฟูสำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกคน นี่คือเหตุผลที่ทีม KIN ประเมินและออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคลให้ผู้ป่วยแต่ละราย
ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) สองคนแม้เป็นโรคเดียวกัน อาจมีอาการที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะสมองแต่ละตำแหน่งทำหน้าที่ควบคุมร่างกายคนละส่วน ผู้ป่วยที่สมองซีกซ้ายเสียหายมักมีปัญหาด้านการพูดและความเข้าใจภาษา ขณะที่ผู้ป่วยสมองซีกขวาเสียหายมักมีปัญหาด้านการทรงตัวและการรับรู้พื้นที่รอบตัว บางคนแขนขาอ่อนแรง บางคนกลืนลำบาก บางคนความจำเปลี่ยนไป ความแตกต่างนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทีมฟื้นฟูของ KIN จึงไม่ใช้แผนฟื้นฟูแบบเดียวกันซ้ำกับผู้ป่วยทุกราย
1. ทำไมอาการ Stroke ของแต่ละคนถึงไม่เหมือนกัน
คำตอบสั้น: อาการของผู้ป่วย stroke ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของสมองที่ขาดเลือดหรือมีเลือดออก เนื่องจากสมองแต่ละส่วนควบคุมหน้าที่คนละอย่าง เช่น การเคลื่อนไหว การพูด การมองเห็น หรือการทรงตัว เมื่อตำแหน่งที่เสียหายต่างกัน อาการที่แสดงออกจึงต่างกันไปด้วย แม้จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น stroke เหมือนกัน
โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากสองสาเหตุหลัก คือหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันจนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ (ischemic stroke) และหลอดเลือดสมองแตกจนมีเลือดออกในเนื้อสมอง (hemorrhagic stroke) ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใด ผลลัพธ์คือเซลล์สมองบริเวณนั้นขาดออกซิเจนและถูกทำลาย สมองแต่ละตำแหน่งทำหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน สมองกลีบหน้าควบคุมการเคลื่อนไหวและการวางแผน สมองซีกซ้ายในคนส่วนใหญ่ควบคุมการพูดและภาษา สมองซีกขวาควบคุมการรับรู้พื้นที่และความสนใจต่อสิ่งรอบตัว สมองน้อยควบคุมการทรงตัวและความสัมพันธ์ของการเคลื่อนไหว ส่วนก้านสมองควบคุมการหายใจและสัญญาณชีพ เมื่อตำแหน่งที่ขาดเลือดต่างกัน อาการที่ปรากฏจึงต่างกันไปด้วย นอกจากตำแหน่งแล้ว ขนาดของรอยโรค ระยะเวลาที่สมองขาดเลือดก่อนได้รับการรักษา อายุ และโรคประจำตัวของผู้ป่วยแต่ละคน ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ความรุนแรงและรูปแบบอาการแตกต่างกันไปอีกชั้นหนึ่ง
2. เพราะอาการต่างกัน KIN จึงออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล ไม่ใช้แผนสำเร็จรูป
คำตอบสั้น: เพราะอาการที่ต่างกันต้องการการฟื้นฟูที่ต่างกัน ทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัดของ KIN จะประเมินตำแหน่งความเสียหายและอาการเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละคนก่อนออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูที่ตรงจุด แทนที่จะใช้ตารางฝึกแบบเดียวกับผู้ป่วยทุกราย
ด้วยเหตุที่อาการ stroke แต่ละคนไม่เหมือนกัน การฟื้นฟูจึงต้องเริ่มจากการประเมินให้ชัดเจนก่อนว่าผู้ป่วยแต่ละรายมีข้อจำกัดตรงไหนบ้าง ที่ KIN ทีมสหวิชาชีพซึ่งประกอบด้วยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด จะร่วมกันประเมินอาการ ความสามารถในการเคลื่อนไหว การพูด การกลืน และการทำกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยแต่ละคน ก่อนวางแผนฟื้นฟูที่สอดคล้องกับความเสียหายจริง ผู้ป่วยที่มีปัญหาแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีกอาจได้รับการฝึกด้วยธาราบำบัดหรือลู่วิ่งใต้น้ำเพื่อฝึกเดินและทรงตัวในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยกว่าบนบก ขณะที่ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการควบคุมกล้ามเนื้อบางส่วนอาจได้รับการพิจารณาใช้เทคโนโลยีอย่าง TMS หรือ PMS ร่วมด้วยตามความเหมาะสมของอาการ ส่วนผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการทำกิจวัตรประจำวันจะได้รับการฝึกจากนักกิจกรรมบำบัดโดยตรง แผนฟื้นฟูของผู้ป่วยแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน และจะถูกปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องตามความก้าวหน้าที่ประเมินได้จริงในแต่ละช่วง ไม่ใช่ตารางฝึกตายตัวที่ใช้ซ้ำกับทุกคน
ให้ทีม KIN ประเมินอาการเฉพาะบุคคลก่อนเริ่มฟื้นฟู
นัดประเมินฟรี โทร: 091-803-3071
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมผู้ป่วย Stroke บางคนพูดไม่ได้ แต่บางคนเดินไม่ได้ ทั้งที่เป็นโรคเดียวกัน
เพราะสมองแต่ละตำแหน่งควบคุมหน้าที่คนละอย่าง ผู้ป่วยที่สมองส่วนควบคุมภาษาเสียหายจะมีปัญหาด้านการพูด ส่วนผู้ป่วยที่สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวเสียหายจะมีปัญหาด้านการเดินหรือแขนขาอ่อนแรง แม้ทั้งคู่จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น stroke เหมือนกัน
อาการแบบไหนบ่งบอกว่าสมองซีกซ้ายหรือซีกขวาเสียหาย
สมองซีกซ้ายเสียหายมักทำให้มีปัญหาด้านการพูดและความเข้าใจภาษา ร่วมกับแขนขาขวาอ่อนแรง ส่วนสมองซีกขวาเสียหายมักทำให้มีปัญหาด้านการรับรู้พื้นที่และการทรงตัว ร่วมกับแขนขาซ้ายอ่อนแรง ทั้งนี้อาการจริงควรให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและวินิจฉัย
แผนฟื้นฟู Stroke ที่ KIN ต่างจากที่อื่นอย่างไร
ทีมสหวิชาชีพของ KIN ประเมินตำแหน่งความเสียหายและอาการเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละคนก่อนออกแบบโปรแกรมฟื้นฟู ไม่ใช้ตารางฝึกแบบเดียวกับทุกคน และปรับแผนต่อเนื่องตามความก้าวหน้าที่ประเมินได้จริงในแต่ละช่วง
ควรเริ่มฟื้นฟู Stroke เร็วแค่ไหนหลังเกิดอาการ
โดยทั่วไปยิ่งเริ่มฟื้นฟูเร็วเท่าไรยิ่งมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและตำแหน่งของสมองที่เสียหายในแต่ละคน จึงควรให้แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูประเมินอาการก่อนเริ่มโปรแกรมฟื้นฟูทุกครั้ง
อัปเดตล่าสุด: 23 ส.ค. พ.ศ. 2569 | ทีมแพทย์ KIN | บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล