อาการชาทั้งตัวเกิดจากอะไร? สาเหตุที่พบบ่อยและสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

อาการชาทั้งตัวเกิดจากอะไร? สาเหตุที่พบบ่อยและสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์
สัญญาณเตือนสุขภาพ | 2569

อาการชาทั้งตัวเกิดจากอะไร? สาเหตุที่พบบ่อยและสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์

คำตอบตรงประเด็นจากทีมแพทย์ KIN ว่าอาการชาแบบไหนไม่อันตรายและดีขึ้นเองได้ แบบไหนคือสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที ไม่ใช่รอดูอาการ

เขียนโดย: ทีมแพทย์ KIN |อัปเดต: 23 ส.ค. พ.ศ. 2569

อาการชาทั้งตัวหรือชาไปทั้งตัวส่วนใหญ่เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับชั่วคราวจากท่านั่งหรือท่านอน ความเครียดและการหายใจเร็วเกินไป ภาวะเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ หรือเส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวานและโรคทางกระดูกสันหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่อันตรายและดีขึ้นเมื่อแก้ที่ต้นเหตุ แต่หากชาเกิดขึ้นฉับพลันที่ซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย ร่วมกับปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือแขนขาอ่อนแรง ต้องสงสัยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ต้องโทร 1669 หรือพบแพทย์ทันที ห้ามรอดูอาการ

1. อาการชาทั้งตัวและหน้าชายิบๆ เกิดจากอะไรได้บ้าง

คำตอบสั้น: อาการชาทั้งตัวหรือหน้าชายิบๆ ส่วนใหญ่มาจากเส้นประสาทถูกกดทับชั่วคราว ความเครียดและการหายใจเร็วเกินไป ภาวะเกลือแร่หรือวิตามินบี 12 ต่ำ หรือเส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวานและโรคกระดูกสันหลัง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่อันตรายหากไม่มีอาการฉับพลันร่วมกับความผิดปกติอื่น

อาการชาทั้งตัวเกิดจากอะไรเป็นคำถามที่พบบ่อย เพราะสาเหตุมีได้หลายแบบ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงสัญญาณโรคที่ต้องเฝ้าระวัง สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือเส้นประสาทถูกกดทับชั่วคราวจากท่านั่งไขว่ห้างหรือนอนทับแขนนาน ๆ ซึ่งจะหายเองภายในไม่กี่นาทีเมื่อเปลี่ยนท่า อีกสาเหตุที่พบบ่อยคือความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะหายใจเร็วเกินไป (hyperventilation) ซึ่งทำให้ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดลดลงและเกิดอาการชาหรือหน้าชายิบๆ ร่วมกับมือเกร็งได้ นอกจากนี้ภาวะเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ เช่น แคลเซียมหรือโพแทสเซียมต่ำ และการขาดวิตามินบี 12 ก็ทำให้เกิดอาการชาปลายมือปลายเท้าหรือชาทั้งตัวได้เช่นกัน ในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี เส้นประสาทส่วนปลายอาจเสื่อมสภาพจนเกิดอาการชาเรื้อรังที่มือและเท้าทั้งสองข้าง เรียกว่าภาวะเส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวาน (diabetic neuropathy) ส่วนผู้ที่มีปัญหาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่คอหรือหลัง อาจมีอาการชาร้าวลงแขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งร่วมกับปวดหลังหรือปวดคอ และในบางรายไมเกรนที่มีออร่า (migraine with aura) ก็ทำให้เกิดอาการชาที่ใบหน้าหรือแขนข้างหนึ่งชั่วคราวก่อนปวดศีรษะได้เช่นกัน หากอาการชาเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่รุนแรง และไม่มีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย ส่วนใหญ่ไม่อันตรายและดีขึ้นเมื่อดูแลที่ต้นเหตุ เช่น ปรับท่านั่งท่านอน ลดความเครียด ควบคุมน้ำตาลในเลือด หรือเสริมวิตามินตามคำแนะนำแพทย์

2. ชาแบบไหนอันตราย สัญญาณโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องรีบพบแพทย์

คำตอบสั้น: หากมีอาการชาทั้งตัวเกิดขึ้นฉับพลันที่ซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย ร่วมกับปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง หรือมองเห็นผิดปกติ ต้องสงสัยโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) หรือ TIA และต้องโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที เพราะทุกนาทีมีผลต่อเซลล์สมองที่ขาดเลือด

