Hyperbaric Oxygen Therapy ที่ 2 ATA คืออะไร? ออกซิเจนแรงดันสูงมีผลต่อร่างกายอย่างไร

Hyperbaric Oxygen Therapy ที่ 2 ATA คืออะไร? ออกซิเจนแรงดันสูงมีผลต่อร่างกายอย่างไร
ออกซิเจนบำบัด | อายุน้อยก็เสี่ยง 2569

Hyperbaric Oxygen Therapy ที่ 2 ATA คืออะไร
ออกซิเจนแรงดันสูงมีผลต่อร่างกายอย่างไร

หลักการ Henry's Law ข้อบ่งชี้ตาม UHMS และข้อเท็จจริงเรื่อง HBOT กับ Stroke อธิบายโดยแพทย์เฉพาะทาง

เขียนโดย: น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431|อัปเดต: ส.ค. พ.ศ. 2569|อ่าน 10 นาที
ความดันที่ใช้
2 ATA
สเปกเครื่อง KIN สาขาแบริ่ง
หลักการทำงาน
Henry's Law
ออกซิเจนละลายในพลาสมาเพิ่มขึ้น
ข้อบ่งชี้ที่ยอมรับ
14 กลุ่มภาวะ (UHMS)
เช่น พิษ CO แผลเรื้อรัง
HBOT กับ Stroke
ยังอยู่ระหว่างศึกษา
ไม่ใช่ข้อบ่งชี้มาตรฐานในปัจจุบัน

ระยะหลังหลายคนเริ่มได้ยินชื่อ Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) หรือการบำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูงมากขึ้น ทั้งในบริบทแผลเรื้อรัง การฟื้นฟูร่างกาย และคำถามว่าใช้กับผู้ป่วย Stroke ได้หรือไม่ ที่คลินิกเวชกรรม KIN สาขาแบริ่งมีเครื่อง HBOT สเปกมาตรฐาน 2 ATA (Atmospheres Absolute) ดูแลโดยแพทย์ตลอดกระบวนการ ก่อนตัดสินใจควรเข้าใจหลักการทำงานจริง ข้อบ่งชี้ และข้อจำกัดที่มีอยู่อย่างตรงไปตรงมา

บทความนี้อธิบายกลไก Henry's Law ผลทางสรีรวิทยา ข้อบ่งชี้ที่ UHMS ยอมรับ และข้อเท็จจริงเรื่อง HBOT กับ Stroke

ผู้ป่วยนอนพักผ่อนในห้องปรับความดัน Hyperbaric Oxygen Therapy โทนครีมทอง KIN

การทำ HBOT คือการหายใจออกซิเจนบริสุทธิ์ในห้องปรับความดัน ภายใต้การดูแลของแพทย์ตลอดการรักษา

เนื้อหาในบทความนี้

1. HBOT คืออะไร2. ทำไมความดันสูงเพิ่มออกซิเจน3. ผลทางสรีรวิทยา4. ข้อบ่งชี้ (UHMS)5. HBOT กับ Stroke6. ความปลอดภัยและข้อควรระวัง

1. HBOT คืออะไร

คำตอบสั้น: HBOT คือการให้ผู้ป่วยหายใจออกซิเจนบริสุทธิ์ระดับการแพทย์ในห้องปรับความดัน (hyperbaric chamber) ที่มีความดันสูงกว่าบรรยากาศปกติ หน่วยวัดคือ ATA เครื่องที่ KIN สาขาแบริ่งมีสเปกมาตรฐาน 2 ATA ดูแลโดยแพทย์ตลอดการรักษา

ห้องปรับความดันคือพื้นที่ปิดที่ควบคุมความดันอากาศให้สูงกว่าบรรยากาศปกติ ผู้ป่วยนอนหรือกึ่งนอนหายใจออกซิเจนบริสุทธิ์ผ่านหน้ากากหรือระบบจ่ายออกซิเจน ระยะเวลาต่อครั้งประมาณ 60-90 นาที จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และดุลยพินิจของแพทย์ ATA คือหน่วยความดันสัมบูรณ์ (absolute pressure) โดย 1 ATA เท่ากับความดันบรรยากาศปกติที่ระดับน้ำทะเล เครื่องสเปก 2 ATA จึงหมายถึงความดันสูงเป็นสองเท่าของบรรยากาศปกติ HBOT เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ต้องมีการประเมิน สั่งการ และติดตามโดยแพทย์เสมอ ไม่ใช่บริการเสริมความงามหรือการพักผ่อนทั่วไป

