ปวดคอเรื้อรังจากท่านั่งทำงาน เกิดจากอะไร? 4 ท่ากายบริหารลดปวดคอด้วยตัวเอง | KIN Rehab

ปวดคอเรื้อรังจากท่านั่งทำงาน เกิดจากอะไร? 4 ท่ากายบริหารลดปวดคอด้วยตัวเอง | KIN Rehab
ท่าบริหารกายภาพบำบัด | 2569

ปวดคอเรื้อรังจากท่านั่งทำงาน เกิดจากอะไร พร้อม 4 ท่ากายบริหารลดปวดคอ

ปวดต้นคอ ตึงคอ ก้มเงยแล้วเจ็บ มักมาจากกล้ามเนื้อคอ-บ่าตึงตัวจากท่าทางที่ใช้งานผิดจุดซ้ำๆ ทั้งจากการก้มดูจอมือถือ นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ หรือความเครียดสะสม บทความนี้ชวนสำรวจสาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดคอ พร้อม 4 ท่ากายบริหารที่นักกายภาพบำบัดแนะนำให้ลองทำเบื้องต้น

เขียนโดย: ทีมแพทย์ KIN|อัปเดต: 23 ส.ค. พ.ศ. 2569

คนที่ค้นคำว่า "ท่าลดปวดคอ" หรือ "ท่ากายบริหารคอ" ส่วนใหญ่มีอาการคล้ายกัน คือปวดตึงต้นคอ ก้มหรือเงยแล้วรู้สึกฝืด บางครั้งร้าวไปที่บ่าหรือขมับ โดยเฉพาะหลังนั่งทำงานหน้าจอนานๆ หรือก้มดูโทรศัพท์ต่อเนื่อง อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อรอบคอตึงตัวจากท่าทางที่ผิด ไม่ใช่ความผิดปกติของกระดูกโดยตรง และมักบรรเทาได้ด้วยท่ากายบริหารยืดกล้ามเนื้อที่ถูกต้อง แต่หากปวดร้าวลงแขน มีอาการชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วย ควรพบแพทย์ก่อนทำท่าบริหารด้วยตนเอง

1. ปวดคอเกิดจากอะไรได้บ้าง

คำตอบสั้น: อาการปวดคอส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรง แต่มาจากกล้ามเนื้อรอบคอและบ่าตึงตัวจากท่าทางที่ใช้งานผิดซ้ำๆ เช่น ก้มดูมือถือหรือจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป ส่วนกรณีที่ปวดร้าวลงแขนหรือมีอาการชาร่วมด้วยอาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทและต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม

อาการปวดคอที่พบบ่อยที่สุดในคนวัยทำงานมักเรียกกันว่า "text neck" หรือคอจากการก้มจอ เกิดจากการก้มศีรษะดูโทรศัพท์มือถือหรือจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานต่อเนื่อง ทำให้กล้ามเนื้อต้นคอและบ่าต้องออกแรงเกร็งค้างเพื่อพยุงน้ำหนักศีรษะในมุมที่ผิดธรรมชาติ เมื่อสะสมนานวันเข้ากล้ามเนื้อจะเกิดจุดตึงตัว (Trigger Point) ทำให้รู้สึกปวดตื้อหรือฝืดบริเวณต้นคอ ก้มหรือเงยแล้วรู้สึกติดขัด และอาจร้าวไปที่บ่าหรือขมับได้ นอกจากท่าทางแล้ว ความเครียดสะสม การนอนหลับไม่เพียงพอ การนอนผิดท่าหรือใช้หมอนไม่เหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมออฟฟิศซินโดรมที่นั่งอยู่ในท่าเดิมนานๆ โดยไม่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้อรอบคอตึงตัวง่ายขึ้นเช่นกัน ในกรณีส่วนใหญ่อาการปวดคอลักษณะนี้ไม่รุนแรงและบรรเทาได้ด้วยการปรับท่าทางร่วมกับท่ากายบริหารยืดกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม หากปวดคอร่วมกับอาการร้าวลงแขน ชาที่มือหรือปลายนิ้ว หรือรู้สึกอ่อนแรงเวลาจับสิ่งของ อาจเป็นสัญญาณของหมอนรองกระดูกคอเสื่อมหรือกดทับเส้นประสาท ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายและซักประวัติโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อแยกสาเหตุให้ชัดเจนก่อนเริ่มโปรแกรมฟื้นฟู ไม่ควรฝืนทำท่าบริหารเองต่อไปโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง

2. 4 ท่ากายบริหารลดปวดคอที่ทำได้เอง

คำตอบสั้น: ท่ากายบริหารเหล่านี้เน้นยืดคลายกล้ามเนื้อรอบคอและบ่าเบาๆ เหมาะกับอาการปวดคอที่ไม่รุนแรงและไม่มีอาการร้าวลงแขน ควรทำช้าๆ ค้างไว้ 15-20 วินาทีต่อท่า และหยุดทันทีหากปวดมากขึ้น

