เลิกบุหรี่แล้วหลอดเลือดเริ่มได้ประโยชน์เร็วกว่าที่หลายคนคิด ความดันและชีพจรลดลงภายใน 20 นาที ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจลดลงราวครึ่งหนึ่งใน 1 ปี และความเสี่ยงสโตรกลดลงใกล้คนไม่สูบภายใน 5 ถึง 15 ปี เลิกได้เร็วเท่าไรยิ่งดี และไม่มีคำว่าสายเกินไป
เลิกบุหรี่แล้ว หลอดเลือดดีขึ้นแค่ไหน
ความเสี่ยงหัวใจและสโตรกลดลงเมื่อไร
สรุปตามหลักฐานว่าเลิกแล้วอะไรดีขึ้นในช่วงเวลาไหน สูบน้อยลงหรือเปลี่ยนเป็นบุหรี่ไฟฟ้าพอไหม และเมื่อไรควรให้แพทย์ประเมินหลอดเลือด
ร่างกายเริ่มตอบสนองทันทีที่หยุดสูบ (WHO)
เทียบกับคนที่ยังสูบอยู่ (WHO)
ยิ่งเลิกนาน ความเสี่ยงยิ่งลดลง (WHO)
โทรฟรีทุกเครือข่าย ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้
ผมดูแลคนไข้ที่สูบหรือเคยสูบบุหรี่เป็นประจำ หลายคนเลิกไม่สำเร็จมาหลายรอบ การเลิกยากจริง และทุกวันที่ไม่สูบคือวันที่หลอดเลือดได้พัก บทความนี้จึงเน้นว่าเลิกแล้วได้อะไร และมีตัวช่วยอะไรบ้าง
บทความนี้ไม่ได้แนะนำยาชนิดใด การใช้ยาต้องให้แพทย์พิจารณา และห้ามหยุดยาโรคประจำตัวเอง
เนื้อหาในบทความนี้
1. บุหรี่ทำอะไรกับหลอดเลือด
คำตอบสั้น: สารในควันบุหรี่ทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบ หลอดเลือดหดตัว เลือดแข็งตัวง่าย และคาร์บอนมอนอกไซด์ลดออกซิเจนในเลือด ผลรวมคือคราบไขมันสะสมเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ สโตรก และหลอดเลือดแดงที่ขาตีบ
ทุกครั้งที่สูบ หลอดเลือดหดตัว ชีพจรและความดันขึ้น หัวใจทำงานหนักขึ้น ผนังหลอดเลือดชั้นในบาดเจ็บจนคราบไขมันเกาะง่าย และเลือดแข็งตัวง่ายขึ้น โอกาสเกิดลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดที่ตีบอยู่แล้วจึงสูงขึ้น
หลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อมจากปัจจัยชุดเดียวกัน อ่านต่อที่ หัวใจกับสมอง เชื่อมกันด้วยหลอดเลือด
บุหรี่มือสองก็ทำร้ายหลอดเลือด องค์การอนามัยโลกระบุว่าควันบุหรี่มือสองทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ และทำให้คนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากกว่า 1.6 ล้านคนต่อปี
2. เลิกแล้วอะไรดีขึ้น เมื่อไร
คำตอบสั้น: ประโยชน์เริ่มตั้งแต่ 20 นาทีแรก ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจลดลงราวครึ่งหนึ่งเมื่อเลิกได้ 1 ปี แต่ความเสี่ยงต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะใกล้คนที่ไม่เคยสูบ ยิ่งเลิกเร็วและเลิกได้นาน ยิ่งได้ประโยชน์มาก
| เวลาหลังเลิก | สิ่งที่ดีขึ้น | ที่มา |
|---|---|---|
| 20 นาที | ชีพจรและความดันโลหิตลดลง | WHO |
| 12 ชั่วโมง | คาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือดลดลงสู่ระดับปกติ | WHO |
| 2 ถึง 12 สัปดาห์ | การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ปอดทำงานดีขึ้น | WHO |
| 1 ปี | ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจราวครึ่งหนึ่งของคนที่ยังสูบ | WHO |
| ภายใน 5 ปี | ในผู้ที่เคยสูบจัด ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยรวมต่ำกว่าคนที่ยังสูบราว 39% | JAMA 2562 |
| 5 ถึง 15 ปี | ความเสี่ยงสโตรกลดลงเท่ากับคนที่ไม่สูบ | WHO |
| 10 ถึง 15 ปี | ในข้อมูลรวมของการศึกษาเดียวกัน ไม่พบความเสี่ยงส่วนเกินที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับคนไม่เคยสูบ (ไม่ได้แปลว่าเท่ากันทุกคน) | JAMA 2562 |
