นักกายภาพบำบัดมาที่บ้าน 1 ชั่วโมง ทำอะไรบ้าง — เห็นก่อนตัดสินใจ

นักกายภาพบำบัดมาที่บ้าน 1 ชั่วโมง ทำอะไรบ้าง — เห็นก่อนตัดสินใจ
 
KIN HomeCare | กายภาพบำบัดที่บ้าน

นักกายภาพบำบัดมาที่บ้าน 1 ชั่วโมง
ทำอะไรบ้าง — เห็นก่อนตัดสินใจ

เปิดทุกขั้นตอนจริงตั้งแต่กดกริ่งเข้าบ้านจนถึงสรุปผล พร้อม Timeline 60 นาที และสิ่งที่ครอบครัวควรเตรียมไว้ก่อน

เขียนโดย กภ.ชลธิชา สาลีวัสอาภรณ์ | ตรวจสอบโดยทีมแพทย์ KIN | อัปเดต มิ.ย. พ.ศ. 2569 | อ่าน 7 นาที
ระยะเวลาต่อครั้ง
ประมาณ 60 นาที
ประเมิน 15 นาที + ฝึก 30 นาที + สอนญาติ 15 นาที
ผู้ให้บริการ
นักกายภาพบำบัดใบอนุญาต กภ.
ไม่ใช่ผู้ช่วยหรือนักบริบาล
ราคา KIN HomeCare
1,800 บาท/ครั้ง | แพ็กเกจ 10 ครั้ง 1,600 บาท
ฟรีค่าเดินทาง ทั่ว กทม.+ปริมณฑล
ติดต่อนัดหมาย
โทร 084-993-6988 | LINE @Kinrehab
จันทร์–อาทิตย์ 08.00–20.00 น.

ภาพรวม: ครอบครัวจำนวนมากไม่แน่ใจว่าจะได้รับอะไรจากบริการกายภาพบำบัดที่บ้าน และกังวลว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ บทความนี้เปิดทุกขั้นตอนจริงที่นักกายภาพบำบัด KIN ทำใน 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ซักประวัติจนถึงส่งมอบโปรแกรมฝึกให้ญาติ

KIN Rehabilitation & Homecare ให้บริการกายภาพบำบัดที่บ้านโดยนักกายภาพบำบัดใบอนุญาต กภ. ทุกคน พร้อมแผนฟื้นฟูรายบุคคลและโปรแกรมสอนญาติ ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2561 ดูแลครอบครัวไทยมาแล้วกว่า 6,000 ครอบครัว

นักกายภาพบำบัด KIN ซักประวัติและประเมินผู้ป่วยในบ้านจริงก่อนเริ่มโปรแกรมกายภาพบำบัด

นักกายภาพบำบัด KIN ซักประวัติและตรวจสอบข้อมูลจากโรงพยาบาลก่อนเริ่มทุกครั้ง — ขั้นตอนที่ผู้ให้บริการทั่วไปมักข้ามไป

เนื้อหาในบทความนี้

1. Timeline 60 นาที 2. เตรียมบ้านอย่างไร 3. ญาติมีบทบาทอะไร 4. หลังจบ 1 ชั่วโมง 5. ทำไมเลือก KIN ติดต่อ KIN HomeCare

Timeline 60 นาที — นักกายภาพบำบัดทำอะไรบ้างในบ้านคุณ

คำตอบสั้น: 1 ชั่วโมงแบ่งเป็น 4 ช่วงหลัก คือซักประวัติและตรวจสอบเอกสาร ประเมินความสามารถจริงของผู้ป่วย ฝึกตามเป้าหมายรายบุคคล และสอนญาติพร้อมส่งมอบโปรแกรมฝึกต่อเนื่อง เวลาจริงแต่ละช่วงอาจยืดหยุ่นตามสภาพผู้ป่วย

KIN ต่างจากผู้ให้บริการทั่วไปอย่างไร: บริการทั่วไปมักเริ่มฝึกทันทีโดยไม่ประเมิน และจบเมื่อหมดเวลาโดยไม่มีโปรแกรมส่งต่อ KIN ใช้ทุกนาทีให้เกิดผลลัพธ์ต่อเนื่องตลอด 7 วัน ไม่ใช่แค่ 60 นาทีที่อยู่ในบ้าน

นาทีที่ 0–15 ซักประวัติและตรวจสอบข้อมูล

นักกายภาพบำบัดตรวจสอบเอกสารจากโรงพยาบาล เช่น ผลการวินิจฉัย รายการยา และข้อจำกัดที่แพทย์สั่ง จากนั้นสอบถามเป้าหมายของผู้ป่วยและครอบครัวโดยตรง — "อยากกลับมาทำอะไรได้มากที่สุด"

สิ่งที่ควรเตรียม: เอกสารจากโรงพยาบาล รายการยาปัจจุบัน และรายชื่อแพทย์ผู้ดูแล

นาทีที่ 15–30 ประเมินความสามารถจริง

ประเมินกำลังกล้ามเนื้อ ช่วงการเคลื่อนไหวข้อต่อ ความสามารถในการพลิกตัว ลุกนั่ง ยืน และเดิน รวมถึงประเมินความเสี่ยงหกล้มและตรวจสภาพแวดล้อมบ้านจริง เช่น ห้องน้ำ บันได และพื้นต่างระดับ

ผลการประเมินนี้กำหนดว่าจะฝึกอะไรก่อน และอะไรที่ยังไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยรายนี้โดยเฉพาะ

นาทีที่ 30–50 ฝึกตามเป้าหมายรายบุคคล

ฝึกตามสิ่งที่ประเมินได้และเป้าหมายของผู้ป่วย เช่น ฝึกลุกนั่งจากเตียง ฝึกยืนโดยมีจุดพยุง ฝึกเดินด้วย Walker หรือฝึกใช้แขนข้างอ่อนแรงทำกิจวัตร ทุกท่าได้รับการอธิบายเหตุผลให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจ

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจะได้รับการฝึกที่เน้นการใช้แขนขาข้างอ่อนแรงให้มากที่สุด เพื่อกระตุ้นการสร้างวงจรประสาทใหม่

นาทีที่ 50–60 สอนญาติและส่งมอบโปรแกรม

สอนญาติวิธีพยุงที่ถูกต้อง ท่าฝึกที่ทำได้ทุกวัน และข้อห้ามที่ต้องระวัง พร้อมส่งมอบโปรแกรมฝึกเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับช่วงที่นักกายภาพไม่ได้มา และบันทึกผลเพื่อรายงานให้ครอบครัวทราบ

นี่คือส่วนที่ทำให้ 1 ครั้งที่จ่ายเงินสร้างผลต่อเนื่องตลอด 7 วัน ไม่ใช่แค่วันที่นักกายภาพมา

เตรียมบ้านอย่างไรก่อนนักกายภาพบำบัดมา

คำตอบสั้น: ต้องการพื้นที่ว่างประมาณ 2x2 เมตรสำหรับฝึก เอกสารทางการแพทย์จากโรงพยาบาล และญาติ 1 คนอยู่ด้วยตลอด นักกายภาพ KIN นำอุปกรณ์พื้นฐานมาเอง

 
นักกายภาพบำบัด KIN ประเมินช่วงการเคลื่อนไหวไหล่ผู้ป่วยในบ้านจริง

การประเมินช่วงการเคลื่อนไหวไหล่ — ขั้นตอนสำคัญก่อนออกแบบโปรแกรมฝึกสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

1

เอกสารจากโรงพยาบาล — ใบสรุปการรักษา ผลการวินิจฉัย รายการยาปัจจุบัน และคำสั่งแพทย์เรื่องข้อจำกัดการลงน้ำหนักหรือการเคลื่อนไหว

2

พื้นที่ฝึก — พื้นที่ว่าง 2x2 เมตร ใกล้เตียงหรือเก้าอี้ที่ผู้ป่วยใช้ประจำ พื้นควรไม่ลื่น หากมีพรมควรพับออกก่อน

3

ญาติอยู่ด้วย 1 คน — ตลอดการบริการ เพราะจะได้รับการสอนท่าฝึกและวิธีพยุงที่ถูกต้อง ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยอยู่คนเดียวในครั้งแรก

