อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ปวดขา ปวดเข่า ปวดส้นเท้า เอ็นหัวเข่าฉีก
 
 

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการของโรคนี้

ปัญหาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาพบได้บ่อยทั้งบุคคลธรรมดา นักกีฬามือสมัครเล่น รวมไปถึงนักกีฬามืออาชีพ จากการใช้งานร่างกายซ้ำ ๆ ในลักษณะที่เฉพาะตามชนิดกีฬา โดยสาเหตุที่เกิดขึ้นพบได้ทั้ง การอักเสบ/ฉีกขาดของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ในระดับต่าง ๆ รวมถึงอาการปวดเมื่อยทั่วไปที่เกิดขึ้นหลังจากออกกำลังกาย จากการสะสมของของเสียภายหลังจากออกกำลังกาย เช่น ปวดขา ปวดเข่า ปวดส้นเท้า รองช้ำ เอ็นหัวเข่าฉีก กล้ามเนื้อฉีก

ในผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝน หรือเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อมก่อนเริ่มเล่นกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงไม่เพียงพอ เมื่อเกิดการหดตัวซ้ำ ๆ จะทำให้เส้นใยของกล้ามเนื้อเกิดการฉีกขาด หรือ ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อที่ไม่เพียงพอ จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บขึ้นได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนักกีฬาวิ่งหรือปั่นจักรยาน ที่ต้องใช้งานกล้ามเนื้อส่วนล่าง การบาดเจ็บที่พบได้บ่อย คือ กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า(Quadricep) ต้นขาด้านหลัง (hamstring) กล้ามเนื้อน่อง(Gastrocnemius) เส้นเอ็นเนื้อรอบ ๆ สะบ้า(Patella tendon)

 

อาการและแนวทางการดำเนินโรค

  • อาการในระยะเฉียบพลัน

    จะมีอาการปวด บวม แดง ร้อน ในช่วง 1-3 วันแรก เป็นช่วงที่หลอดเลือดบริเวณที่มีการบาดเจ็บเกิดการฉีกขาด ทำให้หลั่งสารที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบ และอาการปวดออกมา

  • อาการในระยะเรื้องรัง

    จะเกิดขึ้นในช่วง 6 สัปดาห์ - 6 เดือน ในบางรายอาจจะเป็นๆหายๆ เมื่อพักแล้วกลับมาใช้งานจะเกิดการอักเสบซ้ำสลับไปมา ทำให้ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ โดยภายหลังการบาดเจ็บ ทั้งกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น หากร่างกายสามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้สมบูรณ์เพียงพอ จะทำให้เรากลับมาใช้งานได้อย่างปกติ แต่หากไม่สมบูรณ์ เช่น มีพังผืดเกิดขึ้นและประสิทธิภาพในการรับแรงของเนื้อเยื่อที่สร้างขึ้นใหม่ยังมีไม่เพียงพอ เมื่อกลับไปใช้งานก็จะเกิดการบาดเจ็บขึ้นอีกครั้งได้ หรือในช่วงพักกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลานาน ความแข็งแรงและเส้นใยกล้ามเนื้อจะลดกลงไปตามลำดับ ซึ่งส่งผลต่อการใช้งานในอนาคตได้

 

วิธีการรักษา

  1. การรักษาด้วยตัวเอง
    • ประคบเย็น เพื่อลดอาการปวดและอาการอักเสบ 15 นาที
    • ยืดกล้ามเนื้อทุกครั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย
    • Warm up & Cool down ร่างกายทุกครั้ง เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการใช้งาน และค่อย ๆ ลดการทำงานของร่างกายลงหลังจากเสร็จกิจกรรม
  2. การรักษาทางกายภาพบำบัด
    • คลื่นอัลตร้าซาวน์ เพื่อใช้เร่งกระบวนการอักเสบ ลดอาการปวด เพื่อการไหลเวียนของเลือด ทำให้เนื้อเยื่อเกิดการปรับตัว สามารถใช้ได้ครอบคลุมทั้งในช่วงอักเสบเฉียบพลัน และเรื้อรัง
    • High Intensity LASER เพื่อใช้เร่งกระบวนการอักเสบ ลดอาการปวด กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อ
    • Electrical stimulation เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อที่มีความตึงตัวให้ผ่อนคลายมากขึ้น หรือใช้ในการกระตุ้นการเรียนรู้ของกล้ามเนื้อเพื่อหวังผลในการเพิ่มความแข็งแรง ร่วมกับการออกกำลังกาย
    • Therapeutic exercise การออกกำลังกายเพื่อการรักษา โดยมีนักกายภาพบำบัดเป็นผู้กำหนดโปรแกรม ใช้การตรวจประเมินเฉพาะ เพื่อให้ทราบปัญหาหรือกลไกการทำงานของร่างกายที่บกพร่อง และกรุ้นให้กล้ามเนื้อเกิดความแข็งแรงอย่างเฉพาะเจาะจง เพิ่มการทรงตัว การรับความรู้สึกของข้อต่อ
  3. การรักษาทางด้านอื่นๆ
    • ทานยา
    • ผ่าตัด
    • ฝังเข็ม

 

การป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีกของโรคนี้

การทำกายภาพบำบัดที่มีประสิทธิภาพ โดยเริ่มฟื้นฟูได้ในทุกระยะตั้งแต่เฉียบพลัน จนถึงเรื้อรัง โดยการฟูในระยะต่าง ๆ มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากในแต่ระยะร่างกายมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้เทคนิคการรักษาและฟื้นฟูให้เหมาะสมต่อช่วงเวลา อาการ และเป้าหมาย

การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มีประสิทธิภาพ และต้องเฉพาะเจาะจงกับปัญหา การใช้งานที่จำเพาะของผู้ป่วย ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บในระยะยาว

 
กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด
กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด
คลีนิคกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด
คลีนิคกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด
 
คลีนิคกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด
คลีนิคกายภาพบำบัด บาดเจ็บจากการออกกำลังกาย
คลีนิคกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด
คลีนิคกายภาพบำบัด ปวดเข่า

 

สอบถาม ปรึกษา นัดตรวจรักษา นักกายภาพบำบัด
   KIN (คิน) - Rehabilitation & Homecare
   โทร. 091-8033071 / 02-0201171
   สอบถามขอมูลผ่าน Line : http://bit.ly/2M5f3Id
   สอบถามผ่านทาง Facebook (Inbox) : https://www.facebook.com/KIN.Rehabilitation
   แผนที่ไป KIN (คิน) http://bit.ly/2VvPDq6