ผู้ป่วยติดเตียงเสมหะเยอะ สำลักบ่อย ดูดเสมหะอย่างไร และสัญญาณปอดติดเชื้อ

ผู้ป่วยติดเตียงเสมหะเยอะ สำลักบ่อย ดูดเสมหะอย่างไร และสัญญาณปอดติดเชื้อ
ผู้ป่วยติดเตียงเสมหะเยอะและสำลักบ่อย เสี่ยงปอดอักเสบจากการสำลัก และผู้สูงอายุที่ปอดติดเชื้อเกือบครึ่ง อาจไม่มีไข้หรือไอให้เห็นชัด อ่านสาเหตุ วิธีจัดท่าลดการสำลัก หลักการดูดเสมหะที่ต้องฝึกกับพยาบาลก่อน และสัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
ดูแลผู้ป่วยติดเตียง | ระบบทางเดินหายใจ

ผู้ป่วยติดเตียงเสมหะเยอะ สำลักบ่อย
ดูดเสมหะอย่างไร และสัญญาณปอดติดเชื้อ

เสมหะครืดคราดทั้งวัน สำลักทุกมื้อ ดูดเสมหะเองได้ไหม และเมื่อไหร่ต้องไปโรงพยาบาล ตอบจากแนวปฏิบัติและงานวิจัยที่ตรวจต้นทางแล้ว

เขียนโดย: พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883|ตรวจสอบโดย: พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854|อัปเดต: ก.ย. พ.ศ. 2569|อ่าน 8 นาที
ปอดติดเชื้อในผู้สูงอายุ
เกือบครึ่งไม่มีไข้หรือไอชัด
อาจมาด้วยซึม สับสน กินน้อยลง
ท่าศีรษะสูง
30–45 องศา
ลดการสำลักน้ำย่อยที่ย้อนขึ้นมา
ดูดเสมหะที่บ้าน
ต้องฝึกก่อนทำ
แนวปฏิบัติ AARC กำหนดให้ผู้ดูแลผ่านการฝึก
ฉุกเฉิน
โทร 1669
หายใจลำบาก ปากเขียว ปลุกไม่ค่อยตื่น

ผู้ป่วยติดเตียงหลายรายไอไม่มีแรง กลืนได้ไม่ดี และนอนท่าเดิมนาน เสมหะจึงคั่งจนได้ยินเสียงครืดคราด เสมหะและการสำลักซ้ำ ๆ เป็นทางนำไปสู่ปอดอักเสบจากการสำลัก ซึ่งในผู้สูงอายุมักมาแบบเงียบ ๆ

ครอบคลุมผู้ป่วยติดเตียงที่หายใจเองโดยไม่มีท่อ ผู้ที่มีท่อเจาะคออ่านบทความเฉพาะที่ลิงก์ไว้ในหัวข้อ 4

เนื้อหาในบทความนี้

1. ผู้ป่วยติดเตียงเสมหะเยอะเกิดจากอะไร2. สำลักบ่อยและสำลักเงียบ นำไปสู่ปอดติดเชื้ออย่างไร3. จัดท่าและดูแลประจำวัน ลดการสำลัก4. ดูดเสมหะผู้ป่วยติดเตียง หลักการก่อนลงมือ5. สัญญาณปอดติดเชื้อที่ต้องไปโรงพยาบาล6. เมื่อดูแลเองไม่ไหว ทีมที่ช่วยได้

1. ผู้ป่วยติดเตียงเสมหะเยอะเกิดจากอะไร

คำตอบสั้น: มักเกิดจากหลายสาเหตุรวมกัน คือ ไอไม่มีแรง นอนท่าเดิมนาน กลืนไม่ดีจนน้ำลายคั่ง ช่องปากไม่สะอาด ดื่มน้ำน้อยจนเสมหะเหนียว และการติดเชื้อ ถ้าเสมหะมากขึ้นเร็ว ข้นขึ้น หรือเปลี่ยนสี ต้องนึกถึงปอดติดเชื้อ