ความแตกต่างสำคัญระหว่างอาการชาทั่วไปกับอาการชาที่เป็นสัญญาณอันตรายอยู่ที่ความฉับพลันและตำแหน่งที่เกิด อาการชาที่ต้องรีบพบแพทย์ทันทีคือชาที่เกิดขึ้นทันทีทันใดที่ใบหน้า แขน หรือขาซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย (ไม่ใช่ชาทั้งตัวสองข้างพร้อมกัน) โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับอาการอื่น เช่น ปากเบี้ยว มุมปากตก พูดไม่ชัดหรือพูดลำบาก แขนหรือขาข้างเดียวกันอ่อนแรงยกไม่ขึ้น มองเห็นภาพซ้อนหรือมัวข้างเดียวฉับพลัน หรือเวียนศีรษะทรงตัวไม่ได้ อาการเหล่านี้เข้าได้กับหลักการสังเกตที่เรียกว่า FAST คือ Face (ใบหน้าเบี้ยว) Arm (แขนอ่อนแรง) Speech (พูดไม่ชัด) และ Time (ต้องรีบทันที) ซึ่งเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ที่แม้อาการจะหายไปเองภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง ก็ยังถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์เช่นกัน เพราะเป็นความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดสมองเต็มรูปแบบตามมาในเวลาอันสั้น หากพบอาการชาลักษณะนี้ ให้โทรแจ้งสายด่วน 1669 หรือรีบนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ไม่ควรรอดูอาการหรือนวดคลึงเพื่อรอให้หายเอง เพราะการรักษาโรคหลอดเลือดสมองมีช่วงเวลาทองที่จำกัดหลังอาการเริ่มต้น ยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ โอกาสฟื้นตัวโดยไม่มีความพิการหลงเหลือก็ยิ่งสูงขึ้น และหลังพ้นระยะวิกฤต ทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ดูแลกระบวนการฟื้นฟูร่างกายในระยะต่อไป

ปรึกษาทีมแพทย์ KIN หากมีอาการชาที่น่าสงสัย

สายด่วนกลาง: 091-803-3071

คำถามที่พบบ่อย

อาการชาไปทั้งตัวเกิดจากอะไรได้บ้าง

อาการชาไปทั้งตัวเกิดจากได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่เส้นประสาทถูกกดทับชั่วคราวจากท่านั่งหรือท่านอน ความเครียดและหายใจเร็วเกินไป ภาวะเกลือแร่หรือวิตามินบี 12 ต่ำ ไปจนถึงเส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวานหรือโรคทางกระดูกสันหลัง ส่วนใหญ่ไม่อันตรายหากไม่มีอาการฉับพลันร่วมกับปากเบี้ยวหรือพูดไม่ชัด

หน้าชายิบๆ เป็นสัญญาณของอะไร อันตรายไหม

หน้าชายิบๆ ส่วนใหญ่เกิดจากความเครียด การหายใจเร็วเกินไป หรือไมเกรนที่มีออร่า ซึ่งมักไม่อันตรายและหายได้เอง แต่หากหน้าชายิบๆ เกิดขึ้นฉับพลันที่ซีกใดซีกหนึ่งร่วมกับปากเบี้ยวหรือพูดไม่ชัด ต้องสงสัยโรคหลอดเลือดสมองและควรพบแพทย์ทันที

มีอาการชาทั้งตัวแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

หากชาทั้งตัวหรือชาซีกใดซีกหนึ่งเกิดขึ้นฉับพลัน ร่วมกับปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง หรือมองเห็นผิดปกติ ต้องรีบโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองหรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราวที่ต้องรักษาให้ทันเวลา

ชาทั้งตัวเกิดจากอะไรควรพบแพทย์เฉพาะทางใด ตรวจอะไรบ้าง

หากอาการชาทั้งตัวเป็นเรื้อรังหรือไม่ทราบสาเหตุชัดเจน ควรพบแพทย์เฉพาะทางระบบประสาทหรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเพื่อตรวจร่างกายทางระบบประสาท ตรวจเลือดดูระดับน้ำตาลและเกลือแร่ และอาจตรวจเพิ่มเติมทางภาพถ่ายหากสงสัยปัญหากระดูกสันหลังหรือหลอดเลือดสมอง

อัปเดตล่าสุด: 23 ส.ค. พ.ศ. 2569 | ทีมแพทย์ KIN | บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Tags: ชาไปทั้งตัวเกิดจาก อาการชาทั้งตัว ชาทั้งตัวเกิดจาก หน้าชายิบๆ ชาเกิดจากอะไร มีอาการชาทั้งตัว