4

เสื้อผ้าสวมใส่ง่าย — เสื้อผ้าหลวม ไม่รัดแน่น เพื่อให้นักกายภาพประเมินและฝึกได้สะดวก โดยเฉพาะช่วงแขน ขา และหลัง

5

ข้อมูลเป้าหมาย — คิดไว้ล่วงหน้าว่าอยากให้ผู้ป่วยกลับมาทำอะไรได้ เช่น "อยากลุกเข้าห้องน้ำเองได้" หรือ "อยากกินข้าวเองได้โดยไม่ต้องมีคนป้อน" เป้าหมายชัดเจน = แผนฝึกตรงจุด

บทบาทของญาติระหว่างที่นักกายภาพบำบัดอยู่ในบ้าน

คำตอบสั้น: ญาติควรอยู่ดู สังเกต และถามคำถาม ไม่ใช่ช่วยพยุงผู้ป่วยตลอดเวลา เพราะสิ่งที่นักกายภาพสอนในวันนี้ ญาติต้องนำไปใช้ต่อในวันที่นักกายภาพไม่ได้มา

นักกายภาพบำบัด KIN ฝึกเดินด้วย Walker กับผู้ป่วยในบ้านจริง ขณะที่ญาติสังเกตวิธีพยุงที่ถูกต้อง

ญาติสังเกตและเรียนรู้วิธีพยุงที่ถูกต้องจากนักกายภาพ KIN — ความรู้ที่ใช้ได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่วันที่นักกายภาพมา

สิ่งที่ญาติควรทำ
- จดโปรแกรมที่นักกายภาพสอน
- ถามถ้าไม่เข้าใจท่าฝึก
- บันทึกสิ่งที่ผู้ป่วยทำได้และทำไม่ได้
- แจ้งอาการที่พบระหว่างสัปดาห์
- ฝึกตามที่ได้รับมอบหมายทุกวัน
สิ่งที่ญาติไม่ควรทำ
- ดึงแขนหรือยกตัวผู้ป่วยผิดวิธี
- ช่วยมากเกินไปจนผู้ป่วยไม่ได้ฝึก
- กดดันให้ผู้ป่วยทำเกินกำลัง
- ปรับท่าหรือเพิ่มความยากเอง
- หยุดฝึกเมื่อผู้ป่วยบอกเหนื่อย (ต้องรายงาน)

สำคัญ: การฝึกกายภาพที่บ้านได้ผลดีที่สุดเมื่อญาติช่วยฝึกต่อเนื่องทุกวันตามโปรแกรมที่นักกายภาพออกแบบ สมองและกล้ามเนื้อเรียนรู้จากการทำซ้ำ ไม่ใช่จากการทำเป็นครั้งคราว ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่บริการกายภาพบำบัดที่บ้าน KIN

 

หลังจบ 1 ชั่วโมง ครอบครัวจะได้รับอะไรบ้าง

คำตอบสั้น: ครอบครัวควรได้รับ 4 สิ่งหลังจบทุกครั้ง คือรายงานสรุปผลการประเมิน เป้าหมายการฝึกในครั้งต่อไป โปรแกรมฝึกสำหรับญาติ และข้อแนะนำการปรับสภาพแวดล้อมบ้าน หากไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าบริการยังไม่ครบมาตรฐาน

นักกายภาพบำบัด KIN ใช้เครื่อง TENS กระตุ้นกล้ามเนื้อแขนผู้ป่วยที่บ้าน

นักกายภาพ KIN นำอุปกรณ์เฉพาะทางมาให้บริการถึงบ้าน เช่น เครื่อง TENS กระตุ้นกล้ามเนื้อ — บริการที่ผู้ให้บริการทั่วไปมักไม่มี

 
รายงานสรุปผลการประเมิน

บันทึกความสามารถปัจจุบันของผู้ป่วย เช่น กำลังกล้ามเนื้อ ช่วงการเคลื่อนไหว และความเสี่ยง เพื่อใช้เปรียบเทียบกับครั้งต่อไปว่าดีขึ้นหรือไม่