สาเหตุสิ่งที่สังเกตเห็นช่วยได้อย่างไร
ไอไม่มีแรงเสียงครืดคราดในคอ ไอแล้วเสมหะไม่ออกจัดนั่ง ช่วยไอตามที่นักกายภาพบำบัดสอน
นอนท่าเดิมนานเสมหะคั่งมากขึ้นหลังนอนนานพลิกตะแคงตัวตามรอบ ลุกนั่งเท่าที่ทำได้
กลืนไม่ดีน้ำลายไหล มีเศษอาหารค้างในปาก ไอขณะกินให้ทีมประเมินการกลืนและปรับอาหาร
ช่องปากไม่สะอาดคราบบนลิ้นและฟัน มีกลิ่นปากทำความสะอาดช่องปากทุกวัน
ดื่มน้ำน้อยเสมหะเหนียวข้น ขับออกยากให้น้ำตามปริมาณที่แพทย์อนุญาต

มีไข้ หรือซึมลง ดูหัวข้อ 5

บทความทบทวนในวารสาร Journal of Intensive Medicine ปี 2567 อ้างงานสำรวจหลายประเทศว่า การเคยเป็นสโตรก สมองเสื่อม การให้อาหารทางสาย และภาวะติดเตียง ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของปอดอักเสบจากการสำลัก ผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมากมีหลายข้อพร้อมกัน

พยาบาลชุดสีกรมท่าปรับหัวเตียงให้ชายสูงอายุติดเตียงนั่งราว 45 องศาก่อนมื้ออาหาร ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

จัดท่าศีรษะสูงก่อนมื้ออาหาร เป็นด่านแรกของการลดการสำลัก

2. ผู้ป่วยติดเตียงสำลักบ่อยและสำลักเงียบ นำไปสู่ปอดติดเชื้ออย่างไร

คำตอบสั้น: สำลักคือการที่น้ำลาย อาหาร หรือน้ำย่อยหลุดลงหลอดลมแทนหลอดอาหาร บางรายสำลักโดยไม่ไอ เรียกว่าสำลักเงียบ ซึ่งพบว่าเกิดปอดอักเสบมากกว่าผู้ที่กลืนปกติ และแม้ให้อาหารทางสายก็ยังสำลักได้

  • ไอหรือสำลักระหว่างกิน หรือหลังกลืน
  • เสียงพูดหรือเสียงหายใจเปียก ครืดคราดหลังกิน
  • หายใจเร็วหรือเหนื่อยหลังมื้ออาหาร
  • อมอาหารไว้ไม่กลืน หรือกินนานผิดปกติ

บทความทบทวนเดียวกันระบุว่าการให้อาหารทางสายสัมพันธ์กับการสำลัก ถ้าเห็นสัญญาณข้างบนบ่อย ควรให้ทีมประเมินการกลืน อ่านเรื่องการฟื้นฟูการกลืน

อาหารติดคอ หายใจไม่ออก คือเหตุฉุกเฉิน ถ้าไอไม่มีเสียง พูดไม่ได้ หน้าเขียว ให้โทร 1669 และทำตามวิธีปฐมพยาบาลในบทความช่วยเหลือผู้สูงอายุสำลักอาหาร

3. จัดท่าและดูแลประจำวัน ลดเสมหะ ลดการสำลัก

คำตอบสั้น: จัดศีรษะสูง 30–45 องศาระหว่างและหลังให้อาหารทางสาย ถ้ากินทางปากให้นั่งตัวตรงเท่าที่ทำได้ และคงท่าตั้งอย่างน้อย 45 องศาราว 1 ชั่วโมงหลังกิน ร่วมกับทำความสะอาดช่องปากทุกวันและพลิกตัวตามรอบ

