ภาวะสับสนเฉียบพลัน (เพ้อ) ในผู้สูงอายุหลังผ่าตัดหรือนอนโรงพยาบาล
ต่างจากสมองเสื่อมอย่างไร
เมื่อวานคุณแม่ยังคุยรู้เรื่อง คืนนี้กลับไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ดึงสายน้ำเกลือ หรือเอาแต่หลับ อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติของวัยชรา และต้องหาสาเหตุด่วน
แนวทาง NICE สหราชอาณาจักร
แนวทาง NICE สหราชอาณาจักร
งานรวม 24 การศึกษา 5,364 ราย
งานรวมโปรแกรม HELP 12 การศึกษา
เพ้อ (delirium) มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสมองเสื่อมหรือแค่เพลียหลังผ่าตัด แนวทาง NICE ของสหราชอาณาจักรระบุว่าเป็นภาวะร้ายแรง แต่ป้องกันและรักษาได้ถ้าจัดการเร็ว และคนที่เห็นความเปลี่ยนแปลงก่อนใครมักเป็นครอบครัว
บทความนี้เน้นภาวะเพ้อ การดูแลสมองเสื่อมระยะยาวอ่านที่ ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์และสมองเสื่อม
เนื้อหาในบทความนี้
1. ภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้สูงอายุคืออะไร delirium คือภาวะแบบไหน
คำตอบสั้น: ภาวะสับสนเฉียบพลัน หรือเพ้อ (delirium) คือภาวะที่สมาธิ การรับรู้ และความรู้ตัวแปรปรวนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มักเกิดภายใน 1–2 วัน อาการขึ้นลงในวันเดียว แนวทาง NICE ระบุว่าเป็นภาวะร้ายแรง แต่ป้องกันและรักษาได้ถ้าจัดการด่วน
- ไม่รู้วัน เวลา สถานที่ จำไม่ได้ว่าอยู่โรงพยาบาล ถามซ้ำ ๆ
- จดจ่อไม่ได้ คุยแล้วหลุดเรื่อง ตอบช้า ทำตามที่บอกไม่ได้
- เห็นภาพหลอนหรือหวาดระแวง เห็นคนในห้อง พยายามดึงสายหรือลุกจากเตียง
- นอนกลับวันกลับคืน กลางวันง่วง กลางคืนตื่นกระสับกระส่าย
ภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องปกติของวัยชรา NICE ระบุว่าผู้ที่เกิดเพ้ออาจนอนโรงพยาบาลนานขึ้น หกล้มและเกิดแผลกดทับมากขึ้น และเกิดสมองเสื่อมตามมามากกว่าผู้ที่ไม่เกิด การสังเกตให้เร็วจึงสำคัญ

การบอกวันเวลาและสถานที่ซ้ำอย่างใจเย็น เป็นหนึ่งในคำแนะนำของแนวทาง NICE
2. เพ้อ กับ สมองเสื่อม ต่างกันอย่างไร ดูจาก 5 ข้อนี้
คำตอบสั้น: ต่างกันที่ความเร็ว เพ้อเกิดเฉียบพลันภายในชั่วโมงถึงวันและขึ้นลงในวันเดียว ส่วนสมองเสื่อมค่อย ๆ เกิดขึ้นเป็นเดือนเป็นปี สมาธิและความรู้ตัวของคนที่เพ้อเสียชัด แต่ในสมองเสื่อมมักยังปกติจนถึงระยะท้าย และเพ้อมักกลับคืนได้
| ลักษณะ | เพ้อ (ภาวะสับสนเฉียบพลัน) | สมองเสื่อม |
|---|---|---|
| เริ่มต้นและระยะเวลา | เฉียบพลันภายในชั่วโมงถึงวัน อยู่ชั่วโมงถึงสัปดาห์ บางรายนานกว่า | ค่อยเป็นค่อยไป เป็นเดือนถึงปี แย่ลงเรื่อย ๆ |
| ในหนึ่งวัน | ขึ้นลงชัด มักแย่ตอนกลางคืนและตอนเพิ่งตื่น | เปลี่ยนช้า บางคนกระสับกระส่ายช่วงเย็น |
| สมาธิ | จดจ่อไม่ได้ เป็นลักษณะหลัก | มักปกติในระยะแรก |
| ความรู้ตัว | ง่วงซึมหรือตื่นตัวผิดปกติ สับสนวันเวลาสถานที่ | โดยทั่วไปปกติ |
| กลับคืนได้ไหม | มักกลับคืนได้ | ไม่กลับคืน |