| 15 ปี | ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจเท่ากับคนที่ไม่สูบ | WHO |
ตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ยในประชากร แต่ละคนต่างกันตามปริมาณที่เคยสูบ อายุ และโรคประจำตัว
การศึกษา Framingham ที่ติดตามผู้ใหญ่ 8,770 คน พบว่าความเสี่ยงลดลงชัดเจนตั้งแต่ 5 ปีแรกหลังเลิก แต่ยังสูงกว่าคนที่ไม่เคยสูบอยู่ระยะหนึ่ง ระยะเวลาแตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม ขึ้นกับปริมาณที่เคยสูบสะสม ยิ่งเลิกเร็ว ยิ่งใช้เวลาน้อยกว่าจะกลับมาใกล้คนไม่สูบ และควรคุมความดัน ไขมัน และน้ำตาลให้ดีต่อไปด้วย
ไม่มีคำว่าสายเกินไป รายงานของศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐฯ ปี 2563 สรุปว่าการเลิกบุหรี่ให้ประโยชน์ทุกช่วงอายุ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือด และสโตรก และอาจเพิ่มอายุขัยได้ถึงราว 10 ปี

ตรวจ ABI ที่ข้อเท้า ช่วยประเมินหลอดเลือดแดงที่ขา ซึ่งได้รับผลจากบุหรี่โดยตรง
ถ้าหลอดเลือดที่ขาตีบอยู่แล้ว เลิกบุหรี่ยังช่วยไหม ช่วย การศึกษาในผู้ป่วยหลอดเลือดแดงที่ขาตีบที่มีอาการ 739 คน พบว่ากลุ่มที่เลิกบุหรี่ได้ เสียชีวิตน้อยกว่ากลุ่มที่ยังสูบ (14% เทียบกับ 31% ในช่วงติดตามถึง 5 ปี) และรอดโดยไม่ต้องตัดขามากกว่า (81% เทียบกับ 60%) อ่านเรื่องตรวจหลอดเลือดที่ขาได้ที่ อัลตราซาวด์หลอดเลือดคอ กับ ABI ต่างกันอย่างไร
3. สูบน้อยลง หรือเปลี่ยนเป็นบุหรี่ไฟฟ้า พอไหม
คำตอบสั้น: ไม่พอ สำหรับหลอดเลือดแล้ว การสูบเพียงวันละมวนยังมีความเสี่ยงโรคหัวใจและสโตรกสูงกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายในไทย ยังไม่รู้ผลระยะยาว และไม่ใช่วิธีเลิกที่แนะนำในไทย เป้าหมายที่ได้ประโยชน์จริงคือเลิกทั้งหมด
งานวิเคราะห์รวม 141 การศึกษาระยะยาว (Hackshaw และคณะ BMJ 2561) พบว่า ผู้ชายที่สูบวันละ 1 มวน มีความเสี่ยงส่วนเกินของโรคหลอดเลือดหัวใจราว 46% ของคนที่สูบวันละ 20 มวน และผู้หญิงราว 31% สำหรับสโตรก ผู้ชายราว 41% และผู้หญิงราว 34%
สูบบางวันหรือสูบมวนเบาก็ยังเสี่ยง ไม่มีบุหรี่ชนิดใดปลอดภัยต่อหลอดเลือด การลดจำนวนมวนเป็นก้าวแรกได้ ถ้าตั้งเป้าต่อไปที่การเลิกทั้งหมด
บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าห้ามนำเข้า ห้ามขาย และการครอบครองของที่ลักลอบนำเข้ามีความผิดตามกฎหมายศุลกากร ด้านงานวิจัย งานทบทวน Cochrane ปี 2569 พบว่าในการทดลองที่ใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมคุณภาพ บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคตินช่วยให้เลิกได้มากกว่าผลิตภัณฑ์นิโคตินทดแทน (ราว 8 ถึง 10 คนใน 100 เทียบกับ 6 คน) แต่ยังต้องการข้อมูลความปลอดภัยระยะยาว ส่วนองค์การอนามัยโลกระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ปลอดภัย และสินค้าที่ลักลอบขายในไทยไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ ทางที่แนะนำในไทยคือคำปรึกษาร่วมกับยาช่วยเลิกที่แพทย์พิจารณา
4. เลิกแล้วน้ำหนักขึ้น คุ้มไหม
คำตอบสั้น: คุ้ม น้ำหนักที่ขึ้นหลังเลิกบุหรี่ไม่ได้ลบล้างประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือด แต่ควรดูแลอาหารและออกกำลังกายเพื่อไม่ให้น้ำหนักขึ้นมากเกินไป
การศึกษาในกลุ่ม Framingham Offspring 3,251 คน (Clair และคณะ JAMA 2556) พบว่าในผู้ที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน คนที่เพิ่งเลิกบุหรี่ภายใน 4 ปี มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดราวครึ่งหนึ่งของคนที่ยังสูบ แม้น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น และผลนี้แทบไม่เปลี่ยนเมื่อนำน้ำหนักที่เพิ่มมาคิดร่วมด้วย ผู้ที่เป็นเบาหวานควรวางแผนคุมน้ำตาลและน้ำหนักร่วมกับแพทย์