2. ทำไมความดันสูงเพิ่มออกซิเจนในร่างกาย

คำตอบสั้น: กฎของเฮนรี (Henry's Law) ระบุว่าปริมาณแก๊สที่ละลายในของเหลวแปรผันตรงกับความดันย่อยของแก๊ส เมื่อหายใจออกซิเจนบริสุทธิ์ที่ 2 ATA ออกซิเจนจะละลายในพลาสมาเพิ่มขึ้นหลายเท่า ไม่ใช่พึ่งการจับฮีโมโกลบินเพียงอย่างเดียว

กฎของเฮนรีอธิบายว่า ยิ่งความดันของแก๊สเหนือของเหลวสูงเท่าไร แก๊สนั้นก็ยิ่งถูกบีบให้ละลายเข้าไปในของเหลวมากขึ้น พลาสมาคือของเหลวที่ออกซิเจนถูกบีบให้ละลายเข้าไปมากขึ้นเมื่อความดันสูงขึ้น ในภาวะปกติออกซิเจนเกือบทั้งหมดถูกลำเลียงโดยจับกับฮีโมโกลบิน มีส่วนน้อยที่ละลายในพลาสมาโดยตรง แต่ที่ 2 ATA สัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นได้หลายเท่า เป็นกลไกตั้งต้นของประโยชน์ทางคลินิก HBOT โดยเฉพาะเมื่อฮีโมโกลบินทำงานไม่เต็มที่ เช่น พิษคาร์บอนมอนอกไซด์ที่แย่งจับฮีโมโกลบินแทนออกซิเจน ออกซิเจนที่ละลายในพลาสมายังเดินทางไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้

3. ผลทางสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นจาก HBOT

คำตอบสั้น: การได้รับออกซิเจนความดันสูงซ้ำก่อให้เกิดกลไกทางชีววิทยาหลายอย่าง เช่น เพิ่มออกซิเจนในเนื้อเยื่อ กระตุ้นหลอดเลือดใหม่ ปรับสมดุลการอักเสบ และต้านเชื้อบางชนิด แต่เป็นเพียงกลไกที่เป็นไปได้ ไม่ได้แปลว่า HBOT รักษาได้ทุกโรค

กลไกทางชีววิทยาที่มีการศึกษาไว้ มีดังนี้

  • เพิ่มออกซิเจนในเนื้อเยื่อ — ออกซิเจนแพร่เข้าเนื้อเยื่อได้ไกลกว่าปกติ มีประโยชน์ในบริเวณเลือดไปเลี้ยงไม่พอ เช่น ขอบแผลเรื้อรัง
  • กระตุ้นหลอดเลือดใหม่ — ในแผลเรื้อรังและเนื้อเยื่อบาดเจ็บจากรังสี การรักษาต่อเนื่องสัมพันธ์กับหลอดเลือดฝอยใหม่
  • ปรับสมดุลการอักเสบ — มีผลต่อเซลล์เม็ดเลือดขาวและสารสื่อการอักเสบในภาวะเฉียบพลัน
  • ฤทธิ์ต้านเชื้อบางชนิด — เพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดขาวทำลายเชื้อ และยับยั้งเชื้อกลุ่มไม่ชอบออกซิเจน เช่น คลอสตริเดียม

ในบางภาวะเฉียบพลัน เช่น การบาดเจ็บจากการบดอัด มีการศึกษาว่า HBOT อาจลดความเสียหายจากภาวะขาดเลือดกลับมาเลี้ยงใหม่ (ischemia-reperfusion injury) ต้องย้ำว่ากลไกเหล่านี้เป็นกลไกทางชีววิทยาที่เป็นไปได้จากการศึกษาเฉพาะกลุ่มโรคเท่านั้น ไม่ได้แปลว่ามีหลักฐานเพียงพอในทุกโรค จึงจำกัดข้อบ่งชี้ไว้เฉพาะภาวะที่มีหลักฐานชัดเจนเท่านั้น

แพทย์ตรวจสอบแผงควบคุมความดันเครื่อง Hyperbaric Oxygen Therapy KIN

ทุกการรักษาถูกควบคุมความดันและระยะเวลาอย่างละเอียดโดยแพทย์และทีมที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง

4. ข้อบ่งชี้ที่ได้รับการยอมรับตาม UHMS

คำตอบสั้น: UHMS (Undersea and Hyperbaric Medical Society) จัดทำรายการข้อบ่งชี้ที่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอสำหรับ HBOT ปัจจุบันมี 14 กลุ่มภาวะ เช่น พิษคาร์บอนมอนอกไซด์ โรคจากการลดความดันของนักดำน้ำ และแผลไฟไหม้รุนแรง