สรุปจากตารางเปรียบเทียบในวารสาร Seminars in Neurology พ.ศ. 2567 · สมองเสื่อมชนิดลิวอีบอดีมีอาการขึ้นลงได้ จึงเป็นข้อยกเว้น
เป็นทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ ผู้ที่มีสมองเสื่อมเสี่ยงเพ้อมากกว่า และอาการง่วงซึมจากเพ้ออาจถูกมองว่าสมองเสื่อมแย่ลง NICE ให้จัดการเพ้อก่อนเมื่อแยกไม่ออก ญาติช่วยได้มากด้วยการเล่าว่าเดิมผู้ป่วยเป็นอย่างไร และเปลี่ยนไปเร็วแค่ไหน
3. ทำไมผู้สูงอายุเกิดเพ้อหลังผ่าตัดหรือนอนโรงพยาบาล
คำตอบสั้น: เพ้อมักเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป มีปัญหาความจำอยู่เดิม กระดูกสะโพกหัก หรือป่วยหนัก เสี่ยงกว่า เมื่อเจอตัวกระตุ้นอย่างการติดเชื้อ ยา ขาดน้ำ ความปวด หรือนอนไม่หลับ ก็เกิดเพ้อได้ ผู้ที่เปราะบางมาก แค่ยานอนหลับเม็ดเดียวก็อาจกระตุ้นได้
- การติดเชื้อ เช่น ทางเดินปัสสาวะ ปอด แผลผ่าตัด
- ยา โดยเฉพาะยานอนหลับ ยาที่ออกฤทธิ์ต่อสมอง หรือได้ยาหลายตัวพร้อมกัน
- ขาดน้ำ ท้องผูก ปัสสาวะคั่ง รวมถึงการใส่สายสวนปัสสาวะ
- ความปวด ที่ผู้ป่วยบอกไม่ได้หรือไม่ยอมบอก
- นอนไม่หลับและไม่ได้ขยับตัว เสียง แสง ถูกปลุกกลางดึก นอนติดเตียงนานหลังผ่าตัด
- สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน ไม่ได้ใส่แว่นหรือเครื่องช่วยฟัง ย้ายห้อง เจอคนไม่คุ้นหน้า รับรู้สิ่งรอบตัวผิด
ผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักเป็นกลุ่มเสี่ยงชัดเจน งานรวม 24 การศึกษา ผู้สูงอายุสะโพกหัก 5,364 ราย ในวารสาร Aging Clinical and Experimental Research ปี 2560 พบเพ้อหลังผ่าตัด 24.0% หรือราว 1 ใน 4 ผู้ที่มีปัญหาความจำก่อนผ่าตัดมีโอกาสสูงกว่า (OR 3.21) งานที่รวมเป็นงานเชิงสังเกต ตัวเลขเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่โอกาสของผู้ป่วยรายใด อ่านต่อที่ ฟื้นฟูหลังผ่าตัดสะโพกในผู้สูงอายุ

แว่นตาและเครื่องช่วยฟังควรอยู่กับตัวผู้ป่วยตั้งแต่วันแรกหลังผ่าตัด
4. เพ้อชนิดเงียบ ที่ญาติมักมองข้ามว่าแค่เพลีย
คำตอบสั้น: เพ้อไม่ได้มีแต่แบบโวยวาย ชนิดเงียบ (hypoactive) ผู้ป่วยจะเก็บตัว ง่วงทั้งวัน ตอบช้า ไม่ยอมกิน NICE ระบุว่ามักถูกมองข้าม และบทความทบทวนใน The Lancet ระบุว่าพบบ่อยในผู้สูงอายุ และสัมพันธ์กับผลการรักษาที่แย่กว่า
- ชนิดกระสับกระส่าย โวยวาย ดึงสาย ปีนเตียง เห็นภาพหลอน — สังเกตเห็นง่าย
- ชนิดเงียบ เก็บตัว ง่วงซึม ตอบช้า ขยับน้อย ไม่อยากอาหาร — มักถูกเข้าใจว่าเพลียจากผ่าตัด
- ชนิดผสม สลับกันได้ภายในวันเดียว
ถ้าเห็นแบบนี้ บอกพยาบาลทันที คนที่ปกติคุยเก่ง จู่ ๆ เงียบ ง่วงทั้งวัน เรียกแล้วตอบช้า หรือไม่ยอมกินข้าว อย่าคิดว่าแค่เพลีย ให้แจ้งพยาบาลหรือแพทย์ประเมินภาวะเพ้อ
5. ครอบครัวช่วยป้องกันและดูแลผู้สูงอายุที่เพ้ออย่างไร
คำตอบสั้น: โปรแกรม HELP (Hospital Elder Life Program) ดูแลปัจจัยเสี่ยง 6 ด้าน คือ ความจำและการรับรู้วันเวลา การนอน การขยับตัว การมองเห็น การได้ยิน และการดื่มน้ำ งานรวม 12 การศึกษา 3,605 ราย พบว่าโอกาสเกิดเพ้อต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ 53% ครอบครัวช่วยตามหลักการเดียวกันได้หลายข้อ