  • ก่อนกิน ให้ผู้ป่วยตื่นเต็มที่ จัดนั่งตัวตรงหรือไขหัวเตียงขึ้น
  • ระหว่างกิน ป้อนช้า คำเล็ก ใช้อาหารและน้ำตามความข้นที่ทีมประเมินการกลืนกำหนด หยุดเมื่อไอหรือเสียงเปียก
  • หลังกิน คงท่าตั้งอย่างน้อย 45 องศา อย่างน้อย 1 ชั่วโมง (คำแนะนำผู้ป่วยของ Memorial Sloan Kettering สหรัฐฯ)
  • ให้อาหารทางสาย จัดศีรษะสูง 30–45 องศาระหว่างและหลังให้ ไม่ให้อาหารในท่านอนราบ

ดูแลช่องปากทุกวัน เป็นพื้นฐาน แต่ทำอย่างเดียวไม่พอ งานรวม Cochrane ปี 2565 (6 การทดลอง 6,244 คนในสถานดูแลผู้สูงอายุ) พบว่าการดูแลช่องปากโดยบุคลากร เทียบกับการดูแลตามปกติ ยังสรุปไม่ได้ว่าลดการเกิดปอดอักเสบ มีเพียงสัญญาณความเชื่อมั่นต่ำว่าอาจลดการเสียชีวิตจากปอดอักเสบ จึงต้องทำควบคู่กับการจัดท่า วิธีทำอ่านที่บทความดูแลช่องปากผู้ป่วยติดเตียง

ผู้ดูแลชุดสีฟ้าสวมถุงมือทำความสะอาดช่องปากหญิงสูงอายุติดเตียงด้วยไม้พันฟองน้ำ ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

ทำความสะอาดช่องปากทุกวัน แม้ให้อาหารทางสาย

4. ดูดเสมหะผู้ป่วยติดเตียง หลักการที่ต้องรู้ก่อนลงมือ

คำตอบสั้น: ดูดเสมหะเมื่อผู้ป่วยไอเอาเสมหะออกเองไม่ได้และเห็นหรือได้ยินเสมหะชัด ไม่ใช่ดูดตามเวลา แนวปฏิบัติสมาคมระบบหายใจอเมริกัน (AARC) กำหนดว่าผู้ดูแลที่บ้านต้องผ่านการฝึกก่อน เพราะเสี่ยงทั้งออกซิเจนต่ำ เลือดออก อาเจียน และหัวใจเต้นช้า

แนวปฏิบัติ AARC เรื่องดูดเสมหะทางจมูกในผู้ที่ไม่มีท่อช่วยหายใจ ระบุข้อบ่งชี้ เช่น เห็นเสมหะ ได้ยินเสียงครืดคราด สงสัยว่าสำลัก หรือหายใจลำบากขึ้น และให้ดูดเมื่อการไอหรือเปลี่ยนท่าไม่ได้ผล การสอดสายทางจมูกลงไปลึกทำโดยมองไม่เห็น จึงเสี่ยงกว่าการดูดในปาก สิ่งที่ผู้ดูแลต้องฝึกจนทำได้ก่อน ได้แก่

  • ประกอบและใช้เครื่องดูดเสมหะให้ถูกต้อง และทำความสะอาดอุปกรณ์
  • จัดท่าผู้ป่วย และใช้เทคนิคที่พยาบาลสอน ดูดแต่ละครั้งให้สั้น
  • สังเกตการหายใจ สีผิว และการตอบสนองของผู้ป่วยทั้งก่อน ระหว่าง และหลังดูด
  • รู้ว่าต้องหยุดและทำอย่างไรเมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ

อย่าเรียนจากคลิปแล้วลงมือเอง ให้พยาบาลสอนและฝึกจนทำได้ถูกต้องก่อน อย่าตั้งแรงดูดหรือเลือกขนาดสายเอง แนวปฏิบัตินี้ปรับปรุงล่าสุดปี 2547 และส่วนใหญ่มาจากความเห็นผู้เชี่ยวชาญ จึงใช้เป็นหลักความปลอดภัย ไม่ใช่คู่มือทำเอง ถ้าผู้ป่วยมีท่อเจาะคอ อ่านที่บทความผู้ป่วยสโตรกเจาะคอ

