Stroke อย่าปล่อยไว้… จากเดินได้ อาจกลายเป็นยืนเองไม่ได้อีก

บทความสุขภาพ | KIN Rehabilitation

Stroke อย่าปล่อยไว้… จากเดินได้ อาจกลายเป็นยืนเองไม่ได้

หลายครอบครัวคิดว่า "รอให้พักก่อนแล้วค่อยฟื้นฟู" แต่ทุกวันที่รออยู่นั้น ร่างกายกำลังเสื่อมลงอย่างที่ไม่รู้ตัว

โดย ทีมวิชาการ KIN Rehabilitation & Homecare | ตรวจสอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN | อัปเดตล่าสุด: พ.ค. พ.ศ. 2569 | ใช้เวลาอ่าน 7 นาที

เนื้อหาในบทความนี้

1. ทำไม "การรอ" จึงเป็นอันตรายที่สุดสำหรับผู้ป่วย Stroke

คำตอบสั้น: ร่างกายไม่ได้ "พักเพื่อฟื้น" ขณะที่ไม่ขยับ กล้ามเนื้อกำลังฝ่อ ข้อกำลังแข็ง และสมองกำลังสูญเสียโอกาสที่จะสร้างเส้นทางประสาทใหม่ ทุกวันที่ผ่านไปโดยไม่มีการฟื้นฟูคือการสูญเสียที่กลับคืนได้ยาก

หลายครอบครัวเข้าใจว่าผู้ป่วย Stroke ควรพักก่อน แล้วค่อยฟื้นฟูเมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่เรียกว่า "พัก" นั้นคือการปล่อยให้ร่างกายเสื่อมถอยไปในหลายระบบพร้อมกัน เพราะระบบกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และระบบประสาทของมนุษย์ไม่ได้ออกแบบมาให้นอนนิ่งเป็นสัปดาห์

ความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุด

"รอให้แข็งแรงขึ้นก่อน แล้วค่อยทำกายภาพ" ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ในทางการแพทย์ผลลัพธ์ตรงข้าม เพราะกว่าจะ "แข็งแรงพอ" กล้ามเนื้อก็ลีบ ข้อก็ติด และโอกาสทองที่สมองจะฟื้นตัวได้เร็วที่สุดก็ผ่านไปแล้ว การฟื้นฟูที่ถูกต้องต้องเริ่มตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงอ่อนแรง ไม่ใช่รอจนดีขึ้นเอง

2. กล้ามเนื้อลีบและข้อต่อแข็ง เกิดเร็วกว่าที่ครอบครัวคิด

คำตอบสั้น: กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานจะเริ่มลีบฝ่อตั้งแต่สัปดาห์แรก ส่วนข้อต่อที่ไม่ถูกขยับจะเริ่มแข็งและสูญเสียช่วงการเคลื่อนไหวภายใน 2-3 สัปดาห์ ทั้งสองอย่างนี้เกิดขึ้นโดยที่ครอบครัวไม่สังเกตเห็นจนกว่าจะแย่มากแล้ว

ผู้ป่วย Stroke มีกล้ามเนื้อที่ไม่ได้รับสัญญาณจากสมองตามปกติ เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้ไม่ถูกใช้งาน ร่างกายจะย่อยสลายโปรตีนของกล้ามเนื้อเพื่อใช้เป็นพลังงาน ในผู้สูงอายุกระบวนการนี้เร็วกว่าคนทั่วไปมาก บางงานวิจัยพบว่าผู้สูงอายุที่นอนนิ่งนาน 2 สัปดาห์อาจสูญเสียกล้ามเนื้อได้มากถึง 5-10% ของมวลกล้ามเนื้อทั้งหมด

กล้ามเนื้อฝ่อ (Muscle Atrophy)

สัปดาห์แรกเริ่มลีบ สัปดาห์ที่ 2-3 สังเกตได้ชัด เมื่อกล้ามเนื้อลีบไปแล้วการฝึกในภายหลังต้องใช้เวลานานกว่าเดิมมากเพื่อสร้างกลับมา

ข้อต่อแข็ง (Joint Contracture)

เนื้อเยื่อรอบข้อที่ไม่ถูกยืดจะหดสั้นลง ข้อไหล่ ข้อเข่า ข้อเท้า เสี่ยงแข็งติดมากที่สุด ถ้าปล่อยนานพออาจแก้ไขยากมากหรือถาวร

กล้ามเนื้อเกร็ง (Spasticity)

เมื่อสมองไม่ส่งสัญญาณควบคุม กล้ามเนื้อบางส่วนจะหดเกร็งผิดปกติ ยิ่งนานยิ่งแน่น ทำให้การฟื้นฟูข้อมือ ข้อเท้า และการเดินยากขึ้นมาก