- บอกวัน เวลา สถานที่ บ่อย ๆ อย่างใจเย็น วางนาฬิกาและปฏิทินให้เห็นชัด
- แว่นตา เครื่องช่วยฟัง ฟันปลอม ต้องอยู่กับตัวและใช้งานได้
- ชวนดื่มน้ำ ดูการขับถ่ายและปัสสาวะ แจ้งทีมถ้าท้องผูกหรือปัสสาวะน้อย
- ลุกนั่ง ลุกเดินเร็ว ตามที่ทีมรักษาอนุญาต ให้อุปกรณ์ช่วยเดินอยู่ใกล้มือ
- กลางวันเปิดม่านให้สว่าง กลางคืนลดเสียงและแสง มีของคุ้นเคยและญาติมาเยี่ยมสม่ำเสมอ
- บอกทีมเรื่องความปวด และขอให้แพทย์ทบทวนรายการยา
สิ่งที่ไม่ควรทำ อย่าเถียงหรือดุเมื่อผู้ป่วยพูดสับสน · อย่าให้ยานอนหลับหรือยาคลายกังวลเพิ่มเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ · อย่าผูกมัดผู้ป่วยเอง ให้แจ้งพยาบาล
ข้อจำกัดของหลักฐาน งานส่วนใหญ่ไม่ใช่การทดลองแบบสุ่ม มีเพียง 2 งานที่สุ่มหรือจับคู่ (1,267 ราย) ซึ่งลดโอกาสเกิดได้ 45% โปรแกรมทำโดยทีมโรงพยาบาลที่ผ่านการฝึก สิ่งที่ครอบครัวทำจึงเป็นหลักการเดียวกัน ไม่ใช่ตัวโปรแกรม และไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN

ลุกเดินตามที่ทีมรักษาอนุญาต เป็นหนึ่งในหลักการป้องกันเพ้อ

“ญาติรู้จักคุณพ่อคุณแม่ดีกว่าใคร ถ้าวันนี้ท่านต่างจากเมื่อวานอย่างรวดเร็ว บอกพยาบาลทันที อย่ารอเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนแก่”
6. สัญญาณที่ต้องแจ้งแพทย์ทันที และการดูแลหลังกลับบ้าน
คำตอบสั้น: ความสับสนที่เกิดใหม่หรือแย่ลงเร็วต้องให้แพทย์หาสาเหตุทุกครั้ง บทความทบทวนใน The Lancet ระบุว่าผู้ที่เคยเพ้ออาจทำกิจวัตรได้ลดลงนาน 30 วันขึ้นไปหลังกลับบ้าน ถ้าอาการไม่หาย แนวทาง NICE ให้ประเมินซ้ำรวมถึงภาวะสมองเสื่อม
พบข้อใดข้อหนึ่ง แจ้งแพทย์หรือพาไปโรงพยาบาลทันที
• สับสนขึ้นมาใหม่ภายในชั่วโมงถึงวัน หรือแย่ลงเร็ว
• ง่วงซึม ปลุกยาก หรือกระสับกระส่ายจนเสี่ยงอันตราย
• มีไข้ หายใจเร็ว หอบ
• ไม่ยอมดื่มน้ำ ปัสสาวะน้อยมาก หรือปวดท้องมาก
• หกล้ม ศีรษะกระแทก
• หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว พูดไม่ชัดทันที — โทร 1669
พักฟื้นที่บ้านให้คงหลักการเดิม กิจวัตรเป็นเวลา แว่นและเครื่องช่วยฟังอยู่ใกล้ตัว ดื่มน้ำพอ ลุกเดินตามแผน นำรายการยาไปให้แพทย์ทบทวน ถ้ายังสับสนต่อเนื่องหลายสัปดาห์ให้แจ้งแพทย์ ครอบครัวที่ต้องการที่พักฟื้น KIN รับผู้ป่วยหลังผ่าตัดสะโพกหรือเข่าที่ยังลงน้ำหนักไม่ได้ มีพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และทีมแพทย์ครอบคลุม 5 สาขา รวมอายุรกรรมผู้สูงอายุ ดูดูแลและฟื้นฟูหลังผ่าตัด หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ KIN ส่วนKIN HomeCare จัดผู้ดูแลเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาลตามระเบียบของแต่ละแห่ง รวมถึงเฉพาะกลางคืน และดูแลต่อที่บ้านได้ทั่วประเทศ
ติดต่อสอบถาม | ปรึกษาและเยี่ยมชมฟรี
ปรึกษาการดูแลผู้สูงอายุหลังผ่าตัดหรือหลังออกจากโรงพยาบาลฟรี · เยี่ยมชมศูนย์ได้ทุกวัน 09:00–18:00 น.