5. สัญญาณผู้ป่วยติดเตียงปอดติดเชื้อ ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล

คำตอบสั้น: ผู้สูงอายุที่ปอดติดเชื้อเกือบครึ่งอาจไม่มีไข้หรือไอชัด อาจมาด้วยซึม สับสน หรือกินน้อยลง ถ้ามีไข้ 38 องศาขึ้นไปหรือหายใจเร็วขึ้น ควรพบแพทย์ในวันนั้น ถ้าหายใจลำบาก ปากเขียว หรือปลุกไม่ค่อยตื่น โทร 1669 ทันที

โทร 1669 ทันที ถ้าพบข้อใดข้อหนึ่ง

• หายใจลำบากมาก หอบเหนื่อย หรือยังครืดคราดมากแม้ดูดเสมหะแล้ว
• ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ
• ปลุกไม่ค่อยตื่น ซึมลงมาก หรือสับสนขึ้นทันที
• สำลักแล้วหายใจไม่ออก ไอไม่มีเสียง
• ค่าออกซิเจนปลายนิ้วต่ำลงชัดจากค่าปกติของผู้ป่วย หรือต่ำกว่าเกณฑ์ที่แพทย์ให้ไว้

ระหว่างรอ จัดท่าศีรษะสูง หยุดให้อาหารทุกทาง และเตรียมรายการยากับใบสรุปการรักษา

พบแพทย์ภายในวันนั้น ถ้ามีทำไมต้องใส่ใจ
ไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไปสัญญาณติดเชื้อที่ชัด แต่ผู้สูงอายุหลายรายไม่มีไข้
ซึม สับสน หรือกินน้อยลงกว่าปกติอาจเป็นอาการแรกของปอดติดเชื้อ แม้ยังไม่ไอ
หายใจเร็วขึ้น เหนื่อยกว่าเดิมปอดทำงานหนักขึ้น
เสมหะมากขึ้นเร็ว ข้นขึ้น หรือเปลี่ยนสีอาจมีการติดเชื้อในทางเดินหายใจ

ที่มา: บทความทบทวน J Intensive Med 2567 · Intern Med 2568 · คำแนะนำผู้ป่วยของ MSKCC

พยาบาลชุดสีกรมท่าใช้หูฟังฟังเสียงปอดด้านหลังของชายสูงอายุที่นั่งขอบเตียง ศูนย์ฟื้นฟูคิน KIN

การฟังเสียงปอดเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินโดยพยาบาล

6. เมื่อดูแลเองไม่ไหว ทีมที่ช่วยได้

คำตอบสั้น: ถ้าต้องดูดเสมหะบ่อยหรือสำลักซ้ำ ครอบครัวเลือกได้ทั้งนักบริบาลที่ผ่านการฝึกดูแลที่บ้าน พยาบาลวิชาชีพเยี่ยมบ้าน หรือศูนย์ที่มีพยาบาลดูแล 24 ชั่วโมง ตามที่แพทย์หรือพยาบาลประเมินว่าเหมาะ

ส่วนสิทธิที่รัฐช่วยได้ อ่านที่บทความสิทธิผู้ป่วยติดเตียง 2569

พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883

“ดูดเสมหะช่วยได้เฉพาะหน้า สิ่งที่ครอบครัวทำได้ทุกวันคือจัดท่าให้ถูกทุกมื้อ ดูแลช่องปาก และรู้สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาล”

พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883 — พยาบาลวิชาชีพ KIN Rehabilitation & Homecare

ติดต่อสอบถาม | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี

ปรึกษาการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านและที่ศูนย์ฟรี · เยี่ยมชมศูนย์ได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.