ปัจจุบันมีภาวะที่ UHMS ยอมรับทั้งหมด 14 กลุ่ม ได้แก่

  • ภาวะฟองอากาศอุดหลอดเลือด
  • พิษคาร์บอนมอนอกไซด์
  • โรคจากการลดความดันของนักดำน้ำ
  • การติดเชื้อเนื้อตายชนิดคลอสตริเดียม
  • การบาดเจ็บจากการบดอัดและภาวะช่องกล้ามเนื้อ
  • แผลเรื้อรังจากหลอดเลือดไม่เพียงพอ เช่น แผลเบาหวาน
  • ภาวะซีดรุนแรงที่ให้เลือดไม่ได้
  • ฝีในสมอง
  • การติดเชื้อเนื้อเยื่ออ่อนชนิดรุนแรง
  • กระดูกอักเสบเรื้อรังที่ดื้อการรักษา
  • การบาดเจ็บจากรังสีที่แสดงอาการช้า
  • เนื้อเยื่อ/ผิวปลูกถ่ายที่การไหลเวียนไม่ดี
  • แผลไฟไหม้เฉียบพลันรุนแรง
  • หูดับเฉียบพลันไม่ทราบสาเหตุ

ข้อบ่งชี้เหล่านี้คือภาวะที่มีงานวิจัยสนับสนุนเพียงพอ ภาวะนอกรายการนี้ไม่ได้แปลว่าห้ามใช้เด็ดขาด แต่ต้องผ่านดุลยพินิจแพทย์เฉพาะรายก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

5. HBOT กับ Stroke ข้อเท็จจริงที่ต้องรู้

คำตอบสั้น: มีการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วย Stroke ด้าน neuroplasticity และการฟื้นตัว แต่ปัจจุบัน Stroke ยังไม่อยู่ในรายการข้อบ่งชี้ที่ UHMS ยอมรับ และ HBOT ยังไม่ใช่ Standard of Care สำหรับ Stroke โดยทั่วไป หลักฐานยังอยู่ระหว่างการศึกษา ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล

ความสนใจเรื่อง HBOT กับ Stroke มาจากแนวคิด neuroplasticity หรือความสามารถของสมองในการสร้างเส้นทางประสาทใหม่หลังบาดเจ็บ มีงานวิจัย randomized บางชิ้นในผู้ป่วย Stroke ระยะหลังรายงานการเปลี่ยนแปลงด้าน neuroplasticity หลังได้รับ HBOT ต่อเนื่อง แต่งานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (systematic review) พบว่าจำนวน randomized controlled trial คุณภาพยังจำกัดมาก และยังสรุปไม่ได้ชัดเจนว่า HBOT ให้ประโยชน์ในผู้ป่วย Stroke กลุ่มใดอย่างสม่ำเสมอ เพราะแต่ละงานวิจัยยังต่างกันมากทั้งช่วงเวลา ความดันที่ใช้ จำนวนครั้ง และลักษณะผู้ป่วย

ในทางวิชาการและกำกับดูแล Stroke ยังไม่ถูกบรรจุอยู่ในรายการข้อบ่งชี้ที่ได้รับการยอมรับของ UHMS และ HBOT ก็ยังไม่ใช่ Standard of Care สำหรับผู้ป่วย Stroke โดยทั่วไปในปัจจุบัน มีการศึกษาทางคลินิกอยู่จริง แต่หลักฐานยังอยู่ระหว่างการศึกษา ไม่ใช่การรักษาที่มีข้อสรุปตายตัวว่าได้ผลกับผู้ป่วย Stroke ทุกราย

หากแพทย์เห็นว่า HBOT อาจเป็นทางเลือกเสริมสำหรับผู้ป่วย Stroke บางราย การตัดสินใจต้องชั่งน้ำหนักระหว่างหลักฐาน ความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย และความคาดหวังที่เป็นจริง ไม่ใช่การรับประกันการฟื้นตัว และไม่ควรใช้ทดแทน โปรแกรมฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ที่มีหลักฐานชัดเจนกว่า ซึ่งควรดำเนินคู่กันภายใต้ทีมสหวิชาชีพ

แพทย์ปรึกษาผู้ป่วยประเมินความเหมาะสมก่อนทำ HBOT ที่ KIN

ทุกเคสต้องผ่านการซักประวัติและประเมินความเหมาะสมโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจเริ่มการรักษา

น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ แพทย์เฉพาะทาง KIN

"HBOT ที่ 2 ATA เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน ไม่ใช่การรักษาสารพัดโรค สำคัญที่สุดคือประเมินผู้ป่วยเป็นรายบุคคลก่อนเริ่มทุกครั้ง โดยเฉพาะในภาวะที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาอย่าง Stroke ต้องอธิบายทั้งสิ่งที่รู้และยังไม่รู้ตรงไปตรงมา"