5. เลิกแล้วต้องตรวจหลอดเลือดไหม
คำตอบสั้น: ไม่จำเป็นทุกคน การเคยสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงข้อหนึ่ง แพทย์จะดูความเสี่ยงรวม เช่น อายุ ความดัน ไขมัน เบาหวาน ประวัติครอบครัว และอาการ แล้วจึงแนะนำว่าควรตรวจอะไร หรือยังไม่จำเป็นต้องตรวจ
กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องประเมินหลอดเลือด
แนวทาง USPSTF ไม่แนะนำให้คัดกรองหลอดเลือดคอตีบในผู้ใหญ่ทั่วไปที่ไม่มีอาการ ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน เริ่มจาก ประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือด ให้แพทย์ช่วยดูภาพรวมก่อน ส่วนวิธีตรวจหลอดเลือดคอและสิ่งที่ผลตรวจบอกได้ อ่านได้ที่ อัลตราซาวด์หลอดเลือดคอ คัดกรองความเสี่ยงสโตรก และบริการของ Kin Charnn Vascular Center สุขุมวิท 107
อาการที่ต้องโทร 1669 ไม่ใช่มานัดตรวจ หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ ตามัวทันที หรือเจ็บ แน่น อึดอัดหน้าอกนานเกินไม่กี่นาที เป็นซ้ำ หรือมีเหงื่อแตก หายใจลำบากร่วม แม้ไม่รุนแรง ต้องโทร 1669 อ่านสัญญาณเตือนได้ที่ B.E. FAST สัญญาณเตือนสโตรก
6. ตัวช่วยเลิกบุหรี่ สายเลิกบุหรี่ 1600
คำตอบสั้น: เลิกบุหรี่ด้วยตัวช่วยมีโอกาสสำเร็จมากกว่าหักดิบคนเดียว โทรปรึกษาสายเลิกบุหรี่ 1600 ได้ฟรีทุกเครือข่าย หรือพบแพทย์ที่คลินิกเลิกบุหรี่ในโรงพยาบาลใกล้บ้าน
องค์การอนามัยโลกระบุว่า การได้รับคำปรึกษาร่วมกับยา เพิ่มโอกาสเลิกบุหรี่สำเร็จได้มากกว่า 2 เท่า ยาช่วยเลิกบุหรี่มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีข้อควรระวังต่างกัน จึงควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ผู้ที่เพิ่งมีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง ไม่ควรซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์ช่วยเลิกบุหรี่มาใช้เอง ให้แพทย์ประเมินก่อน
สายเลิกบุหรี่ 1600 มีผู้ให้คำปรึกษาช่วยวางแผนและโทรติดตาม คลินิกเลิกบุหรี่ในโรงพยาบาลรัฐ (บางแห่งใช้ชื่อคลินิกฟ้าใส) ประเมินและพิจารณายาช่วยเลิกให้ หรือบอกแพทย์ที่ดูแลโรคประจำตัวว่าตั้งใจเลิก ถ้าพลาดกลับไปสูบ ให้เริ่มใหม่ได้ทันที คนส่วนใหญ่เลิกสำเร็จหลังพยายามหลายครั้ง

“ผมไม่เคยตำหนิคนไข้ที่ยังเลิกไม่ได้ เพราะนิโคตินทำให้ติดจริง สิ่งที่ผมขอคือให้ลองอีกครั้งพร้อมตัวช่วย คนไข้บางรายที่เลิกได้ คุมความดันได้ง่ายขึ้น เดินได้ไกลขึ้น หรือบอกว่าหายใจโล่งขึ้น ซึ่งแตกต่างกันตามโรคเดิมและการรักษาร่วม หลอดเลือดที่เสียไปแล้วไม่ได้กลับเป็นใหม่ทั้งหมด แต่การเลิกบุหรี่เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยหลอดเลือดได้จริง และเราเริ่มเองได้ตั้งแต่วันนี้”
ติดต่อสอบถาม | นัดหมายล่วงหน้า
Kin Charnn Vascular Center ตรวจหลอดเลือดที่ KIN สุขุมวิท 107 · โทร 084-003-6655 หรือ 065-909-2599 · LINE @000flhdi · นัดหมายล่วงหน้าทุกกรณี เจ้าหน้าที่แจ้งวันเวลาที่ว่างให้
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
เลิกบุหรี่ตอนอายุมากแล้ว ยังได้ประโยชน์ไหม
ได้ รายงานของศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐฯ ปี 2563 สรุปว่าการเลิกบุหรี่ให้ประโยชน์ทุกช่วงอายุ และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือด และสโตรก แม้เคยเป็นโรคหลอดเลือดมาแล้วก็ยังได้ประโยชน์