3. ระบบทรงตัวเสื่อมเร็วที่สุด เมื่อไม่ได้รับการกระตุ้น

คำตอบสั้น: การทรงตัวเป็นทักษะที่ต้องได้รับการฝึกซ้ำๆ ไม่ใช่ฟังก์ชันอัตโนมัติ เมื่อผู้ป่วย Stroke นอนนิ่งนาน ระบบประสาทที่รับผิดชอบการทรงตัวจะยิ่งอ่อนแอลง ทำให้ผู้ที่เคยเดินทรงตัวไม่ไหว กลายเป็นยืนเองไม่ได้ในที่สุด

ระบบทรงตัวของมนุษย์ทำงานจากสัญญาณที่ส่งมาจาก 3 แหล่งพร้อมกัน ได้แก่ ตา หูชั้นใน และตัวรับแรงดันในกล้ามเนื้อข้อต่อ เมื่อไม่มีการเคลื่อนไหว สัญญาณเหล่านี้ถูกส่งน้อยลง สมองเสียการ "สอบเทียบ" ตัวเองทุกวัน ผลลัพธ์คือแม้แต่การนั่งตัวตรงหรือลุกยืนก็กลายเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้

เส้นทางเสื่อมถอยที่ครอบครัวไม่รู้ตัว

สัปดาห์ 1-2เดินไม่ได้ ทรงตัวลำบาก แต่ยังลุกนั่งข้างเตียงได้
สัปดาห์ 3-4กล้ามเนื้อขาลีบลง การลุกนั่งเริ่มต้องใช้แรงช่วยมากขึ้น
เดือน 2+ระบบทรงตัวเสื่อมจนยืนพยุงเองไม่ไหว ต้องมีคนช่วยตลอด

4. ความเสี่ยง 4 อย่างที่ซ้อนกันขึ้นเมื่อปล่อยผู้ป่วยนิ่งนาน

คำตอบสั้น: การนอนนิ่งไม่ได้แค่ทำให้อ่อนแรงขึ้น แต่เพิ่มความเสี่ยงหลายอย่างพร้อมกัน แต่ละอย่างส่งผลให้อีกอย่างแย่ลง กลายเป็นวงจรที่ยากต่อการแก้ไขยิ่งปล่อยนาน

ความเสี่ยงที่ 1 — ตกล้มซ้ำ

กล้ามเนื้อที่ลีบและระบบทรงตัวที่แย่ลง ทำให้เมื่อถึงเวลาต้องลุก เสี่ยงตกล้มสูงมาก การตกล้มในผู้สูงอายุที่กระดูกบางอาจทำให้สะโพกหักหรือบาดเจ็บรุนแรงจนกลับมาฟื้นฟูได้ยากขึ้นอีก

ความเสี่ยงที่ 2 — แผลกดทับ

การนอนทับส่วนเดิมนานๆ ทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงผิวหนัง เกิดแผลที่รักษายากและเจ็บปวดมาก ในกรณีรุนแรงลุกลามถึงกระดูกและติดเชื้อในกระแสเลือดได้

ความเสี่ยงที่ 3 — กล้ามเนื้ออ่อนแรงสะสม

ยิ่งกล้ามเนื้อลีบมากขึ้น การฝึกในอนาคตต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้นเป็นทวีคูณ สิ่งที่เคยทำได้ใน 2 สัปดาห์ อาจต้องใช้ 2-3 เดือนเมื่อเริ่มสาย

ความเสี่ยงที่ 4 — เสียโอกาสกระตุ้นระบบประสาท

สมองต้องการสัญญาณซ้ำๆ จากการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างเส้นทางประสาทใหม่ทดแทนส่วนที่เสียหาย ทุกวันที่ไม่มีการกระตุ้น คือโอกาสที่ Neuroplasticity ทำงานได้น้อยลง

5. เริ่มฟื้นฟูตอนไหน? คำตอบที่ครอบครัวต้องได้ยิน

คำตอบสั้น: เริ่มฟื้นฟูทันทีที่อาการคงที่ ซึ่งมักหมายถึงภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังรับการรักษาที่โรงพยาบาล ไม่ต้องรอให้เดินได้ก่อน ไม่ต้องรอให้รู้สึกพร้อม เพราะการฟื้นฟูในระยะแรกเป็นสิ่งที่สร้างความพร้อมนั้นขึ้นมาเอง