 
เป้าหมายและแผนครั้งต่อไป

ระบุชัดว่าครั้งต่อไปจะฝึกอะไร และสิ่งที่ผู้ป่วยต้องทำให้ได้ก่อนนักกายภาพมาครั้งหน้า

 
โปรแกรมฝึกสำหรับญาติ

ท่าฝึกที่ทำได้ทุกวันพร้อมจำนวนครั้ง ข้อควรระวัง และสัญญาณที่ต้องหยุดฝึกและโทรปรึกษา

 
คำแนะนำปรับบ้าน

จุดเสี่ยงในบ้านที่พบจากการตรวจสภาพแวดล้อมจริง เช่น พื้นลื่น ขอบประตูสูง หรือตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ที่ควรปรับ เพื่อลดความเสี่ยงหกล้มระหว่างสัปดาห์

ทำไมต้องเลือก KIN HomeCare — ต่างจากผู้ให้บริการทั่วไปอย่างไร

คำตอบสั้น: KIN HomeCare เป็นระบบ ไม่ใช่แค่บริการ ทุกอย่างตั้งแต่นักกายภาพที่คัดกรองแล้ว ไปจนถึงการส่งต่อเข้าศูนย์ฟื้นฟู ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้จริง ไม่ใช่แค่ได้รับบริการ 1 ชั่วโมง

1
กภ. ใบอนุญาตทุกคน ตรวจสอบได้กับสภากายภาพบำบัด

ตลาดมีผู้ให้บริการหลายระดับในราคาใกล้กัน KIN คัดเฉพาะ กภ. ที่มีใบอนุญาตจริง มีความรับผิดชอบทางกฎหมายและสามารถประเมินความเสี่ยงทางคลินิกได้

2
ประเมินก่อน ฝึกตามแผน ไม่ใช่โปรแกรมสำเร็จรูป

ผู้ป่วย Stroke กับผู้สูงอายุขาอ่อนแรงต้องการการฝึกที่ต่างกันมาก KIN ประเมินก่อนทุกครั้งและปรับแผนตามพัฒนาการจริง

3
สอนญาติทุกครั้ง — ฟื้นฟูต่อเนื่องทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะวันที่มา

1 ครั้งที่จ่ายเงินสร้างผลต่อเนื่อง 7 วัน เพราะญาติได้รับโปรแกรมฝึกที่ทำได้ทุกวันอย่างปลอดภัย

4
ส่งต่อเข้า 6 ศูนย์ฟื้นฟูได้ไร้รอยต่อ

เมื่อผู้ป่วยพร้อมรับการฟื้นฟูเข้มข้นขึ้น KIN ส่งต่อเข้าศูนย์ฟื้นฟูที่มีธาราบำบัด, TMS, HBOT — ผู้ให้บริการที่บ้านล้วนๆ ทำไม่ได้

5
ก่อตั้ง พ.ศ. 2561 | 6,000+ ครอบครัว | ฟรีค่าเดินทาง

ไม่ใช่บริการ Freelance อ่านรีวิวจากครอบครัวจริงที่ KIN ดูแลมาแล้ว

"หนึ่งชั่วโมงที่นักกายภาพอยู่กับผู้ป่วยควรสร้างแผนให้การใช้ชีวิตอีกหลายชั่วโมงในบ้านปลอดภัยและเกิดการฟื้นฟูต่อเนื่อง"

กภ.ชลธิชา สาลีวัสอาภรณ์ นักกายภาพบำบัด KIN
นักกายภาพบำบัด KIN Rehabilitation & Homecare

ติดต่อสอบถาม | นัดประเมินฟรี

ส่งวิดีโอการลุก นั่ง หรือเดินให้ทีมประเมินเบื้องต้นก่อนนัด — ฟรีค่าเดินทาง

ราคากายภาพบำบัด + กิจกรรมบำบัดที่บ้าน

รายครั้ง
1,800
บาท/ครั้ง
แพ็กเกจ 10 ครั้ง
1,600
บาท/ครั้ง (รวม 16,000)
ประหยัด 2,000 บาท
แพ็กเกจ 20 ครั้ง
1,500
บาท/ครั้ง (รวม 30,000)
ประหยัด 6,000 บาท