สูบวันละ 1 ถึง 2 มวน อันตรายต่อหัวใจไหม
อันตราย งานวิเคราะห์รวมใน BMJ ปี 2561 พบว่าการสูบวันละ 1 มวน มีความเสี่ยงส่วนเกินของโรคหลอดเลือดหัวใจและสโตรกราว 3 ถึง 5 ใน 10 ของคนที่สูบวันละ 20 มวน การลดจำนวนมวนจึงไม่พอ เป้าหมายคือเลิกทั้งหมด
เปลี่ยนไปสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนได้ไหม
ไม่แนะนำในไทย บุหรี่ไฟฟ้าห้ามนำเข้าและห้ามขาย สินค้าที่ลักลอบขายไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพ และยังไม่รู้ผลระยะยาว แม้งานวิจัยในต่างประเทศพบว่าผลิตภัณฑ์ที่ควบคุมคุณภาพช่วยบางคนเลิกได้ ทางที่แนะนำในไทยคือคำปรึกษาร่วมกับยาช่วยเลิกที่แพทย์พิจารณา
เลิกบุหรี่แล้ว ต้องตรวจหลอดเลือดทุกคนไหม
ไม่จำเป็นทุกคน แพทย์จะประเมินความเสี่ยงรวม ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ ปวดขาเวลาเดิน หรือเคยมีอาการเตือนทางสมอง ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรตรวจอะไร
อยากเลิกบุหรี่ แต่เลิกเองไม่สำเร็จ ทำอย่างไรดี
โทรสายเลิกบุหรี่ 1600 ได้ฟรีทุกเครือข่าย หรือพบแพทย์ที่คลินิกเลิกบุหรี่ในโรงพยาบาล องค์การอนามัยโลกระบุว่าคำปรึกษาร่วมกับยา เพิ่มโอกาสเลิกสำเร็จได้มากกว่า 2 เท่า
- Tobacco: Health benefits of smoking cessation องค์การอนามัยโลก (WHO)
- Tobacco and nicotine fact sheet องค์การอนามัยโลก (WHO)
- Association of Smoking Cessation With Subsequent Risk of Cardiovascular Disease วารสาร JAMA ปี 2562
- Low cigarette consumption and risk of coronary heart disease and stroke: meta-analysis of 141 cohort studies วารสาร BMJ ปี 2561
- Association of Smoking Cessation and Weight Change With Cardiovascular Disease Among Adults With and Without Diabetes วารสาร JAMA ปี 2556
- Smoking cessation is associated with decreased mortality and improved amputation-free survival among patients with symptomatic peripheral artery disease วารสาร Journal of Vascular Surgery ปี 2557
- Smoking Cessation: A Report of the Surgeon General ศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐอเมริกา ปี 2563
- ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ สายเลิกบุหรี่ 1600
- Electronic cigarettes for smoking cessation ฐานข้อมูล Cochrane ปี 2569
- Screening for Asymptomatic Carotid Artery Stenosis: USPSTF Recommendation Statement วารสาร JAMA ปี 2564
- บุหรี่ไฟฟ้าและบารากู่เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้า กรมศุลกากร
- ไล่เรียงกฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า iLaw

เขียนและตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431 แพทย์เฉพาะทางรังสีร่วมรักษา ผู้ผ่านการรับรอง RENEW™ NCP-5 Operator Training | เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ KIN | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ต.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้นตามแนวทางเวชปฏิบัติ ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะราย การตรวจและการรักษาของแต่ละคนต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา หากมีอาการฉุกเฉินโทร 1669