สายด่วนกลาง: 02-096-4996 | กายภาพบำบัดที่บ้าน 095-767-6307 | ดูแล พยาบาล และเช่าอุปกรณ์ 061-881-9399 | กรณีฉุกเฉินโทร 1669
คำถามที่พบบ่อย ตอบโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ KIN
ภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้สูงอายุ หายได้ไหม นานแค่ไหน
ส่วนใหญ่กลับคืนได้ค่ะ แนวทาง NICE ระบุว่าเพ้อพบบ่อยและมักเป็นชั่วคราว อาการอยู่ได้หลายชั่วโมงถึงหลายสัปดาห์ บางรายนานกว่านั้น ถ้าไม่หาย แพทย์จะหาสาเหตุซ้ำและประเมินภาวะสมองเสื่อมค่ะ
delirium คืออะไร ต่างจากสมองเสื่อมอย่างไร
delirium หรือเพ้อ คือความสับสนที่เกิดเฉียบพลันภายในชั่วโมงถึงวัน อาการขึ้นลง สมาธิเสียชัด และมักกลับคืนได้ ส่วนสมองเสื่อมค่อย ๆ เกิดขึ้นเป็นเดือนเป็นปี สมาธิมักยังดีในระยะแรก และไม่กลับคืนค่ะ
ทำไมผู้สูงอายุเพ้อตอนกลางคืน
อาการเพ้อมักแย่ลงตอนกลางคืนและตอนเพิ่งตื่น สิ่งที่ซ้ำเติม เช่น ห้องมืด เสียงรบกวน ถูกปลุกกลางดึก ไม่ได้ใส่แว่นหรือเครื่องช่วยฟัง ถ้าเพิ่งเริ่มเป็นควรแจ้งพยาบาลให้ประเมินค่ะ
ผู้สูงอายุเพ้อหลังผ่าตัดสะโพก ต้องทำอย่างไร
แจ้งพยาบาลหรือแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุ เช่น ติดเชื้อ ปวด ยา หรือขาดน้ำ งานรวม 24 การศึกษาพบเพ้อหลังผ่าตัดสะโพกหักราว 1 ใน 4 ครอบครัวช่วยได้ด้วยการบอกวันเวลา ให้ใส่แว่นและเครื่องช่วยฟัง และอยู่เป็นเพื่อนค่ะ
เพ้อหลังผ่าตัดทำให้เป็นสมองเสื่อมไหม
ไม่ใช่ทุกคนค่ะ แต่แนวทาง NICE ระบุว่าผู้ที่เกิดเพ้อมีอุบัติการณ์สมองเสื่อมตามมามากกว่า จึงควรติดตามความจำหลังกลับบ้าน ถ้าไม่ดีขึ้นให้แพทย์ประเมินค่ะ
ญาติควรทำอย่างไรเมื่อผู้สูงอายุสับสนในโรงพยาบาล
พูดช้า ๆ บอกวันเวลาและสถานที่ อย่าเถียง ให้ใส่แว่นและเครื่องช่วยฟัง ชวนดื่มน้ำ แจ้งพยาบาลเมื่ออาการเปลี่ยน และอย่าให้ยานอนหลับเพิ่มเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ค่ะ
- Delirium: prevention, diagnosis and management in hospital and long-term care (CG103) — NICE สหราชอาณาจักร พ.ศ. 2553 ปรับปรุง 2566
- The Relationship between Delirium and Dementia — Umoh ME และคณะ วารสาร Seminars in Neurology พ.ศ. 2567
- Delirium in elderly people — Inouye SK และคณะ วารสาร The Lancet พ.ศ. 2557
- Hospital Elder Life Program: Systematic Review and Meta-analysis — Hshieh TT และคณะ วารสาร Am J Geriatr Psychiatry พ.ศ. 2561
- A multicomponent intervention to prevent delirium in hospitalized older patients — Inouye SK และคณะ วารสาร New England Journal of Medicine พ.ศ. 2542
- Risk factors for postoperative delirium following hip fracture repair — Yang Y และคณะ วารสาร Aging Clin Exp Res พ.ศ. 2560

ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ.กมลฉัตร โชคถนอมทรัพย์ ว.40854 แพทย์ประจำคิน | กำกับดูแลโดย ดร.ธงชัย โชคถนอมทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร | อัปเดตล่าสุด: ก.ย. พ.ศ. 2569 | บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การวินิจฉัยและรักษาภาวะเพ้อต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน ตัวเลขงานวิจัยไม่ใช่ผลของผู้ป่วย KIN