ผู้ป่วย Stroke ที่ได้รับการฟื้นฟูแบบเข้มข้นตั้งแต่ต้นมีโอกาสกลับมาเดินได้และช่วยเหลือตัวเองได้สูงกว่าผู้ที่เริ่มช้าอย่างมีนัยสำคัญ ทีมสหวิชาชีพที่ครบถ้วนจะเริ่มจากสิ่งที่ผู้ป่วยทำได้ในขณะนั้น แล้วค่อยๆ เพิ่มความยากขึ้นตามการฟื้นตัว ไม่ใช่รอให้ผู้ป่วยดีก่อนแล้วค่อยมาสอน

ทำกายภาพบำบัดที่บ้านได้ — KIN HomeCare

ไม่สะดวกเดินทางมาศูนย์? KIN HomeCare จัดส่งนักกายภาพบำบัดวิชาชีพถึงบ้าน ต่อเนื่องตามแผนที่ทีมแพทย์ KIN วางไว้ เพื่อให้การฟื้นฟูไม่หยุดชะงักแม้อยู่ที่บ้าน ลดความเสี่ยงกล้ามเนื้อลีบและข้อติดได้ทันที

ดูรายละเอียด กายภาพบำบัดที่บ้าน

สำหรับครอบครัวที่ยังไม่แน่ใจ ทักไลน์ KIN เพื่อให้ทีมแพทย์ประเมินเคสฟรีว่าผู้ป่วยควรเริ่มโปรแกรมแบบใด ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเทคโนโลยีฟื้นฟู Strokeและทดลองโปรแกรม 7 วัน 9,999 บาทได้ที่นี่

"Stroke ไม่ใช่ช่วงที่ต้องรอให้พร้อม แต่เป็นช่วงที่ต้องทำให้พร้อม เพราะร่างกายฟื้นตัวได้เร็วที่สุดในช่วงแรก ถ้าได้รับการกระตุ้นที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรก"

— ทีมแพทย์ KIN Rehabilitation & Homecare | 6 สาขา กทม. พัทยา ศาลายา

ติดต่อสอบถาม | นัดประเมินฟรี

ลาดพร้าว 71

Medical Hub

แบริ่ง (สุขุมวิท 107)

โรงพยาบาลกายภาพบำบัด

พัทยา

ชลบุรี

ราชพฤกษ์

นนทบุรี

รามคำแหง 24

 

ศาลายา

 

คำถามที่พบบ่อย — ตอบโดยทีมแพทย์ KIN

รอให้อาการดีขึ้นก่อนแล้วค่อยทำกายภาพได้ไหม?

ไม่แนะนำ เพราะการรอทำให้กล้ามเนื้อลีบและข้อติดในระหว่างนั้น กายภาพบำบัดที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยดีขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่รอผู้ป่วยดีก่อนแล้วค่อยทำ ควรเริ่มทันทีที่อาการคงที่

ผู้ป่วยเดินไม่ได้ แต่ยังรู้สึกตัวดี เริ่มฟื้นฟูได้ไหม?

ได้ และควรเริ่มทันที การเดินไม่ได้ไม่ใช่เหตุผลที่ต้องรอ เพราะการฟื้นฟูเริ่มได้ตั้งแต่บนเตียงด้วยการขยับข้อต่อ ฝึกกลืน และกระตุ้นระบบประสาท ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนที่จะฝึกยืนและเดิน

กล้ามเนื้อที่ลีบไปแล้วฟื้นกลับมาได้ไหม?

ได้ แต่ใช้เวลานานกว่า กล้ามเนื้อที่ลีบสามารถฟื้นตัวได้ด้วยการฝึกและโภชนาการที่เหมาะสม แต่ยิ่งลีบมากยิ่งต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้น การป้องกันก่อนลีบจึงดีกว่าการรอให้ลีบแล้วค่อยฝึก

ครอบครัวช่วยขยับแขนขาให้ผู้ป่วยเองได้ไหม?

ทำได้บางส่วนหลังได้รับการสอนจากนักกายภาพบำบัดก่อน การขยับที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ไหล่หลุด กล้ามเนื้อฉีกขาด หรือข้อเคล็ดได้ ควรปรึกษาทีมแพทย์ก่อนเริ่มทำเองที่บ้าน

Stroke ที่เดินไม่ได้มีโอกาสกลับมาเดินได้แค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของ Stroke และการฟื้นฟูที่ได้รับ ผู้ป่วยที่ได้รับการฟื้นฟูเข้มข้นตั้งแต่ต้นมีโอกาสกลับมาเดินได้ในระดับหนึ่งสูงกว่าผู้ที่เริ่มช้า ทักไลน์ KIN เพื่อให้ทีมแพทย์ประเมินเคสโดยเฉพาะ

บทความ วีดีโอ สาระความรู้ การดูแลสุขภาพ อื่นๆ

KIN Rehab