ฟรีค่าเดินทาง | ราคาอาจปรับตามพื้นที่ | kinhomecare.com

บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านอื่นๆ จาก KIN HomeCare

- จัดหาผู้ดูแลผู้สูงอายุ (นักบริบาล)
- พยาบาลวิชาชีพดูแลที่บ้าน 24 ชม.
- รับเฝ้าไข้ที่บ้านและโรงพยาบาล
- พาผู้สูงอายุไปพบแพทย์/ฟอกไต

KIN HomeCare — กายภาพบำบัดและดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

LINE @Kinrehab โทร 084-993-6988

จันทร์–อาทิตย์ 08.00–20.00 น.

เขียนและตรวจสอบโดย

กภ.ชลธิชา สาลีวัสอาภรณ์ นักกายภาพบำบัด KIN
นักกายภาพบำบัด KIN Rehabilitation & Homecare
ตรวจสอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN | อัปเดตล่าสุด มิ.ย. พ.ศ. 2569

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้ป่วย ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย กรุณาปรึกษานักกายภาพบำบัดก่อนเริ่มโปรแกรมการฟื้นฟู

 

คำถามที่พบบ่อย — ตอบโดยทีมแพทย์ KIN

นักกายภาพบำบัดมาบ้านครั้งแรกต้องเตรียมอะไรบ้าง

เตรียม 5 อย่างหลัก คือ (1) เอกสารจากโรงพยาบาล (2) รายการยาปัจจุบัน (3) พื้นที่ว่าง 2x2 เมตร (4) ญาติ 1 คนอยู่ด้วยตลอด และ (5) เป้าหมายที่ชัดเจนว่าอยากให้ผู้ป่วยกลับมาทำอะไรได้ นักกายภาพ KIN นำอุปกรณ์พื้นฐานมาเอง

กายภาพบำบัดที่บ้าน 1 ชั่วโมงฝึกได้ครบหรือไม่

ครบในแง่เป้าหมายรายครั้ง แต่การฟื้นฟูที่ได้ผลจริงต้องเกิดขึ้นทุกวัน KIN ออกแบบโปรแกรมฝึกต่อเนื่องสำหรับญาติทำในวันที่นักกายภาพไม่ได้มา ทำให้ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์สร้างผลลัพธ์ตลอด 7 วัน

นักกายภาพบำบัดกับผู้ดูแล (Caregiver) ต่างกันอย่างไร

นักกายภาพบำบัดมีใบอนุญาต กภ. จากสภากายภาพบำบัด สามารถประเมินความเสี่ยง วินิจฉัยปัญหาการเคลื่อนไหว และออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูได้ ส่วน Caregiver ผ่านการอบรมการดูแลผู้ป่วยทั่วไป ทำได้เฉพาะกิจวัตรประจำวัน ไม่สามารถประเมินหรือออกแบบโปรแกรมกายภาพได้

หลังทำกายภาพควรให้ผู้ป่วยพักหรือฝึกต่อได้เลย

ขึ้นอยู่กับความเหนื่อยของผู้ป่วยและชนิดการฝึก โดยทั่วไปควรพัก 30–60 นาทีหลังฝึกหนัก ส่วนท่าฝึกเบาๆ เช่น ขยับข้อต่อหรือเดินระยะสั้น ทำได้ต่อเนื่องตลอดวัน นักกายภาพ KIN จะแนะนำตารางฝึกที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายในโปรแกรมที่มอบให้

เมื่อไรควรเปลี่ยนจากกายภาพที่บ้านไปฝึกที่ศูนย์

เมื่อผู้ป่วยต้องการอุปกรณ์เฉพาะทางที่บ้านไม่มี เช่น ลู่วิ่งใต้น้ำ เครื่อง TMS หรือ HBOT หรือต้องการการฝึกเข้มข้นทุกวันโดยทีมสหวิชาชีพ KIN ประเมินและแนะนำเวลาที่เหมาะสม พร้อมส่งต่อเข้าโปรแกรมฟื้นฟู Strokeได้ทันที