KIN Medical Hub ลาดพร้าว 71

LINE KIN ลาดพร้าว 71โทร KIN ลาดพร้าว 71 091-803-3071

โรงพยาบาลกายภาพบำบัด KIN สุขุมวิท 107

LINE KIN สุขุมวิท 107โทร KIN สุขุมวิท 107 065-909-2599

KIN ศูนย์ฟื้นฟู พัทยา

LINE KIN พัทยาโทร KIN พัทยา 082-213-9976

KIN ศูนย์ฟื้นฟู ราชพฤกษ์

LINE KIN ราชพฤกษ์โทร KIN ราชพฤกษ์ 065-384-5494

KIN รามคำแหง 24 จองสิทธิ์ก่อนเปิด 15 พ.ย. 2569

LINE KIN รามคำแหง 24โทร KIN รามคำแหง 24 081-632-8188

KIN ศาลายา จองสิทธิ์ก่อนเปิด 15 ธ.ค. 2569

LINE KIN ศาลายาโทร KIN ศาลายา 093-884-1888

สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669

คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN

ผู้ป่วยติดเตียงเสมหะเยอะเกิดจากอะไร

มักเกิดจากหลายสาเหตุรวมกัน เช่น ไอไม่มีแรง นอนท่าเดิมนาน กลืนไม่ดีจนน้ำลายคั่ง ช่องปากไม่สะอาด และดื่มน้ำน้อยจนเสมหะเหนียว ถ้าเสมหะมากขึ้นเร็ว ข้นขึ้น หรือเปลี่ยนสี ควรให้แพทย์ประเมินปอดค่ะ

ญาติดูดเสมหะผู้ป่วยติดเตียงเองที่บ้านได้ไหม

ได้เมื่อผ่านการสอนและฝึกจากพยาบาลจนทำได้ถูกต้องแล้ว แนวปฏิบัติ AARC กำหนดให้ผู้ดูแลที่บ้านต้องผ่านการฝึกก่อน ไม่ควรเรียนจากคลิปแล้วลงมือเองค่ะ

ผู้ป่วยติดเตียงปอดติดเชื้อ ไม่มีไข้ได้ไหม

ได้ค่ะ ผู้สูงอายุที่ปอดติดเชื้อเกือบครึ่งอาจไม่มีไข้หรือไอชัด อาจมาด้วยซึม สับสน หรือกินน้อยลง ถ้าหายใจลำบาก ปากเขียว หรือปลุกไม่ค่อยตื่น ให้โทร 1669 ทันทีค่ะ

ใส่สายให้อาหารแล้ว ยังสำลักได้ไหม

ยังสำลักได้ ทั้งจากน้ำลายในปากที่ไหลลงหลอดลม และอาหารหรือน้ำย่อยที่ย้อนขึ้นมา จึงต้องจัดศีรษะสูง 30–45 องศา ระหว่างและหลังให้อาหาร และทำความสะอาดช่องปากทุกวันค่ะ

ควรจัดหัวเตียงสูงเท่าไหร่ตอนให้อาหารผู้ป่วยติดเตียง

ให้อาหารทางสาย จัดศีรษะสูง 30–45 องศา กินทางปากให้นั่งตัวตรงเท่าที่ทำได้ และคงท่าอย่างน้อย 45 องศาราว 1 ชั่วโมงหลังกิน ถ้ามีข้อห้ามให้ทำตามแพทย์ค่ะ

นักบริบาลดูดเสมหะได้ไหม

นักบริบาลของคินที่ผ่านการฝึกงานนั้นดูดเสมหะแทนครอบครัวได้ ภายใต้การกำกับของทีมพยาบาลวิชาชีพ ครอบครัวแจ้งงานที่ต้องทำก่อน ทีมจะจัดเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกให้ค่ะ

เขียนและตรวจสอบโดย
พว.อรฤทัย บุญตวง ว.5311192883
พยาบาลวิชาชีพ KIN Rehabilitation & Homecare

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 แพทย์ประจำคิน | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: 23 ก.ย. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การดูดเสมหะต้องทำโดยผู้ที่ผ่านการฝึกเท่านั้น

标签: ผู้ป่วยติดเตียง เสมหะ ดูดเสมหะ สำลัก ปอดติดเชื้อ