น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ ว.28431 — ที่ปรึกษาคลินิกเวชกรรม KIN สาขาแบริ่ง

6. ความปลอดภัยและข้อควรระวังของ HBOT

คำตอบสั้น: HBOT ปลอดภัยเมื่อดำเนินการโดยทีมแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง แต่มีความเสี่ยงที่พบได้ เช่น การบาดเจ็บจากความดันที่หู พิษออกซิเจนต่อระบบประสาทหรือปอด และอาการกลัวที่แคบ ผู้ป่วยทุกรายต้องผ่านการซักประวัติและประเมินโดยแพทย์ก่อนเริ่มทุกครั้ง

  • การบาดเจ็บจากความดันที่หูและไซนัส (Barotrauma): พบบ่อยที่สุด เกิดจากปรับความดันหูชั้นกลางและไซนัสไม่ทัน ทำให้ปวดหู แน่นหู หรือหูอื้อ ทีมผู้ดูแลสอนเทคนิคปรับความดันหู เช่น กลืนน้ำลายหรือ Valsalva maneuver ก่อนเริ่มทุกครั้ง
  • ภาวะพิษออกซิเจน (Oxygen Toxicity): หายใจออกซิเจนเข้มข้นสูงนานอาจส่งผลต่อระบบประสาทหรือปอดในรูปแบบที่พบน้อยมาก เช่น อาการชัก ทีมแพทย์จึงควบคุมความดัน ระยะเวลา และมีช่วงพักหายใจอากาศปกติ (air break) แทรกตามโปรโตคอล
  • ข้อพิจารณาระบบทางเดินหายใจ: ผู้มีถุงลมโป่งพองใหญ่หรือลมรั่วในเยื่อหุ้มปอด (Pneumothorax) ที่ยังไม่รักษา เสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อน ต้องตรวจและรักษาให้เรียบร้อยก่อนพิจารณา HBOT เสมอ
  • อาการกลัวที่แคบ (Claustrophobia): ผู้ป่วยบางรายอาจอึดอัดในห้องหรือแคปซูลปิด ทีมงานอธิบายล่วงหน้าและสื่อสารตลอดการรักษาเพื่อลดความวิตกกังวล
  • การประเมินข้อห้ามก่อนเริ่มการรักษา: แพทย์ซักประวัติโรคประจำตัว ผ่าตัดหู ชัก โรคปอด ไข้ไม่ทราบสาเหตุ และภาวะเสี่ยงอื่นก่อนทุกครั้ง ไม่ใช่ประเมินครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอดไป
  • มาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัย: ห้องปรับความดันมีออกซิเจนเข้มข้นสูงเพิ่มความเสี่ยงติดไฟ จึงต้องคุมวัสดุที่นำเข้าห้อง ห้ามอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือวัสดุไวไฟ และตรวจสอบระบบสม่ำเสมอ
พยาบาลตรวจสอบความพร้อมและความปลอดภัยผู้ป่วยก่อนทำ HBOT KIN

ความปลอดภัยเริ่มตั้งแต่การเตรียมผู้ป่วยและตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนเข้าห้องปรับความดันทุกครั้ง

KIN เป็นศูนย์ฟื้นฟู Stroke แบบครบวงจรโดยทีมแพทย์และสหวิชาชีพ คลินิกเวชกรรม KIN สาขาแบริ่ง (สุขุมวิท 107) ให้บริการ Hyperbaric Oxygen Therapy ด้วยเครื่องมาตรฐาน 2 ATA ภายใต้การดูแลของแพทย์ตลอดกระบวนการ อธิบายทั้งประโยชน์ที่คาดหวังได้จริงและข้อจำกัดของหลักฐานตรงไปตรงมา โดยเฉพาะ Stroke ซึ่งยังไม่มีการรับประกันผลลัพธ์ หากดูแลผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง อ่านบทความก่อนหน้าเรื่อง หลอดเลือดคอตีบ สัญญาณเตือนสโตรกที่ตรวจเจอก่อนได้ ประกอบกันได้

แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ

  1. Undersea and Hyperbaric Medical Society. HBO Indications
  2. UHMS. HBOT Indications, 13th Ed.
  3. Moon RE, et al. Indications for HBOT and UHMS, PMC
  4. Camporesi EM, Bosco G. Overview of HBOT: Applications and Mechanisms, PMC
  5. StatPearls / NCBI Bookshelf. Henry's Law
  6. Bennett MH, et al. HBOT for stroke: systematic review, PubMed
  7. HBOT in Acute Ischemic Stroke: A Review, PMC
  8. Boussi-Gross R, et al. HBOT Induces Late Neuroplasticity in Stroke Patients, RCT, PMC
  9. Hyperbaric Oxygen Therapy Side Effects — Where Do We Stand?, PMC
  10. Johns Hopkins Medicine. Complications of Hyperbaric Oxygen Treatment

ติดต่อสอบถาม | นัดประเมินฟรี

ปรึกษาเรื่อง HBOT ได้ที่ KIN แบริ่ง (สุขุมวิท 107) หรือสอบถามสาขาอื่นได้

KIN แบริ่ง สุขุมวิท 107 (มีบริการ HBOT)

KIN Medical Hub ลาดพร้าว 71

KIN ศูนย์ฟื้นฟู ราชพฤกษ์

KIN ศูนย์ฟื้นฟู พัทยา

KIN รามคำแหง 24 (เปิด 1 ต.ค. 2569 จองสิทธิ์ก่อนเปิด)

KIN ศาลายา (เปิด 1 พ.ย. 2569 จองสิทธิ์ก่อนเปิด)

สายด่วนกลาง: 02-096-4996

คำถามที่พบบ่อย — ตอบโดยทีมแพทย์ KIN

HBOT ที่ 2 ATA คืออะไร ทำไมต้องใช้ความดันระดับนี้

HBOT คือการให้ผู้ป่วยหายใจออกซิเจนบริสุทธิ์ในห้องปรับความดันสูงกว่าบรรยากาศปกติครับ ที่ KIN สาขาแบริ่งเครื่องมีสเปกมาตรฐาน 2 ATA ตามหลัก Henry's Law โดยแพทย์กำหนดจำนวนครั้งและติดตามผลตลอดครับ

ทำ HBOT อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

โดยทั่วไปปลอดภัยเมื่อดำเนินการโดยทีมที่ผ่านการฝึกอบรมครับ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปรับความดันหูไม่ทันทำให้แน่นหูหรือปวดหูเล็กน้อย ส่วนความเสี่ยงที่พบน้อยมากถูกควบคุมด้วยโปรโตคอลที่เหมาะสม และผู้ป่วยทุกรายต้องผ่านการประเมินก่อนเริ่มครับ

HBOT รักษาโรคอะไรได้บ้างตามหลักวิชาการ

ตามรายการของ UHMS มีภาวะที่ยอมรับ 14 กลุ่ม เช่น พิษคาร์บอนมอนอกไซด์ โรคจากการลดความดัน แผลเรื้อรังบางชนิด กระดูกอักเสบเรื้อรัง และแผลไฟไหม้รุนแรงครับ นอกเหนือจากนี้ต้องผ่านดุลยพินิจแพทย์เป็นรายกรณีครับ

HBOT ใช้รักษาผู้ป่วย Stroke ได้จริงไหม

ปัจจุบัน Stroke ยังไม่อยู่ในรายการข้อบ่งชี้ที่ UHMS ยอมรับ และ HBOT ยังไม่ใช่ Standard of Care สำหรับผู้ป่วย Stroke โดยทั่วไปครับ มีงานวิจัยทางคลินิกศึกษาเรื่องนี้อยู่จริง แต่หลักฐานยังไม่เพียงพอสรุปเป็นแนวทางมาตรฐาน ควรปรึกษาแพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล และไม่ควรใช้ทดแทนโปรแกรมฟื้นฟูมาตรฐานที่มีหลักฐานชัดเจนกว่าครับ

ทำ HBOT กับ KIN ได้ที่ไหน ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ให้บริการที่คลินิกเวชกรรม KIN สาขาแบริ่ง (สุขุมวิท 107) ครับ แนะนำนำประวัติสุขภาพมาด้วย แพทย์จะซักประวัติและประเมินความเหมาะสมก่อนเริ่มทุกครั้ง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 065-909-2599 ครับ

เขียนและตรวจสอบโดย
น.อ.นพ. เถลิงเกียรติ แจ่มอุลิตรัตน์ แพทย์เฉพาะทาง KIN
ที่ปรึกษาคลินิกเวชกรรม KIN สาขาแบริ่ง

ตรวจสอบโดยทีมแพทย์สหวิชาชีพ KIN | อัปเดตล่าสุด: ส.ค. พ.ศ. 2569 | บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินรายบุคคล

标签: hbot ออกซิเจนบำบัด Hyperbaric Oxygen Therapy 2 ATA