ท่าที่ 1 ท่าก้ม-เงยคอช้าๆ (Neck Flexion-Extension) นั่งหลังตรง ค่อยๆ ก้มคอลงจนคางเกือบชิดอก ค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเพดานเล็กน้อย ค้างไว้ 5 วินาที ทำสลับกันช้าๆ 8-10 ครั้ง ช่วยคลายความตึงบริเวณต้นคอด้านหลัง
ท่าที่ 2 ท่าเอียงคอด้านข้าง (Ear-to-Shoulder Stretch) นั่งหรือยืนหลังตรง เอียงศีรษะให้ใบหูเข้าหาไหล่ข้างเดียวกันจนรู้สึกตึงที่คอฝั่งตรงข้าม อาจใช้มือช่วยกดเบาๆ ค้างไว้ 15-20 วินาที ทำสลับข้างละ 2-3 รอบ
ท่าที่ 3 ท่าหมุนคอมองข้ามไหล่ (Neck Rotation) หันหน้าไปด้านข้างช้าๆ จนรู้สึกตึงที่คอฝั่งตรงข้าม ค้างไว้ 10-15 วินาที แล้วหมุนกลับมาตรงและหันไปอีกฝั่ง ทำสลับข้างละ 2-3 รอบ ช่วยเพิ่มองศาการหมุนคอ
ท่าที่ 4 ท่ายืดกล้ามเนื้อคอด้านข้างโดยใช้มือช่วย (Levator Scapulae Stretch) หันหน้าเฉียงประมาณ 45 องศาไปด้านตรงข้ามกับฝั่งที่ปวด ก้มมองไปทางรักแร้ฝั่งตรงข้าม ใช้มือกดศีรษะเบาๆ ให้รู้สึกตึงลึกบริเวณโคนคอถึงบ่า ค้างไว้ 15-20 วินาที ทำซ้ำ 2-3 รอบต่อข้าง ทั้ง 4 ท่านี้ควรทำอย่างช้าๆ นุ่มนวล ไม่ฝืนหรือกระชาก และควรทำเป็นประจำวันละ 2-3 รอบเพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง ก่อนเริ่มยืดควรวอร์มอัพเล็กน้อยด้วยการหมุนไหล่หรือเดินเบาๆ 3-5 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อพร้อมรับแรงยืดและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บซ้ำ หากทำแล้วรู้สึกปวดมากขึ้น ปวดร้าวลงแขน มีอาการชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วย ควรหยุดทำทันทีและปรึกษานักกายภาพบำบัดหรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อตรวจประเมินอาการอย่างละเอียดก่อนบริหารต่อ ไม่ควรฝืนทำเองต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง

นัดตรวจประเมินอาการปวดคอกับนักกายภาพบำบัด KIN

หากลองทำท่ากายบริหารแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วย ทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดของ KIN ที่สาขาลาดพร้าว 71 แบริ่ง ราชพฤกษ์ พัทยา และสาขาใกล้บ้าน สามารถตรวจประเมินและออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูให้เหมาะกับแต่ละคนได้

สายด่วนกลาง: 091-803-3071

คำถามที่พบบ่อย

ปวดคอเกิดจากอะไรบ่อยที่สุด

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวดคอคือกล้ามเนื้อรอบคอและบ่าตึงตัวจากท่าทางที่ใช้งานผิดซ้ำๆ เช่น ก้มดูโทรศัพท์มือถือหรือจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป นั่งทำงานท่าเดิมโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ หรือความเครียดสะสม ส่วนใหญ่ไม่ใช่ความผิดปกติของกระดูกโดยตรงและบรรเทาได้ด้วยการปรับท่าทางร่วมกับท่ากายบริหาร

ท่ากายบริหารลดปวดคอทำเองได้ทุกกรณีหรือไม่

ท่ากายบริหารเหมาะกับอาการปวดคอที่เกิดจากกล้ามเนื้อตึงตัวทั่วไปและไม่มีอาการร้าวลงแขน หากมีอาการปวดร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วย ไม่ควรทำท่าบริหารด้วยตนเอง ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อนเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะอาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทที่ถูกกดทับ

วิธีแก้อาการปวดคอด้วยตัวเองเบื้องต้นทำอย่างไร

เบื้องต้นสามารถปรับท่านั่งทำงานให้หลังตรง จอคอมพิวเตอร์อยู่ระดับสายตา ไม่ก้มคอค้างนาน พักเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30-60 นาที ประคบอุ่นบริเวณต้นคอประมาณ 15-20 นาทีเพื่อคลายกล้ามเนื้อ และลองทำ 4 ท่ากายบริหารที่แนะนำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน หากทำต่อเนื่องแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจประเมินหาสาเหตุที่แท้จริง

ปวดคอแบบไหนที่ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดทันที

ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดทันทีหากปวดคอร้าวลงแขน มีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปวดหลังอุบัติเหตุหรือได้รับแรงกระแทกที่คอ หรือทำท่ากายบริหารเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ เพราะอาจมีสาเหตุอื่นที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

อัปเดตล่าสุด: 23 ส.ค. พ.ศ. 2569 | ทีมแพทย์ KIN | บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Tags: ท่าลดปวดคอ ท่ากายบริหารคอ ปวดคอ วิธีแก้ปวดคอ ท่าบริหารคอ